คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ตกขาวสีน้ำตาล เกิดจากอะไร รักษาได้อย่างไรบ้าง ?

ตกขาวสีน้ำตาล เกิดจากอะไร รักษาได้อย่างไรบ้าง ?

ตกขาว เป็นของเหลวที่ผลิตโดยต่อมในช่องคลอดและปากช่องคลอด มีหน้าที่ในการนำเซลล์ที่ตายแล้วและแบคทีเรียออกจากระบบสืบพันธุ์ ส่งผลให้ช่องคลอดสะอาด อาจช่วยป้องกันการติดเชื้อและเพิ่มความชุ่มชื้น หากพบว่าตกขาวเปลี่ยนเป็น ตกขาวสีน้ำตาล อาจเป็นไปได้ว่ามีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น เช่น ถุงน้ำในรังไข่ การตั้งครรภ์นอกมดลูก โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยควรค้นหาสาเหตุที่แน่ชัดและเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องคลอดทันที

ตกขาวสีน้ำตาล เกิดจากอะไร

ตกขาวสีน้ำตาลอาจเกิดจากหลายปัจจัย ดังนี้

1. ถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) คือ ความผิดปกติที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ เนื่องจาก ระดับฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) ที่มากเกินไป อาจส่งผลให้รังไข่มีการสะสมของเหลว และไม่สามารถปล่อยไข่ออกมาได้เมื่อถึงช่วงที่ไข่ตก ซึ่งสังเกตได้จากการที่ประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ ทำให้ผลิตตกขาวสีน้ำตาล หน้าท้องนูน ผมร่วง ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเข้มโดยเฉพาะบริเวณหลังคอ ใต้หน้าอก รักแร้ ขนดก ภาวะมีบุตรยาก

วิธีรักษา อาจขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยแต่ละบุคคล คุณหมอจึงอาจเลือกวิธีการรักษา ดังนี้

  • ยาบำบัดที่มีฮอร์โมนโปรเจสติน คุณหมออาจให้ยาชนิดนี้เพื่อควบคุมรอบเดือนและป้องกันมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก โดยควรรับประทานทุก ๆ 1-2 เดือน เป็นเวลา 10-14 วัน
  • ยาคุมกำเนิดแบบผสม ซึ่งมีส่วนประกอบฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และ โปรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่ช่วยลดการผลิตแอนโดรเจน แก้ไขปัญหาเลือดออกผิดปกติ ลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
  • เมตฟอร์มิน (Metformin) สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการตกขาวสีน้ำตาลและเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ร่วมด้วย คุณหมออาจให้รับประทานยาชนิดนี้ เพื่อลดระดับอินซูลิน
  • โกนาโดโทรปิน (Gonadotropin) คือ ฮอร์โมนที่ฉีดเข้าสู่ร่างกายเพื่อช่วยกระตุ้นการตกไข่
  • เลโทรโซล (Letrozole) อาจใช้สำหรับการรักษาโรคมะเร็งเต้านม แต่ในขณะเดียวกันก็อาจช่วยกระตุ้นรังไข่ให้เกิดภาวะไข่ตกได้
  • โคลมีฟีน (Clomiphene) ยาต้านฮอร์โมนเอสโตรเจน ที่อาจช่วยกระตุ้นให้เกิดการไข่ตก

2. โรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (STDs) เกิดจากการติดเชื้อของแบคทีเรีย ไวรัส จากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การถ่ายเลือด ใช้เข็มฉีดยาและสิ่งของร่วมกัน มารดาสู่ทารกระหว่างคลอดผ่านทางช่องคลอด เช่น โรคหนองในเทียม โรคหนองในแท้ ภาวะช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรีย หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลให้ตกขาวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลพร้อมมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ แสบร้อนอวัยวะเพศขณะปัสสาวะ มีสารคัดหลั่งไหลออกจากองคชาต

วิธีรักษา

  • ยาปฏิชีวนะ ใช้สำหรับผู้ที่ติดเชื้อแบคทีเรีย ปรสิต เช่น โรคหนองใน โรคซิฟิลิส โรคพยาธิในช่องคลอด ระหว่างการรักษาควรงดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะหายดี และควรเข้ารับการตรวจหาเชื้อซ้ำ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ
  • ยาต้านไวรัส อาจเหมาะสำหรับผู้ที่ติดเชื้อเริม เอชไอวี (HIV) เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อไวรัส

3. โรคกระดูกเชิงกรานอักเสบ (PID) คือ การติดเชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างหนองในเทียม หนองในแท้บริเวณ มดลูก ปากมดลูก รังไข่ ท่อนำไข่ ของผู้หญิง ทำให้เกิดอาการปวดท้องส่วนล่าง ตกขาวสีน้ำตาล มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ปวดบริเวณกระดูกเชิงกราน มีเลือดออกจากช่องคลอด เจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์

วิธีรักษา

คุณหมออาจให้รับประทานยาปฏิชีวนะเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หรือนานกว่านั้นจนกว่าคุณหมอจะสั่งให้หยุดยา หากร่างกายไม่ตอบสนองต่อยารับประทาน ควรได้รับยาปฏิชีวนะผ่านทางหลอดเลือด ระหว่างการรักษาไม่ควรมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะหายขาด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายและติดเชื้อซ้ำ

4. มะเร็งปากมดลูก เกิดจากเซลล์เจริญเติบโตมากผิดปกติจนไม่อาจควบคุมได้ จนก่อตัวเป็นก้อน และอาจแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย นอกจากนี้ การติดเชื้อเอชพีวี (HPV) อาจมีความเชื่อมโยงกับมะเร็งปากมดลูก ที่มีส่วนทำให้เซลล์ปากมดลูกบางเซลล์กลายเป็นเซลล์มะเร็ง ส่งผลให้ปวดอุ้งเชิงกราน เจ็บอวัยวะเพศขณะมีเพศสัมพันธ์ และเลือดปะปนกับตกขาวกลายเป็นสีน้ำตาลออกมาทางช่องคลอด พร้อมมีกลิ่นไม่พึงประสงค์

วิธีรักษา

  • การผ่าตัด เป็นการรักษาที่ขึ้นอยู่กับระยะของมะเร็ง โดยอาจผ่าตัดเพื่อนำมะเร็งออก หรืออาจจำเป็นต้องผ่าตัดเอาปากมดลูกและมดลูกออก ซึ่งอาจส่งผลให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกในอนาคต
  • รังสีบำบัด การฉายรังสีที่มีความเข้มข้นสูงเป็นการรักษามะเร็งมดลูกในระยะแรก เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง
  • เคมีบำบัด มักใช้ร่วมกับการฉายรังสี เพื่อควบคุมอาการของมะเร็งในระยะลุกลาม ซึ่งมีทั้งรูปแบบของการรับประทานยาเม็ด หรือให้ยาผ่านทางหลอดเลือดดำ

5. ตั้งครรภ์ เมื่อเข้าสู่ช่วงตั้งครรภ์อาจทำให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนเพิ่มขึ้นสูง จนส่งผลให้ระบบสืบพันธุ์ผลิตตกขาวมากขึ้นกว่าเดิม บางคนอาจก่อให้เกิดตกขาวสีน้ำตาล เนื่องจากการฝังตัวของไข่ในผนังมดลูก ทำให้อาจมีเลือดออกปะปนออกมาทางช่องคลอด

วิธีรักษา

ตกขาวสีน้ำตาลเป็นเรื่องปกติ และพบได้ไม่บ่อยนัก แต่หากตกขาวมีสีน้ำตาลเข้มจนเกินไป และมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น กลิ่นไม่พึงประสงค์ ปวดท้อง อาจเป็นไปได้ว่าเสี่ยงตั้งครรภ์นอกมดลูกหรือแท้งบุตร ซึ่งควรเข้ารับการตรวจครรภ์หาสาเหตุ และเข้ารับการรักษาในทันที

กรณีที่ตรวจพบว่ามีการติดเชื้อในช่องคลอด ควรรักษาตามคำแนะนำของคุณหมอด้วยการใช้ยาต้านเชื้อรา หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของน้ำหอม และสวมใส่กางเกงชั้นในที่มีการระบายได้ดี

6. เข้าสู่ช่วงวัยหมดประจำเดือน ตกขาวสีน้ำตาลอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงภาวะหมดประจำเดือน ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในผู้หญิงช่วงอายุ 45 ปีขึ้นไป เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนลดลง ส่งผลให้รังไข่ และการตกไข่หยุดทำงาน ทำให้ประจำเดือนค่อย ๆ หมดไปอย่างถาวร

อาการตกขาวสีน้ำตาล ที่ควรรีบเข้าพบคุณหมอ

อาการตกขาวสีน้ำตาลที่ควรเข้าพบคุณหมอ อาจสังเกตได้จาก

  • กลิ่นไม่พึงประสงค์บริเวณช่องคลอด หรือตกขาว
  • อาการคันรุนแรงบริเวณช่องคลอด
  • แสบร้อน และเจ็บช่องคลอดระหว่างมีเพศสัมพันธ์และปัสสาวะ
  • มีเลือดออกทางช่องคลอดที่ไม่ใช่ประจำเดือน
  • ตกขาวเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาล เขียว เหลือง
  • ตกขาวไหลออกมากกว่าปกติ
  • มีอาการปวดบริเวณกระดูกเชิงกราน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Vaginal discharge. https://www.nhs.uk/conditions/vaginal-discharge/ . Accessed December 07, 2021

Vaginal Discharge: What’s Abnormal?. https://www.webmd.com/women/guide/vaginal-discharge-whats-abnormal . Accessed December 07, 2021

When to see a doctor. https://www.mayoclinic.org/symptoms/vaginal-discharge/basics/when-to-see-doctor/sym-20050825 . Accessed December 07, 2021

Polycystic ovary syndrome (PCOS). https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/pcos/symptoms-causes/syc-20353439 . Accessed December 07, 2021

Polycystic Ovary Syndrome (PCOS). https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/polycystic-ovary-syndrome-pcos . Accessed December 07, 2021

Sexually transmitted diseases (STDs). https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/sexually-transmitted-diseases-stds/symptoms-causes/syc-20351240 . Accessed December 07, 2021

What Is Pelvic Inflammatory Disease?. https://www.webmd.com/women/guide/what-is-pelvic-inflammatory-disease . Accessed December 07, 2021

Pelvic Inflammatory Disease (PID). https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/pelvic-inflammatory-disease/diagnosis-treatment/drc-20352600 . Accessed December 07, 2021

Cervical cancer. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/cervical-cancer/diagnosis-treatment/drc-20352506 . Accessed December 07, 2021

Vaginal discharge in pregnancy. https://www.nhs.uk/pregnancy/related-conditions/common-symptoms/vaginal-discharge/ . Accessed December 07, 2021

Menopause. https://medlineplus.gov/menopause.html . Accessed December 07, 2021

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 07/12/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย