home

คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

หนองในเทียม อาการ สาเหตุ การรักษา

คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษา|การปรับไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง
หนองในเทียม อาการ สาเหตุ การรักษา

หนองในเทียม เป็นการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากแบคทีเรียคลามายเดีย ทราโคเมทิส (Chlamydia Trachomatis) หลายคนอาจไม่รู้ว่าตนเองเป็นหนองในเทียม เนื่องจากไม่แสดงอาการใด ๆ สำหรับอาการที่เกิดขึ้จากหนองในเทียม ได้แก่ ปวดบริเวณอวัยวะเพศ และมีสารคัดหลั่งจากช่องคลอดหรือองคชาติ อาการดังกล่าวสามารถรักษาให้หายได้ แต่หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น ภาวะมีบุตรยาก กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หนองในเทียมอาจพบได้บ่อยในผู้หญิง แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย

คำจำกัดความ

หนองในเทียม คืออะไร

หนองในเทียม หรือ คลามายเดีย (Chlamydia) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Disease หรือ STDs) ชนิดหนึ่งที่เกิดจากแบคทีเรียที่เรียกว่า คลามายเดีย ทราโคเมทิส (Chlamydia Trachomatis) บางคนอาจไม่ทราบว่าเป็นหนองในเทียม เพราะไม่มีสัญญาณเตือนหรืออาการใด ๆ หากมีสัญญาณเตือนหรืออาการอาจได้แก่ อาการเจ็บที่อวัยวะเพศ และมีสารคัดหลั่งจากช่องคลอดหรือองคชาต หนองในเทียมอาจส่งผลต่อคอมดลูก ทวารหนัก ท่อปัสสาวะ ตา และคอได้อีกด้วย

หนองในเทียมพบได้บ่อยแค่ไหน

หนองในเทียมพบได้บ่อยมาก โดยจะมีการติดเชื้อในคนประมาณ 131 ล้านคนทั่วโลกในแต่ละปี สามารถส่งผลต่อทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี หนองในเทียมอาจพบได้มากกว่าหนองในแท้สามเท่า และมากกว่าซิฟิลิส (Syphilis) 50 เท่า ซึ่งโรคทั้งสองชนิดดังกล่าวเป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้ทั่วไปอีกด้วย หากสงสัยว่าตนเองอาจติดเชื้อ ควรเข้ารับการรักษาโดยทันที

อาการ

อาการของหนองในเทียม

หนองในเทียมไม่ค่อยแสดงให้เห็นถึงสัญญาณเตือนและอาการในระยะเริ่มแรก เมื่อมีสัญญาณเตือนและอาการต่าง ๆ อาจสังเกตได้จากอาการดังต่อไปนี้

  • มีไข้ต่ำ
  • มีอาการบวมรอบช่องคลอดหรืออัณฑะ
  • มีความรู้สึกปวดหรือแสบในระหว่างขับถ่ายปัสสาวะ
  • มีอาการปวดท้องส่วนล่าง
  • มีสารคัดหลั่งจากช่องคลอดที่ผิดปกติ
  • มีสารคัดหลั่งจากองคชาต
  • มีอาการปวดในระหว่างมีเพศสัมพันธ์
  • มีเลือดออกในระหว่างช่วงมีประจำเดือนและหลังมีเพศสัมพันธ์
  • มีอาการปวดอัณฑะ

อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นภายใน 1-3 สัปดาห์ของการรับเชื้อ หากมีข้อกังวลใด ๆ เกี่ยวกับอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ทันที

ควรไปพบหมอเมื่อใด

คุณควรไปพบคุณหมอ เมื่อมีอาการต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์และระดับความรุนแรงของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของหนองในเทียม

หนองในเทียมเกิดจากแบคทีเรียที่เรียกว่า คลามายเดีย ทราโคเมทิส และอาจแพร่กระจายได้ง่ายผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางปาก และทางทารหนัก หากผู้หญิงตั้งครรภ์เป็นหนองในเทียมอาจแพร่เชื้อไปยังทารกได้ ซึ่งทำให้เกิด โรคปอดบวม (Pneumonia) หรือการติดเชื้อรุนแรงที่ดวงตา หนองในเทียมรักษาได้ง่ายและไม่ควรละเลย หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา หนองในเทียมสามารถทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์ได้ยาก หากสงสัยว่าตนเองหรือคู่นอนเป็นหนองในเทียม โปรดไปพบหมอทันที

นอกเหนือจากภาวะมีบุตรยาก (Infertility) แล้ว หนองในเทียมสามารถทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น

  • เชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease) เชิงกรานอักเสบเกิดขึ้นเมื่อแบคทีเรียได้แพร่กระจายไปยังเชิงคอมดลูก มดลูก ท่อนำไข่ และรังไข่ เชิงกรานอักเสบสามารถทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก ท้องนอกมดลูก (ภาวะร้ายแรงเมื่อไข่ปฏิสนธินอกมดลูก) หรือมีอาการปวดเชิงกรานเรื้อรัง
  • กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) เกิดขึ้นเมื่อกระเพาะปัสสาวะติดเชื้อ
  • ต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis) เกิดขึ้นเมื่อต่อมลูกหมากบวม
  • กลุ่มอาการไรเตอร์ (Reiter’s syndrome) ทำให้เกิดข้ออักเสบ ตาแดง และความผิดปกติเกี่ยวกับท่อปัสสาวะ
  • การติดเชื้ออื่น ๆ การติดเชื้อเหล่านี้อาจส่งผลต่อพื้นผิวของท่อปัสสาวะในผู้ชาย พื้นผิวของไส้ตรง หรือดวงตา

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของหนองในเทียม

สำหรับหนองในเทียมอาจมีปัจจัยเสี่ยง ดังต่อไปนี้

  • มีอายุน้อยกว่า 24 ปี
  • มีเพศสัมพันธ์บ่อยกับคู่นอนหลายคน
  • มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
  • มีประวัติเคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ

เพื่อลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด ควรมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยและเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคหนองในเทียม

หนองในเทียมอาจตรวจพบได้ระหว่างการตรวจร่างกาย ดังนั้น ควรเข้ารับการตรวจร่างกายทุกปีหากมีอายุน้อยกว่า 25 ปี และมีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้ง หากคุณมีอายุมากกว่า 25 ปี ควรเข้ารับการตรวจทุกปี หากคุณมีคู่นอนมากกว่าหนึ่งคน หรือมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย หรือเคยเป็นหนองในเทียมมาก่อน

การรักษาโรคหนองในเทียม

หนองในเทียมสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ แพทย์จะสั่งยาปฏิชีวนะให้กับทั้งผู้ป่วยและคู่นอน ผู้ป่วยอาจต้องใช้ยาเป็นเวลานานถึง 10 วัน หรือในบางกรณีอาจต้องใช้เวลานานกว่า 2 สัปดาห์ กว่าจะรักษาหนองในเทียมให้หายขาด

ผู้ป่วยไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างที่รับการรักษาหนองในเทียม เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และควรใช้ยาปฏิชีวนะให้ครบชุดเพื่อป้องกันการดื้อยาและการกลับมาติดเชื้อซ้ำ

การปรับไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง

การปรับไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเองที่ช่วยจัดการหนองในเทียม

เพื่อจัดการความเสี่ยงสำหรับหนองในเทียม อาจปฏิบัติได้ดังนี้

  • ห้ามมีเพศสัมพันธ์ ทั้งเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก และทางปาก เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค
  • ซื่อสัตย์ต่อคู่รัก การซื่อสัตย์ต่อคนรักและไม่มีเพศสัมพันธ์กับผู้อื่นที่ไม่ใช่คนรัก อาจช่วยลดความเสี่ยงในการติดหนองในเทียมได้เป็นอย่างมาก
  • มีเซ็กส์แบบป้องกัน สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
  • การคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น เช่น ใช้ยาคุมกำเนิด ไม่สามารถป้องกันหนองในเทียม และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ได้
  • ตรวจร่างกายเป็นประจำ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Chlamydia-CDC Fact sheet. http://www.cdc.gov/std/chlamydia/stdfact-chlamydia.htm. Accessed May 30, 2016.

Chlamydia. https://www.plannedparenthood.org/learn/stds-hiv-safer-sex/chlamydia. Accessed May 30, 2016.

Sexual transmitted infections (STIs). http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs110/en/. Accessed May 30, 2016.

Chlamydia. https://www.nhs.uk/conditions/chlamydia/. Accessed October 20, 2021

Chlamydia. https://www.webmd.com/sexual-conditions/chlamydia#1. Accessed October 20, 2021

Chlamydia trachomatis. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/chlamydia/symptoms-causes/syc-20355349. Accessed October 20, 2021

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี แก้ไขล่าสุด 20/10/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ