เมนไม่มากี่วันถึงท้อง และสัญญาณคนท้องมีอะไรบ้าง

    เมนไม่มากี่วันถึงท้อง และสัญญาณคนท้องมีอะไรบ้าง

    เมนไม่มากี่วันถึงท้อง เป็นคำถามยอดฮิตของผู้มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันหรือเกิดความผิดพลาดในการคุมกำเนิด เช่น ถุงยางอนามัยขาด ลืมกินยาคุม โดยปกติหากมีเพศสัมพันธ์แล้วเมนหรือประจำเดือนมาช้ากว่ากำหนดประมาณ 1-2 สัปดาห์ อาจเป็นไปได้ว่ากำลังตั้งครรภ์ ซึ่งวิธีนี้อาจใช้ได้สำหรับผู้หญิงที่ประจำเดือนมาตรงกำหนดทุกเดือน แต่สำหรับผู้หญิงที่เมนมาไม่ปกติอาจต้องสังเกตสัญญาณการตั้งครรภ์อื่น ๆ และใช้ชุดตรวจครรภ์ร่วมด้วยเพื่อยืนยันผล อย่างไรก็ตาม เมนไม่มาอาจเกิดสาเหตุอื่น ๆ ได้ เช่น การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ความเครียด วัยหมดประจำเดือน ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ

    เมนไม่มากี่วันถึงท้อง

    ผู้หญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์และมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันหรือการป้องกันเกิดความผิดพลาด เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 1-2 สัปดาห์ โดยนับจากวันที่คาดว่าจะมีประจำเดือนแต่ประจำเดือนไม่มาตามกำหนด เป็นไปได้ว่ากำลังตั้งครรภ์ ทั้งนี้ อาจตรวจเช็คสัญญาณการตั้งครรภ์อื่น ๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกาย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน คัดหน้าอก และซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์มาตรวจเพื่อยืนยัน หากตรวจแล้วไม่พบการตั้งครรภ์ให้เว้นไปอีก 1 สัปดาห์ และหากเมนยังไม่มาให้ตรวจอีกครั้ง

    อย่างไรก็ตาม หากตรวจทั้ง 2 ครั้งแล้วยังไม่พบการตั้งครรภ์และเมนยังไม่มา อาจเป็นไปได้ว่าฮอร์โมน HCG ที่พบในหญิงตั้งครรภ์ยังไม่มากพอ จึงควรเข้ารับการตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาลอีกครั้ง นอกจากนี้ เมนไม่มาอาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น การลดน้ำหนักมากเกินไป การเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ใช้ยาคุมกำเนิด ความเครียด กลุ่มอาการรังไข่มีถุงน้ำหลายใบ

    สัญญาณคนท้อง

    หากเมนไม่มาแล้วมีอาการเหล่านี้อาจเป็นไปได้ว่ากำลังตั้งครรภ์

    • คัดตึงเต้านม หน้าอกบวม อาจรู้สึกเจ็บเต้านมและรู้สึกไม่สบายเป็นเวลาหลายสัปดาห์ และรอบ ๆ หัวนมอาจมีสีเข้มขึ้น
    • คลื่นไส้และอาเจียน เป็นอาการแพ้ท้องที่พบได้บ่อยในหญิงตั้งครรภ์
    • เหนื่อยล้า ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงของหญิงตั้งครรภ์อาจทำให้พลังงานลดลงและรู้สึกเหนื่อยล้ามากขึ้น
    • อารมณ์แปรปรวน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอาจส่งผลต่ออารมณ์ได้
    • วิงเวียนศีรษะ อาจเกิดจากการขยายตัวของหลอดเลือด ความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในเลือดที่ต่ำลง
    • ปวดปัสสาวะบ่อย ร่างกายสร้างเลือดเพิ่มขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อย

    สาเหตุอื่น ๆ ที่อาจทำให้เมนไม่มา

    นอกจากการตั้งครรภ์อาจมีหลายสาเหตุที่ส่งผลทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติหรือเมนไม่มาได้ สาเหตุที่อาจพบได้บ่อยมีดังนี้

    • ความเครียด อาจส่งผลให้ประจำเดือนมานานขึ้นหรือสั้นลง และอาจทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือขาดหายไป เนื่องจากความเครียดส่งผลต่อการสั่งการของสมองที่ทำหน้าที่กระตุ้นรังไข่ให้ผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่กระตุ้นการมีประจำเดือน
    • การออกกำลังกายมากเกินไป อาจทำให้ร่างกายอ่อนล้าและเกิดความเครียด ซึ่งอาจส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่ผิดปกติทำให้หยุดการตกไข่ และส่งผลต่อการมีประจำเดือน
    • การลดหรือการเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็ว การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว เช่น การอดอาหาร การรับประทานยาลดน้ำหนัก อาจยับยั้งการผลิตฮอร์โมนที่จำเป็นสำหรับการตกไข่ และน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นมากเกินไปอาจส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนในปริมาณที่มากเกินไป ส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่ปกติหรือประจำเดือนขาดได้
    • การรับประทานยาคุมกำเนิดบางชนิด อาจส่งผลให้ประจำเดือนหยุด เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดียว ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม การฉีดยาคุมกำเนิด ห่วงคุมกำเนิด อย่างไรก็ตาม หากหยุดรับประทานยาคุมกำเนิด ประจำเดือนก็จะกลับมาเป็นปกติ
    • กลุ่มอาการรังไข่มีถุงน้ำหลายใบ เป็นความผิดปกติของต่อมไร้ท่อหรือระบบฮอร์โมนมีลักษณะถุงน้ำหลายใบภายในรังไข่ อาจเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ส่งผลให้ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ทำให้ไม่สามารถปล่อยไข่ได้ ส่งผลให้ผู้ที่เป็นโรคนี้ประจำเดือนมาไม่ปกติหรือประจำเดือนขาด
    • วัยหมดประจำเดือน ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในผู้หญิงที่มีอายุ 40-55 ปี เนื่องจากระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงส่งผลให้การตกไข่น้อยลงและหยุดลงในที่สุด ทำให้ไม่มีประจำเดือน

    เมื่อไหร่ควรพบคุณหมอ

    หากประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือประจำเดือนขาดร่วมกับปัจจัยเหล่านี้ควรเข้าพบคุณหมอ

    • ประจำเดือนมานานถึง 7 วัน หรือมากกว่านั้น
    • ประจำเดือนมาบ่อยในทุก ๆ 21 วัน หรือมาน้อยในทุก ๆ 35 วัน นับจากประจำเดือนวันสุดท้าย
    • บางเดือนประจำเดือนมาน้อยมากหรือบางเดือนประจำเดือนมามากกว่าปกติสลับกันไป
    • ประจำเดือนมาไม่ปกติและทำให้ตั้งครรภ์ได้ยาก
    • ประจำเดือนมาไม่ปกติในขณะที่คุณผู้หญิงอายุ 45 ปี

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

    พลอย วงษ์วิไล


    เขียนโดย ทัตพร อิสสรโชติ · แก้ไขล่าสุด 27/09/2022

    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา