backup og meta

ตกขาวสีเขียว มีสาเหตุ การรักษาอย่างไร

ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย แพทย์หญิงนันทิวดี มาเมือง · สูตินรีเวชวิทยา · โรงพยาบาลสุขุมวิท


เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน · แก้ไขล่าสุด 4 สัปดาห์ก่อน

    ตกขาวสีเขียว มีสาเหตุ การรักษาอย่างไร

    ตกขาว คือ สารคัดหลั่งสีใส หรือสีขาว ที่ผลิตจากต่อมในช่องคลอดและปากมดลูก และถูกขับออกมาทางช่องคลอด ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสำคัญในระบบสืบพันธุ์เพศหญิง เพราะตกขาวช่วยขจัดแบคทีเรียและเซลล์ที่ตายแล้ว ทำให้ช่องคลอดสะอาด จึงอาจช่วยป้องกันการติดเชื้อในช่องคลอดได้ แต่หากสังเกตว่า ตกขาวสีเขียว ไหลออกมาจากช่องคลอด พร้อมมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ อาจเป็นสัญญาณว่าช่องคลอดติดเชื้อ ซึ่งควรรับการรักษาทันที

    ตกขาวสีเขียว ผิดปกติหรือไม่

    ตกขาวสีเขียว หรือสีเหลือง เป็นฟอง มีกลิ่นเหม็น ถือเป็นเรื่องผิดปกติที่อาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้

    • โรคพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis)

    โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่ง เกิดจากการติดเชื้อปรสิตผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน เป็นต้น ระยะฟักตัวของเชื้ออาจอยู่ที่ 4-28 วัน หลังจากได้รับเชื้อ อาการที่มักพบเมื่อเป็นโรคพยาธิในช่องคลอด คือ มีตกขาวสีเขียว ร่วมกับอวัยวะเพศแดง คัน และแสบร้อนขณะปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์ หากสังเกตว่าตนเองมีตกขาวสีเขียว ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาทันที เพราะหากปล่อยไว้นานอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ได้ในอนาคต เช่น ทารกน้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด ทารกติดเชื้อจากการคลอดธรรมชาติ

    • ภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย

    ปกติแบคทีเรียในช่องคลอดมีชนิดที่ดีและไม่ดี แต่หากมีแบคทีเรียชนิดไม่ดีมากกว่า อาจทำให้แบคทีเรียในช่องคลอดเสียสมดุล ซึ่งปัจจัยที่กระตุ้นกระตุ้นให้แบคทีเรียเจริญเติบโตผิดปกติอาจมาจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอวัยวะเพศที่มีสารระคายเคือง จนนำไปสู่ภาวะช่องคลอดอักเสบ ส่งผลให้ตกขาวมีสีเขียว เทา กลิ่นไม่พึงประสงค์ คันช่องคลอด และแสบร้อนช่องคลอดขณะปัสสาวะ

    • การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

    อาจเกิดจากแบคทีเรียเข้าสู่ทางเดินปัสสาวะผ่านทางท่อปัสสาวะ ผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การใช้ไดอะเฟรมคุมกำเนิด ฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายลดลงทำให้ระบบทางเดินปัสสาวะเปลี่ยนแปลงนำไปสู่การติดเชื้อแบคทีเรียได้ง่ายขึ้น เป็นต้น หากทางเดินปัสสาวะติดเชื้อจะส่งผลให้ปัสสาวะมีกลิ่นแรง รู้สึกเจ็บแสบช่องคลอด ตกขาวสีเขียว บางคนอาจมีเลือดออกปะปนกับปัสสาวะ

    • โรคหนองในเทียม

    ส่วนใหญ่เกิดจากแบคทีเรียคลาไมเดีย (Chlamydia Trachomatis) สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ชายและผู้หญิง ผ่านการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อโดยไม่ป้องกัน แต่เชื้ออาจแพร่กระจายได้หลายช่องทาง เช่น ทางปาก ระหว่างคลอดบุตรผ่านทางช่องคลอด โรคหนองในเทียมสังเกตได้จากอาการตกขาวมีกลิ่นและสีเปลี่ยนแปลง อวัยวะเพศปวดบวม แสบร้อนอวัยวะเพศขณะปัสสาวะและมีเพศสัมพันธ์

    • การตั้งครรภ์

    ระหว่างตั้งครรภ์ ฮอร์โมนอาจเปลี่ยนแปลง เช่น ฮอร์โมนเอสโตรเจนเพิ่มขึ้น และกระตุ้นให้ผลิตตกขาวลักษณะใสเพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อจากช่องคลอดสู่มดลูก แต่หากตกขาวมีกลิ่นและเปลี่ยนสี รู้สึกคัน แสบช่องคลอด ควรเข้าพบคุณหมอทันที เพราะอาจจากการติดเชื้อรา ซึ่งต้องรีบรักษาก่อนเชื้อจะแพร่กระจายสู่ทารกระหว่างคลอดบุตร

    วิธีรักษาอาการตกขาวผิดปกติ

    อาการ ตกขาวผิดปกติ อาจรักษาด้วยยาดังต่อไปนี้

    • ทินิดาโซล (Tinidazole) ใช้รักษาการติดเชื้อปรสิตหรือเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด ยานี้เป็นยาเม็ด ควรรับประทานพร้อมอาหารวันละ 1 ครั้ง ในเวลาเดียวกันทุกวันเป็นเวลา 2-5 วัน หรือจนกว่าคุณหมอจะอนุญาตให้หยุดยาได้
    • เมโทรนิดาโซล (Metronidazole) ยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาโรคติดเชื้อ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียหรือปรสิตบางชนิด บางคนที่รับประทานยานี้อาจมีอาการปวดท้อง เพื่อลดความเสี่ยงนี้ ควรรับประทานยาพร้อมอาหารหรือนม และควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน อีกทั้งไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากรับประทานยา เพราะอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง
    • คลินดามัยซิน (Clindamycin) คุณหมออาจแนะนำยาในรูปแบบครีมเฉพาะที่เพื่อใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย
    • เซคนิดาโซล (Secnidazole) ยาปฏิชีวนะที่อาจช่วยหยุดการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย สามารถรับประทานพร้อมกับอาหารได้
    • ไนโตรฟูแรนโทอิน (Nitrofurantoin) ใช้สำหรับรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ควรรับประทาน 2-4 ครั้ง/วัน ในช่วงเวลาเดียวกันอย่างน้อย 7 วัน ตามคำแนะนำของคุณหมอ ยานี้มีทั้งแบบแคปซูลและแบบน้ำ สำหรับผู้ที่รับประทานยาในรูปแบบน้ำควรเขย่าขวด และตวงปริมาณยาให้เหมาะสมตามกำหนดด้วยถ้วยตวงยา ไม่ควรใช้ช้อนกินข้าว
    • อะซิโธรมัยซิน (Azithromycin) เป็นยาปฏิชีวนะใช้สำหรับรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากเชื้อแบคทีเรีย เช่น หนองในเทียม เพื่อป้องกันติดเชื้อซ้ำ ระหว่างการรักษาด้วยยาชนิดนี้ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์จนกว่าเชื้อจะหาย ไม่ควรหยุดยาเองจนกว่าคุณหมอจะอนุญาต และควรเข้ารับการตรวจหาเชื้ออีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเชื้อที่อาจก่อให้เกิดการแพร่กระจาย

    ระหว่างการรักษาอาการตกขาวผิดปกติ ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 1 สัปดาห์ หรือจนกว่าการติดเชื้อจะหายขาด และควรเข้าตรวจสุขภาพช่องคลอดเป็นประจำ เพื่อหาเชื้อและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อซ้ำ

    วิธีป้องกันช่องคลอดติดเชื้อ

    วิธีป้องกันการติดเชื้อในช่องคลอด ที่อาจทำให้มีตกขาวสีเขียว ได้แก่

    • ทำความสะอาดอวัยวะเพศและบริเวณรอบช่องคลอดด้วยน้ำอุ่น หรือสบู่อ่อน ๆ ที่ปราศจากน้ำหอม ไม่จำเป็นต้องล้างภายในช่องคลอดโดยตรง
    • ประคบเย็น เพื่อบรรเทาอาการคัน บวม เมื่อรู้สึกไม่สบายบริเวณช่องคลอด
    • เช็ดอวัยวะเพศจากด้านหน้าไปด้านหลัง เพื่อป้องกันช่องคลอดติดเชื้อจากทวารหนัก
    • สวมกางเกงชั้นในผ้าฝ้ายที่ใส่สบาย ระบายความอับชื้นได้ดี และหลีกเลี่ยงการสวมกางเกงที่รัดแน่น
    • ให้คู่นอนสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์

    หมายเหตุ

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย

    แพทย์หญิงนันทิวดี มาเมือง

    สูตินรีเวชวิทยา · โรงพยาบาลสุขุมวิท


    เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน · แก้ไขล่าสุด 4 สัปดาห์ก่อน

    advertisement iconโฆษณา

    คุณได้รับประโยชน์จากบทความนี้หรือไม่?

    advertisement iconโฆษณา
    advertisement iconโฆษณา