คิ้วบาง เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง และมีวิธีแก้หรือไม่

    คิ้วบาง เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง และมีวิธีแก้หรือไม่

    คิ้วบาง เป็นอาการที่ขนคิ้วร่วงจนทำให้คิ้วบางลง โดยสาเหตุของคิ้วบางนั้นอาจเกิดจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น เป็นเรื่องปกติที่รูขุมขนจะผลิตขนน้อยลง หรืออาจเป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยาเพื่อรักษาโรค รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน

    คิ้วบาง เป็นเพราะอะไร

    คิ้วบาง เป็นอาการที่ขนคิ้วเริ่มร่วง ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยทั่วไปแล้ว สาเหตุของอาการคิ้วบางหรือขนคิ้วร่วงนั้น มีดังนี้

    อายุมากขึ้น

    เมื่ออายุมากขึ้น รูขุมขนจะค่อย ๆ หยุดการผลิตขนหรือเส้นขน รวมทั้งผมหรือขนจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทา และสีขาว อีกทั้งจะค่อย ๆ ร่วง จนกระทั่งหนังศีรษะบางไปจนถึงหนังศีรษะล้าน

    การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

    ภาวะความไม่สมดุลของระดับฮอร์โมนไทรอยด์ เป็นสาเหตุที่ทำให้ขนคิ้วร่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่ป่วยมีภาวะของโรคไทรอยด์เป็นพิษ (hyperthyroidism) ทั้งในภาวะที่มีฮอร์โมนไทรอยด์มากเกินไป และภาวะที่มีฮอร์โมนไทรอยด์น้อยเกินไป แต่สาเหตุนี้จะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อฮอร์โมนไทรอยด์กลับมาอยู่ในระดับปกติ ขนหรือเส้นผมก็จะงอกกลับมาดังเดิม

    โรคแพ้ภูมิตัวเอง

    เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายถูกโจมตี ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายก็จะส่งผลต่อเซลล์ที่สุขภาพดี ซึ่งลักษณะเช่นนี้ จะเป็นการไปกระตุ้นให้เกิดผมหงอก ผมบาง และผมร่วง รวมถึงทำให้คิ้วบางได้

    ความผิดปกติของผิวหนัง

    ขนเกิดขึ้นมาจากรูขุมขนนผิวหนัง ดังนั้นการมีสุขภาพผิวหนังที่ดีย่อมหมายถึงการมีสุขภาพของเส้นผมและเส้นขนที่ดีตามไปด้วย ปัญหาโรคผิวหนัง เช่น อาการคัน อักเสบ แห้งกร้าน อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ขนคิ้วร่วงจนคิ้วบางได้

    โรคขาดสารอาหาร (Nutritional deficiencies)

    อาหารมีส่วนสำคัญอย่างมากในการเจริญเติบโตของร่างกาย ทั้งประโยชน์ต่อสุขภาพผิวและสุขภาพของเส้นผมด้วย ช่วยบำรุงซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกาย ถ้าร่างกายขาดสารอาหารจนกระทั่งเป็นโรคขาดสารอาหาร ก็ส่งผลให้คิ้วบางได้ ซึ่งภาวะขาดสารอาหารที่ว่านั้น ได้แก่

    • ภาวะขาดกรดไขมันที่จำเป็น (Fatty acid deficiency)
    • ภาวะขาดไบโอติน (Biotin deficiency)
    • ภาวะขาดสังกะสี (Zinc deficiency)

    ผลข้างเคียงจากการรักษาโรค

    การรักษาโรคซึ่งทำให้อาการของโรคนั้น ๆ ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม วิธีการรักษาโรคบางอย่าง อาจเป็นสาเหตุที่ทำขนคิ้วร่วงได้ เช่น

    • การใช้ยาอาซิเทรติน (Acitretin) ซึ่งเป็นยาในกลุ่มเรตินอยด์ ใช้ในการรักษาโรคผิวหนังบางประการ เช่น โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis)
    • การทำคีโม เพื่อการรักษามะเร็ง
    • การใช้ยาวาลโพรอิค แอซิด (Valproic acid) เป็นยาสำหรับการรักษาผู้ป่วยโรคลมชัก

    พันธุกรรม

    พันธุกรรมเป็นตัวกำหนดลักษณะทางกายภาพ อาการผมร่วง หรือขนน้อยนั้น อาจถ่ายทอดมาจากผู้เป็นพ่อหรือแม่ บางคนอาจจะผมบางเหมือนแม่ ในขณะที่บางคนอาจจะมีผมหยักศกเหมือนพ่อ บางคนอาจจะคิ้วบางเหมือนกับทั้งพ่อและแม่ ในขณะเดียวกันปัญหาคิ้วบางอาจเป็นผลจากภาวะทางพันธุกรรมเหล่านี้ ได้แก่

  • โรคสังข์ทอง (Ectodermal Dysplasia) ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่มีผลต่อเซลล์เนื้อเยื่อ จึงส่งผลต่อความผิดปกติของผิวหนัง เส้นผม เล็บ ฟัน และยังทำให้ผมร่วงผมบางเป็นหย่อม ๆ รวมถึงทำให้ขนในบริเวณอื่น ๆ และขนคิ้วร่วงหรือคิ้วบางได้อีกด้วย
  • กลุ่มอาการนิเธอทัน (Netherton syndrome) โรคนี้เป็นภาวะความผิดทางพันธุกรรมที่พบได้ยาก มีผลต่อผิวหนังและระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เส้นผมเปราะและแตกง่าย ซึ่งภาวะนี้มีแนวโน้มที่จะเป็นตั้งแต่แรกเกิด
  • นอกจากนี้คิ้วบางยังอาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ดังนี้

    • การได้รับรังสีทางเคมี
    • โรคแอมีลอยโดซิส (Amyloidosis)
    • โรคซาร์คอยโดสิส (Sarcoidosis)
    • ภาวะการเผาไหม้ทางเคมี
    • โรคดึงผม (Trichotillomania)
    • มะเร็งผิวหนังชนิดคาร์ซิโนมา (Carcinoma)
    • โรคซิฟิลิส
    • โรคเรื้อน

    วิธีดูแลและปกป้องขนคิ้วให้มีสุขภาพดี

    หากอยากให้ขนคิ้วเรียงสวย ดกดำ เป็นเงางามแล้วต้องหมั่นดูแลขนคิ้วเป็นประจำ ทั้งนี้ อาจลองปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้

    • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักและผลไม้ เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินมากเพียงพอที่จะนำไปซ่อมแซมหรือบำรุงอวัยวะต่าง ๆ
    • พยายามที่จะไม่เครียด หาวิธีคลายเครียดไม่ว่าจะเป็นการนวด การทำสมาธิ หรือเข้ารับการบำบัด หรือหาวิธีรักษาจากคุณหมอ
    • หลีกเลี่ยงการถอนขนคิ้วบ่อย ๆ
    • หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีในการเติมแต่งขนคิ้ว
    • บำรุงขนคิ้วด้วยวาสลีน หรือน้ำยาสำหรับดูแลเส้นผมและเส้นขนโดยเฉพาะ

    เมื่อใดควรไปพบคุณหมอ

    หากเริ่มสังเกตว่าตนเองกำลังประสบปัญหากับอาการผมร่วง หรือมีอาการขนในบริเวณอื่นร่วงมากจนผิดปกติ ควรเข้ารับคำแนะนำและขอคำปรึกษาจากคุณหมอที่เชี่ยวชาญทันที เพื่อรับการรักษาหรือรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและเหมาะสม

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

    Duangkamon Junnet


    เขียนโดย Khongrit Somchai · แก้ไขล่าสุด 14/12/2021

    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา