home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ขนคุด ปัญหาผิวกวนใจ รักษาและป้องกันง่ายๆ ได้ด้วยตัวเอง

ขนคุด ปัญหาผิวกวนใจ รักษาและป้องกันง่ายๆ ได้ด้วยตัวเอง

ขนคุด ปัญหาผิวหนังที่อาจกำลังเป็นปัญหากวนใจใครหลายๆ คน บางครั้งขนคุดอาจเป็นเพียงตุ่มนูน ที่คอยสร้างความรำคาญให้คุณ เมื่อพบเห็นและสัมผัส แต่หากคุณดูแลรักษาไม่ถูกวิธี ขนคุดตุ่มเล็ก ๆ ก็อาจติดเชื้อ และลุกลามเป็นปัญหาผิวใหญ่โตได้เช่นกัน

อย่างไหนที่เรียกว่า ขนคุด

ขนคุด คือ เส้นขนที่งอกโผล่พ้นผิวหนังแล้ว แต่งอกลับลงไปใต้ผิวหนังอีกครั้ง หรือเส้นขนที่งอกออกมาจากรูขุมขน หรือปุ่มรากผม (Hair Follicle) ที่อยู่ใต้ผิวหนัง แต่ไม่โผล่พ้นผิวหนังตามปกติ กลับม้วนงออยู่ใต้ผิวหนัง หรือม้วนกลับลงไปในรูขุมขน ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณนั้นมีลักษณะเป็นตุ่มนูน บางครั้งอาจมองเห็นเส้นขนอยู่ใต้ผิวหนัง และมักเกิดบริเวณเดียวกันเป็นหย่อม ๆ หากขนคุดเกิดการติดเชื้อหรืออักเสบ อาจเกิดเป็นตุ่มแดง หรือตุ่มหนอง ลักษณะคล้ายสิว

ขนคุดสามารถเกิดได้ทุกที่ สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดขนคุด คือ การกำจัดขนด้วยการโกน การถอน และการแว็กซ์ โดยบริเวณที่พบว่าเกิดขนคุดบ่อย ๆ ได้แก่ ใบหน้า ลำคอ รักแร้ อวัยวะเพศ และขา

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้คุณเกิดขนคุด

ขนคุดสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยรุ่นและผู้ใหญ่ แต่คุณมีแนวโน้มเกิดขนคุดมากกว่า ถ้าหากคุณ

  • มีน้ำมัน หรือเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วอุดตันรูขุมขน
  • มีผิวแห้ง
  • มีขนหยิกหนา หรือขนเส้นใหญ่
  • โกนขนชิดผิวหนังเกินไป หรือโกนขนย้อนแนวขน
  • ขัดผิวแรงเกินไป หรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ทำให้ผิวระคายเคือง

ขนคุด รักษาได้

ขนคุดส่วนใหญ่สามารถหายได้เองโดยไม่ต้องรักษา เพียงแต่ต้องใช้เวลาประมาณ 1-6 เดือน หากคุณอยากให้ขนคุดหายเร็วขึ้น วิธีเหล่านี้ช่วยได้

  • หยุดกำจัดขนในบริเวณที่มีขนคุด
  • อย่าพยายามบีบหรือแกะเกาขนคุด เพราะเชื้อแบคทีเรียอาจเข้าไปในบาดแผลที่คุณสร้างขึ้น เพิ่มความเสี่ยงให้ผิวหนังติดเชื้อ และอาจทำให้เป็นแผลเป็นได้
  • ประคบร้อนในบริเวณที่มีขนคุด
  • สวมเสื้อผ้าหลวม ๆ จนกว่าขนคุดจะหาย
  • ไม่ขัดผิวระหว่างมีขนคุด

หากทำวิธีข้างต้น หรือปล่อยไว้แล้วขนคุดไม่หาย คุณอาจปรึกษาแพทย์ โดยแพทย์อาจแนะนำวิธีการรักษา ดังนี้

รักษาด้วยยา

  • ทายาสเตียรอยด์เพื่อช่วยลดการบวม อักเสบ และระคายเคือง
  • ทายาที่มีส่วนประกอบของสารอนุพันธ์ของวิตามินเอ หรือเรตินเอ (Retinoids หรือ Retin A) เพื่อช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และช่วยไม่ให้สีผิวคล้ำลงเพราะขนคุด
  • ทาหรือกินยาปฏิชีวนะเพื่อช่วยรักษาอาการติดเชื้อ

รักษาด้วยเลเซอร์

  • เพื่อกำจัดขนในระดับลึกกว่า และยับยั้งไม่ให้ขนงอกขึ้นมาอีกครั้ง แต่วิธีนี้อาจทำให้เกิดตุ่มพอง แผลเป็น หรือผิวหนังสีเข้มขึ้นได้

ไม่อยากมีขนคุด ลองวิธีเหล่านี้ดู

  • ขัดผิวเป็นประจำ และทำให้ผิวชุ่มชื้นอยู่เสมอ
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อุดตันรูขุมขน
  • ทาครีมที่มีส่วนผสมของกรดอัลฟาไฮดรอกซี หรือเอเอชเอ (Alpha Hydroxy Acid หรือ AHA) หรือกรดไกลโคลิค (Glycolic Acid) ระหว่างกำจัดขน เพื่อให้ผิวเรียบเนียนและลดโอกาสเกิดขนคุด
  • รักษาความสะอาดของผิวหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่มีแนวโน้มเกิดขนคุดได้ง่าย ไม่ควรให้เหงื่อหมักหมม
  • หากจำเป็นต้องโกนขน ควรใช้มีดโกนใบเดี่ยว เพราะมีดโกนใบคู่จะทำให้เหลือตอขนลึกลงไปใต้ผิวหนัง โดยโกนขนตามแนวขน และไม่โกนขนชิดผิวหนังมากเกินไป นอกจากจะป้องกันขนคุดแล้ว ยังป้องกันไม่ให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ผิวผ่านรอยโกนขนได้ด้วย
  • หลีกเลี่ยงการกำจัดขน หากเลี่ยงไม่ได้ ควรเลือกวิธีกำจัดขนที่ลดความเสี่ยงการเกิดขนคุด อย่าง การเลเซอร์กำจัดขน การกำจัดขนด้วยกระแสไฟฟ้า (Electrolysis) หรือการทายาที่ช่วยชะลอการงอกใหม่ของขน เช่น ยาอีฟลอร์นิทีน (Eflornithine) เป็นต้น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย เนตรนภา ปะวะคัง แก้ไขล่าสุด 30/06/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x