home

คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ผิวมัน หน้ามัน ทุกเรื่องจัดการได้ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ

ผิวมัน หน้ามัน ทุกเรื่องจัดการได้ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ

ผิวมัน หน้ามัน เป็นปัญหากวนใจสาว ๆ หลายคน นอกจากจะเป็นสาเหตุของการเกิดสิวแล้ว ผิวมันยังทำให้เครื่องสำอางหลุดร่อนได้ง่าย แต่งหน้าได้ไม่สวย แถมต้องคอยใช้กระดาษซับความมันตลอดเวลา ถึงแม้ผิวมันจะเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของผิว ที่ไม่อาจทำให้หายไปได้ แต่ก็มีหลายวิธีการที่ช่วยรับมือกับความมันของผิว เพื่อไม่ให้เป็นปัญหากับความสวยความงาม ลองมาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง ในบทความนี้จาก Hello คุณหมอ

สาเหตุของ ผิวมัน หน้ามัน

ผิวมัน หน้ามัน เป็นผลมาจากการผลิตซีบัม (Sebum) ที่มากเกินไปของต่อมไขมัน ซึ่งต่อมไขมันจะอยู่ใต้ผิวหนัง ซีบัมเป็นไขมันที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว นอกจากนี้ ยังช่วยรักษาให้เส้นผมเงางามและสุขภาพดี แต่การมีซีบัมมากเกินไปบนผิวหน้าจะส่งผลให้ผิวมัน ซึ่งทำให้รูขุมขนอุดตันและเป็นสิว

นอกเหนือจากนี้ ปัจจัยที่ทำให้ต่อไขมันเพิ่มการผลิตซีบัม ได้แก่ พันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ความร้อนหรือความชื้นมากเกินไป รวมถึงความเครียด ต่างก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวผลิตไขมันมากขึ้น และส่งผลให้ผิวแลดูมันมากยิ่งขึ้น

วิธีดูแล ผิวมัน หน้ามัน

ทำความสะอาดผิวหน้าให้ถูกวิธี

  • การทำความสะอาดหน้าเป็นประจำจะช่วยลดความมันบนผิวหน้า คุณควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยน ปราศจากสารที่สร้างความระคายเคืองให้กับผิว เช่น น้ำหอม หรือแอลกอฮอล์ หรือสารเคมีที่รุนแรง เนื่องจากสิ่งเหล่านี้จะกระตุ้นให้ผิวมีปฏิกิริยาตอบสนองด้วยการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น ทำให้ผิวยิ่งมันขึ้นไปอีก นอกจากนี้ ไม่ควรทำความสะอาดผิวบ่อยจนเกินไป เพราะก็จะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ผิวสร้างน้ำมันขึ้นมาเพื่อปกป้องผิว และทำให้ผิวกลับยิ่งมันขึ้นอีกเช่นกัน

ซับหน้าอย่างอ่อนโยน

  • หลังทำความสะอาดใบหน้า ควรซับหน้าให้แห้งด้วยผ้าขนหนูนุ่ม ๆ อย่า “ถู” ผิวหน้ารุนแรงเกินไป เพรายิ่งคุณทำให้ผิวระคายเคืองมากเท่าใด ผิวก็จะปกป้องตัวเองด้วยการสร้างน้ำมัน ซึ่งเป็นปราการปกป้องผิวตามธรรมชาติให้มากขึ้นไปอีก

อย่าลืมให้ความชุ่มชื้น

  • หลายคนมักจะกลัวว่าการใช้มอยส์เจอไรเซอร์จะทำให้ผิวมันมากขึ้น ซึ่งนั่นเป็นความเข้าใจผิด เพราะถึงแม้ผิวจะผลิตน้ำมันออกมากมากเกินไป แต่ผิวมันก็ยังคงต้องการความชุ่มชื้นเช่นเดียวกับผิวประเภทอื่น แต่ควรต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นที่เหมาะสม นั่นก็คือให้ความชุ่มชื้นโดยไม่เพิ่มความมัน ด้วยการใช้มอยส์เจอไรเซอร์แบบปราศจากน้ำมัน (Oil-free) นอกจากนี้ ยังควรให้แน่ใจว่ามอยสเจอไรเซอร์ที่คุณเลือกใช้นั้น ไม่มีส่วนผสมที่ทำให้ผิวระคายเคือง ซึ่งจะกระตุ้นให้ผิวผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น

ดูแลผิว เพิ่มเติมด้วยการขัดลอกเซลล์ผิวและมาส์ก

การดูแลผิวเพิ่มเติม เช่น การขัดลอกเซลล์ผิวหรือการมาส์กหน้า ก็ให้ประโยชน์แก่ผิวมันได้เช่นกันกับผิวประเภทอื่น แต่หัวใจสำคัญก็คือ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับผิว ไม่ควรเลือกใช้สครับที่มีเม็ดขัดหยาบเกินไป หรือมีส่วนผสมที่ออกฤทธิ์แรง

ถึงแม้การผลัดเซลล์ผิวจะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผิวมัน แต่ก็ไม่ควรขัดผิวบ่อยจนเกินไป ควรเว้นช่วงการขัดผิวอย่างน้อย 2 หรือ 3 วัน นั่นก็คือ ไม่ควรขัดผิวหน้าบ่อยเกินกว่าสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

ในขณะที่มาส์ก ซึ่งเดี๋ยวนี้ออกแบบมาให้ทำหน้าที่ได้หลายอย่าง คุณอาจสามารถใช้ได้บ่อยกว่า ขึ้นอยู่กับประเภทของมาส์ก ถ้าเป็นมาส์กแบบให้ความชุ่มชื่นหรือปลอบประโลมผิว (ควรเลือกชนิดที่ออกแบบมาสำหรับผิวมันเสมอ และไม่ควรเลือกชนิดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์) คุณสามารถใช้ได้บ่อยเท่าที่ต้องการ แต่มาส์กประเภทดูดซับความมันหรือลดความมัน ไม่ควรใช้บ่อยจนเกินไป เพราะก็จะยิ่งกระตุ้นให้ผิวผลิตน้ำมันออกมา เพื่อตอบโต้การลดลงมากเกินไปของน้ำมันบนผิว

ดังนั้น หัวใจสำคัญของการดูแลผิวประจำวันสำหรับผิวมันก็คือ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับผิวมัน และควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวมากที่สุดนั่นเอง

ดูแลผิวมัน ด้วยส่วนผสมธรรมชาติ

นอกจากผลิตภัณฑ์ที่หาซื้อได้ตามเคาน์เตอร์เครื่องสำอางแล้ว สาวผิวมันอาจเลือกใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติเหล่านี้ใน การดูแลผิว เพิ่มเติม

น้ำผึ้ง

  • น้ำผึ้งมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรีย และสามารถฆ่าเชื้อโรค รวมถึงยังเป็นสารที่ช่วยดูดซับน้ำ (Humectants) เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวตามธรรมชาติอีกด้วย โดยงานวิจัยชิ้นหนึ่งเมื่อปี 2011 รายงานว่า น้ำผึ้งธรรมชาติมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรีย และฆ่าเชื้อโรค การพอกหน้าด้วยน้ำผึ้งเป็นเวลา 10 นาทีจะช่วยลดสิว และลดความมันของผิว รวมถึงช่วยทำให้ผิวนุ่มขึ้นด้วย สำหรับวิธีการง่าย ๆ ในการใช้น้ำผึ้งเพื่อดูแลผิวมันก็คือ ทาน้ำผึ้ง (ควรเลือกน้ำผึ้งธรรมชาติ) ให้ทั่วหน้า เว้นรอบดวงตาไว้ ทิ้งไว้ราว 10 นาทีจนน้ำผึ้งแห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ไข่ขาวกับมะนาว

  • งานวิจัยชิ้นหนึ่งในปี 2008 ชี้ว่า น้ำมะนาวมีความสามารถในการต้านเชื้อแบคทีเรีย และการใช้น้ำมะนาวกับไข่ขาวจะช่วยในการดูดซับความมันบนผิวได้ แต่ผู้ที่แพ้ไข่ขาวไม่ควรใช้วิธีนี้ เพราะถึงแม้จะไม่ได้มีการรับไข่ขาวเข้าไปในร่างกาย แต่น้ำมะนาวอาจกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ของผิวได้สำหรับผู้ที่ไม่มีอาการแพ้คุณอาจลองใช้มาส์กไข่ขาวและมะนาว เพื่อดูดซับความมันบนผิวหน้า โดยการผสมไข่ขาวจากไข่ 1 ฟอง และน้ำมะนาว 1 ช้อนชา ทาให้ทั่วใบหน้า เว้นบริเวณรอบดวงตา และรอจนกระทั่งมาส์กแห้ง ล้างออกด้วยน้ำอุ่น และซับหน้าให้แห้ง

ว่านหางจระเข้

  • งานวิจัยในปี 2014 ให้ข้อมูลว่า ว่านหางจระเข้สามารถเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ที่ช่วยรักษาสิวและผิวมันได้ นอกจากนี้ งานวิจัยยังแนะนำว่า ผลิตภัณฑ์ควรมีส่วนผสมของว่านหางจระเข้อย่างน้อย 10% เพื่อเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีประสิทธิภาพ ว่านหางจระเข้นั้นเป็นที่รู้จักว่า ช่วยในการปลอบประโลมผิวไหม้แดด และปัญหาผิวอื่น ๆ หลายคนใช้ว่านหางจระเข้เพื่อรักษาปัญหาผิวมัน คุณสามารถทาว่านหางจระเข้บาง ๆ ลงบนผิวหน้า ก่อนเข้านอน และปล่อยไว้จนกระทั่งตอนเช้า ว่านหางจระเข้อาจเป็นเหตุให้เกิดการแพ้ในผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ถ้าคุณไม่เคยใช้ว่านหางจระเข้มาก่อน ให้ลองเอาว่านหางจระเข้มาแต้มในปริมาณที่น้อย เพื่อทดสอบอาการแพ้ หากไม่มีปฏิกิริยาภายในเวลา 24-48 ชั่วโมง นั่นหมายความว่า คุณสามารถใช้ว่านหางจระเข้ได้

มะเขือเทศ

  • มะเขือเทศมีกรดซาลิไซลิก ซึ่งจะช่วยดูดซับ ความมันส่วนเกินบนผิว และช่วยทำให้รูขุมขนไม่อุดตัน การใช้มะเขือเทศเพื่อลด ความมันบนผิว อาจใช้มะเขือเทศสด หั่นเป็นแผ่นบาง ๆ และวางลงบนผิวหน้าโดยตรง ทิ้งไว้สักพัก แล้วจึงเอาออกและล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด คุณอาจใช้สูตรมาส์กมะเขือเทศต่อไปนี้ เพื่อการขัดลอกเซลล์ผิวแบบอ่อนโยน ด้วยการผสมน้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนชา กับเนื้อมะเขือเทศ 1 ลูก นำส่วนผสมมาทาบนใบหน้า โดยทาวนให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 5 นาที และล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ถึงจะมาจากธรรมชาติ..ก็ต้องระวัง

วิธีธรรมชาติในการรับมือกับผิวมันอาจได้ผลกับใครหลายคน แต่วิธีธรรมชาติส่วนใหญ่มักจะไม่ได้รับการค้นคว้าวิจัยอย่างจริงจัง การใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ อย่าง น้ำผึ้ง ไข่ขาว น้ำมะนาว ว่านหางจระเข้ และมะเขือเทศ มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดอาการแพ้ ถ้าใช้วิธีทางธรรมชาติในการดูแลผิวมัน แล้วเกิดอาการแพ้ ให้หยุดใช้ทันที และควรปรึกษาแพทย์เรื่องผิวมันต่อไป

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Top six home treatments for oily skin https://www.medicalnewstoday.com/articles/321090.php. Accessed on September 4, 2018.

‘I Tried 5 Natural Ingredients to Fight My Oily Skin—Here’s What Happened’. https://www.womenshealthmag.com/beauty/g19915205/best-natural-ingredients-for-oily-skin/. Accessed on September 4, 2018.

Miller S. (2012). The types of clay used in homemade face masks. thenakedchemist.com/types-of-clay-used-in-homemade-face-masks/. Accessed August 10, 2020

Oakley A, et al. (2014). Sebum. dermnetnz.org/topics/sebum/. Accessed August 10, 2020

Oily skin: What causes it and what can you do about it? (n.d.). acne.org/oily-skin.html. Accessed August 10, 2020

Viuda-Martos M, et al. (2008). Antibacterial activity of lemon (citrus lemon L.), mandarin (citrus reticulata L.), grapefruit (citrus paradise L.) and orange (citrus sinensis L.) essential oils [Abstract]. onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1111/j.1745-4565.2008.00131.x/abstract. Accessed August 10, 2020

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Sopista Kongchon แก้ไขล่าสุด 10/08/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย