คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ผิวสวย ด้วยกรด เป็นไปได้จริงหรือ

    ผิวสวย ด้วยกรด เป็นไปได้จริงหรือ

    ผิวสวย ด้วยกรด อาจฟังดูน่ากลัวเพราะคำว่ากรดอาจชวนให้นึกถึงสารเคมีที่ทำให้ผิวเสียหายหรือเกิดอาการไหม้ได้ ทั้งนี้ ในทางการแพทย์เพื่อผิวหนัง หากเใช้กรดในปริมาณความเข้มข้มที่เหมาะสม ถูกต้อง ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ กรดจะสามารถช่วยต่อสู้กับปัญหาสิว ริ้วรอย จุดด่างดำ แผลเป็น และสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอได้

    ผิวสวย ด้วยกรด มีกรดอะไรบ้าง

    การใช้กรดเพื่อดูแลผิวนั้น จำเป็นต้องใช้ด้วยความระมัดระวังและอยู่ภายใต้การดูแลกำกับของแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ หรือหากเป็นการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด ควรได้รับคำแนะนำจากเภสัชกรหรือผู้ดูแลสินค้า ทั้งนี้ กรดที่นิยมใช้ในการแพทย์เพื่อผิวหนังและผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลและบำรุงผิวหน้า ได้แก่

    กรดซาลิไซลิค (Salicylic Acid)

    กรดซาลิไซลิคมีคุณสมบัติในการขัดลอกผิว และช่วยไม่ให้รูขุมขนเกิดการอุดตัน จึงช่วยลดปัญหาสิวไปโดยปริยาย จะพบกรดชนิดนี้ในคลีนเซอร์และเซรั่มบำรุงผิวโดยทั่วไป ซึ่งมักจะมีความเข้มข้นตั้งแต่ร้อยละ 0.5 ถึงร้อยละ 2 รวมทั้งในทรีทเม้นท์ที่ช่วยเยียวยาปัญหาเรื่องสิวด้วย

    นอกจากนี้ ยังมีการใช้กรดซาลิไซลิค ในปริมาณความเข้มข้นที่สูงขึ้น เพื่อทำการลอกผิวหน้าหรือเยียวยาปัญหาสิว รอยแผลเป็นจากสิว ฝ้า ความเสียหายจากแสงแดด และจุดด่างดำ ซึ่งต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญในคลีนิคความงามเท่านั้น

    นอกจากนี้ กรดซาลิไซลิคยังใช้กำจัดหูดและตาปลา มีความปลอดภัยกับคนผิวคล้ำ ที่มักจะเกิดรอยคล้ำได้ง่ายด้วย กรดซาลิไซลิคมีฤิทธิ์ต่อต้านการอักเสบได้ด้วย

    กรดไกลโคลิค (Glycolic Acid)

    กรดไกลโคลิค ก็คือ กรดอัลฟ่าไฮดร็อกซี่ (กรดเอเอชเอ) มีคุณสมบัติในเรื่องการดูแลความงามให้ผิวดูสวยสุขภาพดี กรดชนิดได้มาจากอ้อย ซึ่งเป็นกรดเอเอชเอที่มีขนาดเล็กที่สุด จึงซึมซาบเข้าไปในผิวได้ดีที่สุด กรดไกลโคลิคช่วยเยียวยาปัญหาริ้วรอยได้ค่อนข้างดี

    กรดชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการขัดลอกผิว ลดเลือนริ้วรอย ป้องกันสิว ลดเลือนจุดด่างดำ เพิ่มความหนาให้ผิว และช่วยให้สีผิวดูเรียบเนียนเสมอกัน จึงเห็นส่วนผสมนี้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในปริมาณความเข้มข้นที่ต่ำกว่าร้อยละ 10

    กรดไกลโคลิค เป็นกรดที่ใช้ในการลอกผิว เพื่อเยียวยาปัญหาสิว และปัญหาจุดด่างดำ ซึ่งบางครั้งก็ใช้ร่วมกับการกรอผิวด้วยผลึกคริสตัลขนาดเล็ก (Microdermabasion) หรือการฟื้นฟูผิวหน้าด้วยเข็มขนาดเล็ก (Microneedling) อย่างไรก็ตาม การใช้กรดไกลโคลิคจะทำให้ผิวหน้าไวต่อแสงแดดมากขึ้น ควรใช้ครีมกันแดดร่วมกับมาตราการปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นพิเศษ เช่น ใส่เสื้อแขนยาว ใส่หมวก ใส่แว่นตากันแดด หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน

    กรดแมนเดลิค (Mandelic Acid)

    กรดแมนเดลิคเป็นกรดอัลฟ่าไฮดร็อกซี่อีกชนิดหนึ่งที่ได้จากเมล็ดอัลมอนด์ ซึ่งมีคุณสมบัติคล้าย ๆ กรดไกลโคลิค ที่ช่วยขัดลอกผิว เพื่อป้องกันปัญหาสิว เยียวยาความเสียหายที่เกิดจากแสงแดด และช่วยลดเลือนจุดด่างดำ

    แต่เนื่องจาก กรดชนิดนี้มีโครงสร้างทางโมเลกุลที่มีขนาดใหญ่กว่า จึงไม่สามารถซึบซาบเข้าผิวได้ล้ำลึกเหมือนกรดไกลโคลิค จึงทำให้ผิวเกิดอาการระคายเคืองได้น้อยกว่า ด้วยเหตุนี้ จึงมักนิยมใช้ในการลอกผิวมากกว่า เนื่องจากมักไม่สร้างปัญหาให้กับผิวที่มีปัญหาง่ายกลับมามีรอยคล้ำได้ใหม่ แต่การใช้ กรดนี้มากเกินไป นอกจากจะไม่ช่วยแก้ปัญหาแล้ว ยังอาจทำให้เกิดผลในทางตรงกันข้ามได้ด้วย

    กรดอะซีลาอิก (Azelaic Acid)

    เป็นกรดชนิดที่มักพบในครีมบำรุงผิวซึ่งต้องใช้ใบสั่งจากแพทย์ กรดอะซีลาอิกจะช่วยไม่ให้รูขุมขนเกิดการอุดตัน ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และลดอาการอักเสบ ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้ในปริมาณเข้มข้นร้อยละ 15 ถึงร้อยละ 20 ในครีมบำรุงผิวที่ออกแบบมาสำหรับใช้ทาทั่วทั้งใบหน้าทั้งในตอนเช้าและเย็น

    กรดอะซีลาอิกมักจะทำให้เกิดอาการข้างเคียงได้น้อย แต่สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายก็จะมักจะให้รู้สึกแสบร้อน ลอก หรือเป็นรอยแดงได้อย่างรวดเร็ว นอกจากจะช่วยเยียวยาปัญหาสิวแล้ว กรดอะซีลาอิกยังช่วยทำให้ผิวมีสีอ่อนลงได้ด้วย จึงช่วยลดเลือดรอยดำจากสิว หรือรอยคล้ำที่เกิดหลังการอักเสบ ซึ่งมักจะใช้ร่วมกับเรตินอลด์

    กรดโคจิค (Kojic Acid)

    กรดโคจิคเป็นกรดที่ได้จากเชื้อแบคทีเรียที่ใช้ในการหมักข้าวเพื่อทำเป็นสาเก ซึ่งถือเป็นส่วนผสมยอดนิยมของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบรนด์เอเชีย ซึ่งมีสรรพคุณทางด้านไวเทนนิ่งและการต่อต้านริ้วรอย (คำว่า ไวเทนนิ่ง หมายถึง การช่วยลดเลือนจุดด่างดำ และช่วยให้สีผิวดูเรียบเนียนสม่ำเสมอกัน) มักพบเป็นส่วนผสมในเคลนเซอร์และเซรั่ม โดยจะมีความเข้มข้นอยู่ที่ร้อยละ 1 ถึงร้อยละ 4 กรดชนิดนี้อาจทำให้ผิวเกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย แต่ผลลัพธ์ค่อนข้างเป็นที่น่าพึงพอใจ ผู้ใช้จึงควรระวังเป็นอย่างมาก

    ผิวสวย ด้วยกรด เริ่มได้ด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับล้างหน้า

    หากไม่เคยใช้กรด ในการดูแลผิวมาก่อน หรือกลัวว่าจะเป็นอันตราย อาจลองเริ่มต้นด้วย การใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ที่มีส่วนผสมของกรดต่าง ๆ ซึ่งผลิตภัณฑ์ชนิดนี้จะช่วยให้สามารถควบคุมระยะเวลาที่ให้สัมผัสกับผิวหน้าได้ ซึ่งนั่นจะช่วยให้หลีกเลี่ยงปัญหาผิวแห้งอันเป็นผลข้างเคียงจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดมากเกินไปได้

    ผลที่ได้จากการใช้กรดในการดูแลผิว

    กรดต่าง ๆ พวกนี้มีส่วนช่วยทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งสดใส และมีสีผิวเรียบเนียนเสมอกัน ซึ่งเมื่อใช้ไปนาน ๆ มักทำให้จุดด่างดำ กระ และสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอลดน้อยลง และอาจมีส่วนทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้นหลังใช้เป็นประจำ

    อย่างไรก็ตาม หากใช้กรดในปริมาณที่มากเกินไป อาจจะสังเกตเห็นรอยแดง อาการระคายเคือง และอาการคัน ซึ่งหากอาการเหล่านี้เกิดขึ้น ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ทันทีเป็นระยะเวลาประมาณ 2-3 วัน และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนหรือดื่มน้ำให้มาก ๆ หากเกิดความไม่มั่นใจ ควรไปปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพื่อขอคำแนะนำในการดูแลผิวพรรณอย่างถูกต้องและเหมาะสม

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    Alexis AF, et al. (2013). Natural ingredients for darker skin types: Growing options for hyperpigmentation. ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/24002160. Accessed April 21, 2022.

    Ando H, et al. (1998). Linoleic acid and gamma-linolenic acid lightens ultraviolet-induced hyperpigmentation of the skin. DOI: doi.org/10.1007/s004030050320. Accessed April 21, 2022.

    A Comprehensive Guide to Using Acids in Your Skin-Care Routine.  https://www.everydayhealth.com/skin-beauty/a-comprehensive-guide-to-using-acids-in-your-skin-care-routine/. Accessed April 21, 2022.

    Uses and benefits of lactic acid in skin care. https://www.medicalnewstoday.com/articles/lactic-acid-for-skin. Accessed April 21, 2022.

    What to Know About Lactic Acid for Skin Care. https://www.webmd.com/beauty/lactic-acid-for-skin-care. Accessed April 21, 2022.

    Thinking About Getting a Chemical Peel? Read This First. https://www.thehealthy.com/beauty/face-body-care/all-about-chemical-peels/. Accessed April 21, 2022.

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ทีม Hello คุณหมอ แก้ไขล่าสุด 21/04/2022
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย Duangkamon Junnet