home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

4 สูตรลับ รักษาฝ้า ด้วยสมุนไพรไทย

4 สูตรลับ รักษาฝ้า ด้วยสมุนไพรไทย

ฝ้า เป็นปัญหากวนใจที่ทำให้ผู้หญิงอย่างเราหมดความมั่นใจ แต่ในปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีมากมายที่ใช้ในการรักษามากมาย เช่น การทำเลเซอร์ การทำทรีทเม้นท์ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงนำอีกหนึ่งทางเลือกในการ รักษาฝ้า มาฝากกัน ด้วย 4 สูตร รักษาฝ้า จากสมุนไพรไทย ให้คุณหน้าใสไร้ฝ้าในราคาย่อมเยา ที่สำคัญหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป เอาล่ะเราไปดูพร้อมกันเลย

เรื่องเศร้าของคนเป็น ฝ้า

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ฝ้า เป็นอีกหนึ่งปัญหาผิวหน้าที่กวนใจผู้หญิงอย่างเรามาโดยตลอด ก่อนจะออกจากบ้านก็ต้องแต่งหน้าลงรองพื้นหลายชั้น เพื่ออำพรางจุดบกพร่องบนผิวหน้า เป็นเรื่องเศร้าของคนเป็น ฝ้า ที่คนหน้าใสไม่มีวันเข้าใจ โดย ฝ้า (Melasma) เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีที่ทำงานผิดปกติ จึงทำให้ความเข้มข้นของสีผิวไม่สม่ำเสมอ จากการสำรวจทางสถิติจะพบว่าผู้หญิงมีโอกาสเป็น ฝ้า มากกว่าผู้ชายและพบมากในวัย 30-40 ปี

สาเหตุที่ทำให้เกิด ฝ้า

แสงแดดนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อ ฝ้า อย่างมาก โดยแสงจะกระตุ้นการสร้างเซลล์เม็ดสีทำให้รอย ฝ้า เข้มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น เราควรหลีกเลี่ยงที่ที่มีแสงแดดจัดหรือทาครีมกันแดดที่มี SPF30 PA++ ขึ้นไปก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง

ฮอร์โมนนั้นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลทำให้เกิด ฝ้า ซึ่งอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย เช่น การตั้งครรภ์ วัยหมดประจำเดือน หรือแม้กระทั้งการรับประทานยาคุมกำเนิด ก็ย่อมส่งผลทำให้เกิด ฝ้า ได้เช่นกัน

หากว่าญาติพี่น้องของคุณในครอบครัวส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่อง ฝ้า สันนิษฐานไว้ได้เลยว่า คุณมีโอกาสเสี่ยงในการเกิด ฝ้า ได้เช่นกัน โดยในปัจจุบันยังไม่สามารถหายีนที่ควบคุมการเกิด ฝ้า ได้ แต่เราสามารถดูแลป้องกันตัวเองได้โดยใช้ครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน

สลายฝ้าด้วย 4 สูตรจาก สมุนไพรไทย

  • สูตรที่ 1 หัวไชเท้ากับนมสด

นำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาด แล้วมาบดผสมกับนมสดคนให้เข้ากัน พอกที่ผิวหน้าประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ทำเป็นประจำ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากจะช่วยลดเลือนรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำแล้ว ยังช่วยให้ผิวหน้านุ่มชุ่มชื่นอีกด้วย

  • สูตรที่ 2 มะขามเปียกกับน้ำผึ้ง

นำมะขามเปียกมาผสมน้ำเล็กน้อย คั้นจนเนื้อมะขามหลุดออกมาผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อย จากนั้นนำมาพอกบริเวณที่ผิวหน้า 5-10 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด ในมะขามมีกรด AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวและน้ำผึ้งช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น ทำเป็นประจำ 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยให้รอย ฝ้า ลดเลือนลงได้

  • สูตรที่ 3 น้ำหอมหัวใหญ่

นำหอมหัวใหญ่หั่นเป็นชิ้น ๆ แล้วนำมาปั่น หลังจากนั้น กรองด้วยผ้าขาวบางบีบเอาแต่น้ำออกมา ใช้สำลีชุบน้ำหอมหัวใหญ่ทาบริเวณที่เป็น 5-15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ จะสังเกตุได้ว่ารอย ฝ้า จะค่อย ๆ จางลง

  • สูตรที่ 4 น้ำมะนาวกับผงขมิ้น

นำมะนาวมาคั้นเอาแต่น้ำผสมผงขมิ้นลงไปคนให้เข้ากัน นำมาพอกบริเวณที่เป็นฝ้า 10-20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด มะนาวจะช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสผงขมิ้นจะช่วยลดสารเมลานิน (Melanin) บนผิวหนังได้

วิธีป้องกันการเกิดฝ้าในชีวิตประจำวัน

  • ทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน โดยเลือกครีมกันแดด ที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป
  • ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันอย่างน้อย 30 นาที
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับบทความที่นำมาฝากกันในวันนี้ ใครชอบสูตรไหนก็ลองไปทำกันดู สำหรับท่านใดที่มีปัญหาฝ้าลึกแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เพื่อหาแนวทางการรักษาที่ถูกต้องและถูกวิธี

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Ali SA, et al. (2012). On the novel action of melanolysis by a leaf extract of Aloe vera and its active ingredient aloin, potent skin depigmenting agents. DOI: 10.1055/s-0031-1298406. Accessed 14 January.2020

Arung ET, et al. (2010). Tyrosinase inhibitory effect of quercetin 4′-O-β-D-glucopyranoside from dried skin of red onion (Allium cepa) [Abstract]. DOI: 10.1080/14786411003754256. Accessed 14 January.2020

Choi S-Y, et al. (2011). Whitening effect of black tea water extract on brown guinea pig skin [Abstract]. DOI: 10.5487/TR.2011.27.3.153. Accessed 14 January.2020

Hollinger JC, et al. (2018). Are natural ingredients effective in the management of hyperpigmentation? A systematic review. ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5843359/. Accessed 14 January.2020

, et al. (2015). Use of organic acids in acne and skin discolorations therapy [Abstract]. Kapuścińska Ahttps://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/25811473. Accessed 14 January.2020

Ong MWS, et al. (2014). Skin whitening agents. researchgate.net/publication/309236016_Skin_Whitening_Agents. Accessed 14 January.2020

Rizwan M, et al. (2010). Tomato paste rich in lycopene protects against cutaneous photodamage in humans in vivo: A randomized controlled trial [Abstract]. DOI: doi.org/10.1111/j.1365-2133.2010.10057.x. Accessed 14 January.2020

Sarkar R, et al. (2013). Cosmeceuticals for hyperpigmentation: What is available?. DOI: 10.4103/0974-2077.110089. Accessed 14 January.2020

Tabassum N, et al. (2014). Plants used to treat skin diseases. DOI: 10.4103/0973-7847.125531. Accessed 14 January.2020

Tadokoro T, et al. (2010). Whitening efficacy of plant extracts including orchid extracts on Japanese female skin with melasma and lentigo senilis [Abstract]. DOI: doi.org/10.1111/j.1346-8138.2010.00897.x. Accessed 14 January.2020

Zhu W, et al. (2008). The use of botanical extracts as topical skin-lightening agents for the improvement of skin pigmentation disorders. DOI: 10.1038/jidsymp.2008.8. Accessed 14 January.2020

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์ แก้ไขล่าสุด 01/06/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x