home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

การผลัดเซลล์ผิว (Chemical Peel) กับ ข้อควรรู้ก่อนเข้าใช้บริการ

การผลัดเซลล์ผิว (Chemical Peel) กับ ข้อควรรู้ก่อนเข้าใช้บริการ

หากคุณมีปัญหาเรื่องสีผิว ริ้วรอย หรือรอยแผลเป็นต่างๆ ที่ไม่ได้ลึกมาก หลายคนอาจจะนึกถึงวิธี การผลัดเซลล์ผิว ซึ่งวิธีการนี้จะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การผลัดเซลล์ผิวจะทำโดยการนำสารเคมีมาทาบริเวณที่ต้องการ จากนั้นจึงทำการลอกออก แต่บางครั้งการผลัดเซลล์ผิวด้วยเคมีเช่นนี้ก็อาจจะมีผลข้างเคียงตามมาได้ ซึ่งทาง Hello คุณหมอได้นำเรื่องนี้มาฝากกัน

ทำความรู้จักกับ การผลัดเซลล์ผิว

การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี (Chemical Peel) เป็นกระบวนการที่ใช้สารละลายเคมีกับผิวหนัง เพื่อขจัดผิวหนังชั้นบนสุด โดยผิวที่ถูกทำลายไป จะสร้างขึ้นมาใหม่จากชั้นลึกของหนังกำพร้าและจากผิวหนังชั้นตื้น ซึ่งผิวหนังที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จะกลับมาเรียบเนียนขึ้น

นอกจากนั้นยังสามารถทำได้ในระดับความลึกของชั้นผิวที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ระดับตื้นไปจนถึงระดับลึก หากคุณเข้ารับบริการผลัดเซลล์ผิวในระดับลึก ผลลัพธ์ที่ได้จะน่าทึ่งเป็นอย่างมาก แต่มักจะต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวนานขึ้นด้วย ซึ่งการผลัดเซลล์ผิวนั้นคุณอาจจะต้องทำมากกว่า 1 ครั้ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่คุณต้องการ

ระดับความลึกของการผลัดเซลล์ผิวที่ควรรู้

การผลัดเซลล์ผิวเป็นการนำสารเคมีมาใช้ในการผลัดเซลล์ผิวหนังออก โดยการผลัดเซลล์ผิวนั้นจะขึ้นอยู่กับปัญหาที่คุณต้องการแก้ไข โดยการผลัดเซลล์ผิวจะมีความลึกอยู่ 3 ระดับด้วยกัน ได้แก่

  1. การผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกสุด (Light Chemical Peel) เป็นการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกของผิวหนังชั้นหนังกำพร้า ใช้เพื่อรักษาริ้วรอย สิว สีผิวไม่สม่ำเสมอ และความแห้งกร้าน ซึ่งคุณอาจจะทำการผลัดเซลล์ผิวทุก 2-5 สัปดาห์
  2. การผลัดเซลล์ผิวในระดับกลาง หรือเซลล์ผิวที่ตายแล้ว (Medium Chemical Peel) เป็นการผลัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วออกจากเซลล์ผิวหนังชั้นนอกและจากส่วนบนของผิวหนังชั้นกลาง (หนังแท้) ใช้เพื่อรักษาริ้วรอย แผลเป็นจากสิว และสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ คุณอาจจะต้องทำขั้นตอนซ้ำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ
  3. การผลัดเซลล์ผิวในระดับลึก (Deep Chemical Peel) เป็นการขจัดเซลล์ผิวได้อย่างล้ำลึก โดยแพทย์อาจจะแนะนำให้ทำในกรณีที่คุณมีริ้วรอยที่ลึก รอยแผลเป็น หรือรอยบนผิวหนังที่อาจกลายเป็นมะเร็งได้ (Precancerous Growths) โดยคุณไม่จำเป็นต้องทำขั้นตอนซ้ำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เต็มที่

อย่างไรก็ตาม การผลัดเซลล์ผิวนั้น ไม่สามารถขจัดรอยแผลเป็น ริ้วรอยที่ลึกมาก หรือกระชับผิวหนังที่หย่อนคล้อยได้

สำหรับสารเคมีที่เป็นที่นิยมนำมาใช้ในการผลัดเซลล์ผิว ได้แก่

  • เรตินอยด์ (เตรทติโนอิน (Tretinoin) ละลายในโพรพิลีนไกลคอล (Propylene Glycol))
  • กรดอัลฟาไอดรอกซี (กรดแลคติกและกรดไกลโคลิก)
  • กรดเบต้าไอดรอกซี (กรดซาลิไซลิก)
  • กรดไตรคลอโรอะซิติกและฟีนอล (กรดคาร์โบลิก)
  • สารละลายของ Jessner’s solution ซึ่งประกอบด้วย รีซอร์ซินอล (Resorcinol) 14 กรัม กรดซาลิไซลิก แอซิด (Salicylic acid) 14 กรัม และกรดแลคติก (Lactic Acid) 85 เปอร์เซ็นต์ในเอทานอล 95 เปอร์เซ็นต์

ก่อนเข้ารับ การผลัดเซลล์ผิว ควรเตรียมตัวอย่างไร

อันดับแรกก่อนที่คุณจะเช้ารับการผลัดเซลล์ผิว การเลือกแพทย์ที่มีความรู้เกี่ยวกับผิวหนังและหัตถการถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงได้และขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของผู้ที่ทำการผลัดเซลล์ผิวด้วย การผลัดเซลล์ผิวที่ไม่ถูกต้องการทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน การติดเชื้อ และเป็นแผลเป็นถาวรได้

สิ่งที่แพทย์จะทำก่อนที่คุณจะเข้ารับการผลัดเซลล์ผิว

ก่อนที่คุณจะเข้ารับการผลัดเซลล์ผิว แพทย์ของคุณอาจจะ

  • ทบทวนประวัติทางการแพทย์ของคุณ ดังนั้นคุณควรเตรียมพร้อมที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับสภาวะทางการแพทย์ในปัจจุบัน ในอดีต และยาต่างๆ ที่คุณกำลังใช้ หรือเพิ่งใช้ไป ตลอดจนขึ้นตอนการใช้เครื่องสำอางที่คุณเคยมี
  • ทำการตรวจร่างกาย แพทย์ของคุณจะตรวจสอบผิวหนังของคุณและบริเวณที่จะทำการรักษา เพื่อพิจารณาว่าการผลัดเซลล์ผิวระดับไหนที่คุณจะได้รับประโยชน์มากที่สุด และลักษณะทางกายภาพของคุณ เช่น โทนสีและความหนาของผิวหนัง อาจส่งผลต่อผลลัพธ์ของคุณอย่างไร
  • พูดคุยเกี่ยวกับความคาดหวัง คุณควรพูดคุยกับแพทย์เกี่ยวกับแรงจูงใจ ความคาดหวัง และความเสี่ยงที่อาจะเกิดขึ้น ตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณเข้าใจจำนวนการรักษาที่คุณอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาและผลลัพธ์ของคุณจะเป็นอย่างไร

สิ่งคุณควรทำก่อนเข้ารับการผลัดเซลล์ผิว

หลังจากคุยกับแพทย์เรียบร้อยแล้ว คุณอาจจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ ก่อนเข้ารับการผลัดเซลล์ผิว

  • กินยาต้านไวรัส แพทย์ของคุณอาจสั่งจ่ายยาต้านไวรัสก่อนและหลังรักษา เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัส
  • ใช้ครีมเรตินอยด์ แพทย์ของคุณอาจแนะนำให้ใช้ครีมเรตินอยด์ เช่น เตรทติโนอิน (Tretinoin) เช่น เรตินเอ (Retin-A) รีโนวา (Renova) 2-3 สัปดาห์ก่อนการรักษา เพื่อช่วยในการรักษา
  • ใช้สารประกอบกลุ่มฟอกสี แพทย์ของคุณอาจแนะนำให้ใช้สารฟอกสี เช่น ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ครีมเรตินอยด์ หรือทั้ง 2 อย่าง ก่อนหรือหลังขั้นตอน เพื่อลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง
  • หลีกเลี่ยงแสงแดด การตากแดดมากเกินไปก่อนทำหัตถการ อาจทำให้เกิดเม็ดสีผิดปกติถาวรในบริเวณที่ทำการรักษา ควรปรึกษาเรื่องการป้องกันแสงแดดกับแพทย์ของคุณ
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางบางชนิดและการกำจัดขนบางประเภท ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนการผลัดเซลล์ผิว หยุดใช้เทคนิคการกำจัดขน เช่น อิเล็กโทรไลซิส (Electrolysis) หรือการกำจัดขน นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการทำทรีทเม้นต์ต่างๆ เช่น ทรีทเม้นต์ผม ดัดผม ยืดผมถาวร มาส์กหน้า หรือสครับหน้าใน 1 สัปดาห์ก่อนผลัดเซลล์ผิว และอย่าโกนขนบริเวณที่จะทำการรักษาตั้งแต่ 24 ชั่วโมงก่อนทำการผลัดเซลล์ผิว
  • จัดหารถในการนั่งรถกลับบ้าน หากคุณรู้สึกไม่แน่ใจว่าหลักจากการผลัดเซลล์ผิวแล้ว จะสามารถกลับบ้านเองได้หรือไม่ ให้เตรียมจัดการสำหรับส่งคุณกลับบ้านเอาไว้ หรืออาจชวนคนในครอบครัว หรือเพื่อนไปด้วย เพื่อจะได้ขับรถกลับให้คุณได้

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเข้ารับการผลัดเซลล์ผิว

แน่นอนว่าการผลัดเซลล์ผิวนั้นอาจจทำให้เกิดความเสี่ยงและผลข้างเคียงต่างๆ ตามมาได้ ซึ่งความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

  • ผิวแดง ตกสะเก็ด และอาจมีอาการบวมร่วมด้วย การรักษาตามปกติจากการผลัดเซลล์ผิวเกี่ยวข้องกับรอยแดงของผิวหนังที่ผ่านการบำบัด หลังจากการผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมีระดับกลางหรือระดับลึกแล้ว รอยแดงอาจอยู่ได้นานถึง 2-3 เดือน
  • เสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็น การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมีไม่ค่อยทำให้เกิดรอยแผลเป็น แต่หากเกิดขึ้นก็มักจะอยู่ในส่วนล่างของใบหน้า ยาปฏิชีวนะและยาสเตียรอยด์ สามารถใช้ทำให้แผลเป็นที่เกิดขึ้นดูอ่อนลงได้
  • การเปลี่ยนแปลงของสีผิว การผลัดเซลล์ผิดด้วยสารเคมี อาจทำให้ผิวที่ผ่านการบำบัดมีสีเข้มกว่าปกติหรือเกิดรอยดำ หรือสีผิวที่อ่อนกว่าปกติ (Hypopigmentation) รอยดำเป็นเรื่องปกที่มักจะเกิดขึ้นหลังจากทำการผลัดเซลล์ผิว ในขณะที่การเกิดสีผิวที่อ่อนกว่าปกติ มักเกิดขึ้นหลังจากการผลัดเซลล์ผิวในระดับที่ลึก ปัญหาเหล่านี้พบในในผู้ที่มีสีผิว ซึ่งบางครั้งอาจเป็นถาวร
  • การติดเชื้อ การผลัดเซลล์ผิวสามารถนำไปสู่การติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือไวรัส เช่น การลุกลามของไวรัสเริม ซึ่งเป็นไวรัสที่ทำให้เกิดเริมที่ริมฝีปาก (Cold Sores)
  • หัวใจ ไต หรือตับถูกทำลาย การผลัดเซลล์ผิวในระดับที่ลึกมักจะใช้กรดคาร์โบลิก (ฟีนอล) ซึ่งสามารถทำลายกล้ามเนื้อหัวใจและทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ ฟีนอลยังสามารถทำอันตรายต่อไตและตับ เพื่อจำกัดการสัมผัสกับฟีนอล คุณจึงควรรับการบริการผลัดเซลล์ผิวด้วยเคมีในระดับลึกทีละส่วน ในช่วงเวลา 10-20 นาทีเท่านั้น

แน่นอนว่าการผลัดเซลล์ผิวไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคน แพทย์ของคุณอาจเตือนไม่ให้ทำการผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี หากคุณ

  • ใช้ยารักษาสิวไอโสเตรติโนอิน (Isotretinoin) แบบกิน ในช่วง 6 ดือนที่ผ่านมา
  • มีประวัติส่วนตัวหรือประวัติครอบครัวเกี่ยวกับการเกิดคีลอยด์
  • กำลังตั้งครรภ์
  • มีเริมที่ริมฝีปาก (Cold Sores) บ่อยหรือรุนแรง

แม้การผลัดเซลล์ผิวจะช่วยทำให้ผิวของคุณดูเรียบเนียน หรือดูกระจ่างใสขึ้น แต่ทั้งนี้การปรึกษาและพูดคุยกับแพทย์ผิวหนังก่อนจะตัดสินใจทำถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ไม่ควรซื้อสารต่างๆ มาทำการผลัดเซลล์ผิวด้วยตัวเองที่บ้าน เนื่องจากอาจทำให้เกิดอันตรายได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Chemical Peel. https://www.medicinenet.com/chemical_peel/article.htm#chemical_peel_facts. Accessed September 23, 2020

Prevention of Complications in Chemical Peeling. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3047741/. Accessed September 23, 2020

Chemical Peels and Your Skin. https://www.webmd.com/beauty/cosmetic-procedures-chemical-peel-treatments#1. Accessed September 23, 2020

Chemical peel. https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/chemical-peel/about/pac-20393473. Accessed September 23, 2020

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย เมื่อ 24/09/2020
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
x