home

What are your concerns?

close
Inaccurate
Hard to understand
Other

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ผิวแห้ง หรือ ผิวขาดน้ำ สามารถสังเกตได้อย่างไร?

ผิวแห้ง หรือ ผิวขาดน้ำ สามารถสังเกตได้อย่างไร?

ใคร ๆ ก็อยากมีผิวเปล่งปลั่งดูสุขภาพดี แต่บางทีผิวกลับแห้ง แตก ลอกเป็นขุย แถมใต้ตาดำคล้ำ ดูไม่สดใสเอาเสียเลย ว่าแต่ปัญหาผิวที่คุณกำลังเจออยู่นั้น เป็นเพราะผิวคุณแห้งจริง ๆ หรือแค่ผิวขาดน้ำกันแน่ หากใครกำลังสงสัยว่าแล้วผิวแห้งกับ ผิวขาดน้ำ แตกต่างกันยังไง Hello คุณหมอ มีวิธีสังเกตมาฝาก รู้แล้วคุณจะได้บำรุงรักษาผิวได้อย่างถูกต้อง

ผิวแห้ง vs ผิวขาดน้ำ

ผิวแห้ง คือ สภาพผิวที่ขาดซีบัม (Sebum) หรือน้ำมันตามธรรมชาติของผิวเนื่องจากต่อมไขมันใต้ผิวหนังผลิตซีบัมออกมาไม่เพียงพอ จึงทำให้ผิวแห้งตึง บางครั้งอาจเกิดจากปัญหาสุขภาพ เช่น โรคไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) หรือภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ ส่วนใหญ่คนที่มีผิวแห้งจะมีรูขุมขนเล็ก เนื่องจากไม่ค่อยมีน้ำมันออกมาหล่อเลี้ยงผิว รูขุมขนจึงไม่ขยายกว้างเหมือนคนผิวมัน

ส่วนผิวขาดน้ำ คือ ภาวะที่ผิวขาดความชุ่มชื้นหรือน้ำในผิวหนังชั้นบนสุดหรือชั้นขี้ไคล (Stratum Corneum) เป็นปัญหาผิวหนังที่สามารถเกิดได้กับทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวปกติ ผิวแห้ง ผิวผสม หรือผิวมันก็สามารถเจอปัญหาผิวขาดน้ำได้ทั้งนั้น ยิ่งคนที่ผิวมันมาก ๆ หรือเป็นสิว หากปล่อยให้ผิวขาดน้ำด้วย ผิวก็จะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

ลักษณะนี้คือ ผิวขาดน้ำ

ผิวหนังชั้นบนสุดมีเซลล์คีราติโนไซต์ (Keratinocytes) เป็นองค์ประกอบหลัก คอยผลิตสารโปรตีนไม่ละลายน้ำ ที่เรียกว่า เคราติน (Keratin) ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเกราะป้องกัน ช่วยกักเก็บน้ำให้ผิว แต่เมื่อผิวขาดน้ำ คีราติโนไซต์ก็ไม่สามารถผลิตเคราตินเพื่อมาปกป้องผิวได้ ผิวจึงสูญเสียความชุ่มชื้น สารระคายเคืองต่าง ๆ เข้าสู่ผิวชั้นหนังกำพร้าได้ง่าย จนก่อให้เกิดปัญหาผิวตามมาดังนี้

  • ผิวระคายเคือง คัน อักเสบ แสบแดง หรือแพ้ง่าย
  • รู้สึกได้ว่าผิวหย่อนยาน ไม่สดใส
  • ผิวขรุขระไม่เรียบเนียน
  • มีปัญหาสิวเห่อ
  • ใต้ตาดำคล้ำ
  • ผิวทั้งแห้งทั้งมันในเวลาเดียวกัน
  • มีปัญหาผิวลอกแตก บางรายอาจรุนแรงจนถึงขั้นเลือดออก
  • ผิวมีริ้วรอยร่องตื้น

ผิวขาดน้ำอาจเพราะสาเหตุเหล่านี้

  • สภาพแวดล้อม

อากาศและมลภาวะที่คุณต้องเผชิญในแต่ละวัน ไม่ว่าจะภายในหรือนอกอาคาร เช่น อากาศแห้ง แสงแดด อากาศจากเครื่องปรับอากาศ ควันเสียจากรถยนต์ ล้วนแต่เป็นตัวการร้ายที่สามารถดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว และทำให้ผิวคุณขาดน้ำได้ทั้งสิ้น

  • ไลฟ์สไตล์

การใช้ชีวิต หรือไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ก็ถือเป็นสาเหตุสำคัญของผิวขาดน้ำ หากใครเป็นนักดื่ม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา น้ำอัดลม รวมไปถึงคนที่นอนหลับพักผ่อนน้อย ก็ยิ่งเสี่ยงเจอปัญหาผิวขาดน้ำ

ผิวขาดน้ำหรือไม่ สามารถทดสอบเบื้องต้นได้ที่บ้าน

คุณสามารถตรวจสอบระดับความชุ่มชื้นของผิวเบื้องต้นได้เองง่าย ๆ ด้วยการหยิกที่หลังมือ หรือที่แก้มเบา ๆ หากผิวของคุณชุ่มชื้นดี ผิวจะยืดหยุ่นและคืนตัวทันทีหลังปล่อยมือ แต่หากคุณปล่อยมือแล้วผิวยังคงรูปเดิมเหมือนตอนโดนหยิก ผ่านไป 2-3 วินาทีจึงค่อยคืนตัวอย่างช้า ๆ แปลว่าคุณอาจกำลังมีปัญหาผิวขาดน้ำ

วิธีบำรุงรักษาและฟื้นฟู ผิวขาดน้ำ

ผิวขาดน้ำสามารถบำรุงและฟื้นฟูได้ด้วยการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวแทนการเพิ่มน้ำมันในผิว วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยทั่วไปคือ 8-10 แก้วต่อวัน รวมถึงวิธีเหล่านี้

  • เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ และใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยเติมน้ำให้ผิว หรือมีสารสกัดธรรมชาติ เช่น ว่านหางจระเข้ ถั่วเหลือง
  • ลดหรืองดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ และเครื่องดื่มที่มี คาเฟอีน (Caffeine)
  • เลิกบุหรี่
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ (ขณะออกกำลังกายควรดื่มน้ำทุก 20 นาที)
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • กินผักผลไม้ให้มากขึ้น

หากลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้แล้วปัญหาผิวของคุณยังไม่ดีขึ้น นั่นอาจแปลว่าจริง ๆ แล้วคุณมีสภาพผิวแห้ง ไม่ได้มีปัญหาผิวขาดน้ำ ควรปรึกษาคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เพื่อวิเคราะห์สภาพผิวและรับคำแนะนำเรื่องการดูแลผิวและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้อง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Is My Skin Dehydrated?

https://www.healthline.com/health/dehydrated-skin#bottom-line. Accessed April 2, 2019

The Top Three Causes of Dry, Dehydrated Skin

http://www.dermalinstitute.com/article/18/. Accessed April 2, 2019

7 Signs of Dehydrated Skin (And How It Is Different from Dry Skin)

https://www.cutislaserclinics.com/blog/7-signs-of-dehydrated-skin-and-how-it-is-different-from-dry-skin/. Accessed April 2, 2019

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย เนตรนภา ปะวะคัง แก้ไขล่าสุด 14/08/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ