home

What are your concerns?

close
Inaccurate
Hard to understand
Other

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ฝี อาการ สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และการป้องกัน

คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษา|การปรับไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง
ฝี อาการ สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และการป้องกัน

ฝี เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อโรคต่าง ๆ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกบริเวณของร่างกาย ทั้งอวัยวะภายนอกและภายใน มีลักษณะคล้ายสิว เป็นตุ่มหนองสะสมใต้ชั้นผิวหนัง ถ้าหากอักเสบอาจขยายใหญ่ขึ้น เมื่อสัมผัสอาจรู้สึกเจ็บ หากเป็นฝีควรไปหาคุณหมอเพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธี และไม่ให้อาการเป็นหนักขึ้น

คำจำกัดความ

ฝี คืออะไร

ฝี เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือเชื้อโรคอื่น ๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย ทำให้เกิดการอักเสบของต่อมไขมัน และที่รูขุมขนของผิวหนัง หรือตุ่มหนองอักเสบสะสมเกิดขึ้นใต้ผิวหนัง โดยหนองจะมีกลิ่นเหม็น เจ็บปวดเมื่อสัมผัส และขนาดอาจขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ฝีสามารถเกิดขึ้นได้ทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นอวัยวะภายนอก หรืออวัยวะภายใน ฝีสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • ฝีที่ผิวหนัง ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณใต้ผิวหนัง
  • ฝีที่อวัยวะภายใน ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณอวัยวะภายใน เช่น โพรงหนองที่ฟันที่เกิดจากการติดเชื้อในเหงือกหรือฟัน ทำให้เกิดเป็นฝี และหนองที่ฟัน ฝีในสมอง ฝีที่ก้น

ฝี พบได้บ่อยแค่ไหน

โรคฝีอาจเกิดขึ้นได้กับทุกเพศและทุกวัย หากร่างกาย หรือระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ทำให้ไม่สามารถต่อสู้กับแบคทีเรีย หรือเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย

อาการ

อาการของฝี

อาการของฝีอาจจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่ตำแหน่งที่เป็น โดยอาการทั่วไปของฝี อาจมีดังนี้

  • มีตุ่มหนองอักเสบบวม
  • มีหนองสีขาว หรือเหลืองใต้ผิวหนัง
  • เมื่อสัมผัสโดนจะรู้สึกเจ็บหรือปวด
  • รู้สึกไม่สบายตัวหรือหนาวสั่น และอาจมีไข้สูงกว่า 38.5 องศาเซลเซียส

ควรไปพบคุณหมอเมื่อไร

หากมีอาการหนาวสั่น และมีไข้สูงกว่า 38.5 องศา รวมถึงบริเวณที่เป็นฝีมีอาการเจ็บ ปวด หรือมีขนาดใหญ่กว่า 1 เซนติเมตร ควรไปพบคุณหมอเพื่อรับการวินิจฉัย และรักษาอย่างถูกวิธี

ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษาคุณหมอ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์

สาเหตุ

สาเหตุของการเกิดฝี

สาเหตุของการเกิดฝี คือ การอุดตันของต่อมน้ำเหลืองหรือต่อมเหงื่อใต้ผิวหนัง รวมถึงเกิดการอักเสบของรูขุมขน ทำให้เชื้อโรค หรือแบคทีเรียเข้าไปภายในต่อมเหล่านั้น นอกจากนั้น การที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอก็อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดฝี เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแออาจต่อต้านเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายได้ลดลง

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดฝี

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดฝี มีดังนี้

  • ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • ป่วยเป็นโรคเบาหวาน
  • สภาพแวดล้อมที่สกปรก รวมถึงมีสุขอนามัยที่ไม่ดี
  • สัมผัสกับบุคคลที่ติดเชื้อที่ผิวหนังบางประเภท

การวินิจฉัยและการรักษา

การวินิจฉัยและการรักษาฝี

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาคุณหมอสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยฝี

คุณหมออาจจะทำการสอบถามถึงระยะเวลาในการเป็นฝี ชนิดของยาที่ใช้อยู่ โดยการวินิจฉัยอาจดูจากตำแหน่งที่เกิดของโรค เช่น หากอยู่ใกล้ทวารหนัก คุณหมอจะทำการตรวจทางทวารหนัก หากเกิดขึ้นที่บริเวณแขนหรือขา คุณหมอจะตรวจหาต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบ หรือใต้วงแขน และหากมีฝีที่ผิวหนังมากกว่า 1 ตำแหน่งอาจมีการเก็บตัวอย่างปัสสาวะเพิ่มเติม

วิธีการรักษาฝี

วิธีการรักษาฝี อาจใช้วิธีการรักษาดังต่อไปนี้

  • การประคบอุ่น ประมาณครั้งละ 10-15 นาที วันละ 2-3 ครั้ง อาจช่วยลดอาการบวม และอาจช่วยให้เส้นเลือดบริเวณที่เกิดฝีไหลเวียนได้ดีขึ้น รวมถึงอาจทำให้ฝีแตกได้ง่ายขึ้น
  • การให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อช่วยกำจัดการติดเชื้อ และป้องกันไม่ให้ฝีแพร่กระจาย
  • การผ่าตัด วิธีนี้อาจใช้กับฝีที่เกิดขึ้นบริเวณอวัยวะภายใน และมีขนาดใหญ่เกิดกว่าที่จะสามารถระบายฝีออกได้หมดด้วยการใช้เข็ม

การปรับไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง

การปรับไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง

การปรับไลฟ์สไตล์บางอย่าง อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นฝีได้ ดังนี้

  • หมั่นล้างมืออยู่บ่อย ๆ
  • ดูแลสุขอนามัย รวมถึงสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้สะอาด
  • หลีกเลี่ยงการใช้เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า มีดโกนร่วมกับผู้อื่น
  • หากมีบาดแผล ควรทำสะอาดแผลให้แห้งและใช้พลาสเตอร์ปิดแผล เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าแผล
  • รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรค หรือเชื้อโรคอย่างเป็นปกติ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Abscess. https://www.nhs.uk/conditions/abscess/. Accessed September 14, 2021

Abscess. https://www.webmd.com/a-to-z-guides/abscess. Accessed September 14, 2021

Abscess. https://medlineplus.gov/abscess.html. Accessed September 14, 2021

Abscess. https://kidshealth.org/en/teens/abscess.html. Accessed September 14, 2021

Abscesses. https://www.healthdirect.gov.au/abscesses. Accessed September 14, 2021

Abscess. https://radiopaedia.org/articles/abscess. Accessed September 14, 2021


บทความที่เกี่ยวข้อง


รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย นนทกร บัณฑิตสินทรัพย์ แก้ไขล่าสุด 4 สัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย