home

คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ลมพิษเกิดจากสาเหตุอะไร

ลมพิษเกิดจากสาเหตุอะไร

ลมพิษ เป็นอาการทางผิวหนังที่อาจทำให้เกิดอาการคันได้ทั่วทั้งร่างกาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยสาเหตุของการเกิดลมพิษ ได้แก่ แพ้อาหาร แพ้อากาศ แพ้ขนสัตว์ แพ้ยาบางชนิด ลักษณะของลมพิษจะเป็นผื่นแดง บ่อยครั้งมักพบได้บริเวณใบหน้าและริมฝีปาก ซึ่งอาจไม่เป็นอันตราย และสามารถหายได้เองโดยไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ ลมพิษแบบนี้อาจเรียกว่า ลมพิษเฉียบพลัน แต่หากลมพิษเกิดขึ้นนานกว่า 6 สัปดาห์ อาจเป็นลมพิษเรื้อรัง หากมีอาการบวมที่ลิ้นหรือในลำคอ อาจอุดกั้นทางเดินหายใจจนทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

อาการของลมพิษ

ผู้ที่เป็นลมพิษอาจมีอาการดังนี้

  • เกิดผื่นแดงที่บริเวณใบหน้า แขน ขา หรือส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย
  • ผื่นแดงอาจเปลี่ยนรูปร่างและตำแหน่งที่เกิดขึ้นได้ รวมถึงอาจลามไปยังจุดอื่น ๆ ในร่างกายได้ด้วย
  • คัน ระคายเคืองผิวหนัง
  • รู้สึกแสบร้อนบริเวณที่เป็นผื่นลมพิษ

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

โดยปกติอาการของลมพิษมักจะบรรเทาไปเองภายใน 24 ชั่วโมง แต่ถ้าหากอาการลมพิษเป็นนานกว่า 2-3 วัน รวมถึงบริเวณใบหน้า ตา ริมฝีปาก ลิ้น ลำคอเริ่มบวม มีไข้และแน่นหน้าอก หายใจไม่ออกหรือหายใจติดขัด ควรรีบไปหาคุณหมอทันที เพราะอาการอาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

ลมพิษเกิดจากสาเหตุอะไร

สาเหตุของการเกิดลมพิษนั้นอาจมีหลายปัจจัย ดังนี้

  • แพ้อาหาร เช่น ไข่ ถั่ว นม รวมถึงอาหารทะเล ที่เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยในการเกิดลมพิษ
  • แพ้ยา เช่น ซัลฟา (Sulfa) แอสไพริน (Aspirin) ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)
  • แพ้ฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้ ขนสัตว์
  • สัมผัสสารเคมี เช่น ยาฆ่าแมลง ยากำจัดศัตรูพืช
  • แมลงสัตว์กัดต่อย เนื่องจากอาจแพ้พิษของแมลง
  • เครียด วิตกกังวล ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • การติดเชื้อ เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย
  • ปัจจัยทางกายภาพ เช่น แพ้แสงแดด แพ้ความร้อน แพ้ความเย็น แพ้เหงื่อ

ลมพิษอาจแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้

  • ลมพิษเฉียบพลัน มีอาการผื่นลมพิษไม่เกิน 6 สัปดาห์ มักเกิดจากสาเหตุการแพ้อาหาร แพ้ยาบางชนิด
  • ลมพิษเรื้อรัง มักเป็นนานกว่า 6 สัปดาห์ เป็นประเภทที่อาจบ่งชี้ถึงสาเหตุได้ยาก แต่อาจมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ไวรัสตับอักเสบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออวัยวะต่าง ๆ เช่น ทางเดินอาหาร ปอด กล้ามเนื้อ
  • ลมพิษทางกายภาพ เป็นประเภทที่เกิดจากสิ่งเร้าไปกระตุ้น เช่น ความเย็น ความร้อน เหงื่อ อาการมักบรรเทาลงภายใน 1 ชั่วโมง
  • ผื่นแพ้ผิวหนัง เกิดจากปัจจัยภายนอกไปกระตุ้น เหมือนลมพิษทางกายภาพ แต่เกิดขึ้นหลังจากลูบหรือเกาบริเวณที่เป็น อย่างไรก็ตาม ผื่นประเภทนี้อาจสามารถเกิดขึ้นร่วมกับลมพิษเฉียบพลันหรือลมพิษเรื้อรังได้เช่นกัน

การวินิจฉัยอาการลมพิษ

โดยส่วนใหญ่คุณหมออาจวินิจฉัยด้วยการดูที่บริเวณผิวหนัง เพื่อหาสาเหตุและอาจสอบถามประวัติ เช่น การใช้ยา การรับประทานอาหาร การสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ นอกจากนี้ คุณหมออาจทดสอบบางอย่างเพิ่มเติม เช่น ตรวจเลือด การทดสอบการแพ้

การรักษาลมพิษ

หากเป็นลมพิษ อาจลองประคบเย็นประมาณ 2-3 นาที เพื่อบรรเทาอาการคัน และที่สำคัญไม่ควรเกาบริเวณที่เกิดลมพิษ เพราะอาจทำให้ผื่นลุกลามและเกิดการอักเสบได้ หากอาการไม่ทุเลา อาจรักษาด้วยการรับประทานยา ดังนี้

  • ยาแก้แพ้ หรือยาต้านฮีสตามีน เช่น ลอราทาดีน (Loratadine) เซทิริซีน (Cetirizine) ไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) อาจช่วยบรรเทาอาการคันได้
  • ยาต้านการอักเสบ เช่น เพรดนิโซน (Prednisone) ช่วยลดอาการบวม การอักเสบ และอาการคัน
  • ยากดภูมิคุ้มกัน เช่น ไซโคลสปอริน (Cyclosporine) ทาโครลิมัส (Tacrolimus) หากยาต้านฮีสตามีนไม่ช่วยบรรเทาอาการลมพิษได้
  • ฉีดอะดรีนาลีน หากมีอาการลมพิษที่รุนแรง หรือใช้ในกรณีที่ฉุกเฉิน

การป้องกันการเป็นลมพิษ

  • หลีกเลี่ยงสิ่งที่ส่งผลทำให้เกิดการแพ้ รวมถึงควรสังเกตอาการผิดปกติที่ก่อให้เกิดลมพิษ ทั้งนี้ สามารถตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ได้ที่โรงพยาบาลหรือคลินิกที่มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังเพื่อค้นหาสิ่งที่กระตุ้นทำให้เกิดลมพิษ
  • หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่คับแน่น ควรสวมเสื้อผ้าที่หลวมและระบายอากาศได้ดี
  • ปกป้องผิวจากแสงแดด โดยทาครีมกันแดดก่อนประมาณ 30 นาทีก่อนออกไปข้างนอก

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย นนทกร บัณฑิตสินทรัพย์ แก้ไขล่าสุด 2 สัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย