คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ยาคุมลดสิว ประโยชน์และผลข้างเคียงของการรักษาสิวด้วยฮอร์โมน

ยาคุมลดสิว ประโยชน์และผลข้างเคียงของการรักษาสิวด้วยฮอร์โมน

สิวเป็นโรคผิวหนังที่พบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย อาจเกิดจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง และอาจพบในผู้หญิงมากกว่า ผู้หญิงบางคนมีสิวขึ้นก่อนมีประจำเดือนเนื่องจากระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงในระหว่างรอบเดือน บางคนอาจเกิดสิวได้แม้จะผ่านช่วงวัยรุ่นไปหลายปีแล้ว หรือแม้แต่วัยหมดประจำเดือนก็สามารถเกิดสิวได้เช่นกัน การรักษาสิวทำได้หลายวิธี เช่น การทายารักษาสิว การฉีดสิว รวมถึงการใช้ ยาคุมลดสิว ยาคุมกำเนิดจะช่วยควบคุมฮอร์โมนในร่างกายให้อยู่ในระดับปกติ ซึ่งอาจช่วยลดสิวได้ ทั้งนี้ การใช้ยาคุมกำเนิดเพื่อรักษาสิวอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับทุกคน ก่อนเริ่มการรักษาควรศึกษาถึงประโยชน์และความเสี่ยงในการใช้ยา และควรปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกรเพื่อให้ได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับยาที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาคุมลดสิวได้ด้วย

ยาคุมช่วยในการลดสิวได้อย่างไร

สิวที่เกิดขึ้นบนใบหน้าอาจเกิดจากต่อมไขมันใต้ผิวหนังผลิตซีบัม (Sebum) หรือน้ำมันตามธรรมชาติของผิวหนังมากเกินไป ซึ่งอาจเกิดจากรังไข่และต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนเพศชายหรือฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgens) เช่น ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) มากเกินไป เมื่อน้ำมันส่วนเกินไปและสิ่งสกปรก เช่น ฝุ่น เข้าไปอุดตันรูขุมขน อาจส่งผลให้รูขุมขนขาดออกซิเจน และกระตุ้นการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวได้

การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศชายที่ผลิตจากรังไข่และต่อมหมวกไตของผู้หญิงสามารถก่อให้เกิดสิวได้ การใช้ยาคุมลดสิวที่ประกอบไปด้วยฮอร์โมนรวมทั้งเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน จึงเป็นทางเลือกที่อาจช่วยลดปริมาณฮอร์โมนเพศชายในร่างกาย ส่งผลให้ความมันส่วนเกินน้อยลงและอาจลดความรุนแรงของปัญหาสิวได้

ประโยชน์ของการใช้ ยาคุมลดสิว

ประโยชน์ของการใช้ ยาคุมลดสิว อาจมีดังนี้

  • ช่วยลดการแพร่กระจายของสิว
  • ลดการเกิดสิวผด
  • ลดการอักเสบและรอยแดง

ประเภทยาคุมที่ช่วยในการรักษาสิว

ยาคุมที่ใช้ในการรักษาสิวจะเป็นยาในกลุ่มฮอร์โมนรวม (Combined Oral Contraceptive – COC) โดยแต่ละประเภทจะประกอบไปด้วยเอทินิล เอสตราไดออล (Ethinyl estradiol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนสังเคราะห์ที่คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนในปริมาณต่ำ และมีฮอร์โมนสังเคราะห์ที่คล้ายโปรเจสเตอโรนที่ต่างชนิดกันไป เช่น

  • ยานอร์เจสทิเมทและเอทินิล เอสตราไดออล (Norgestimate, Ethinyl estradiol) ใช้รักษาสิวในระดับปานกลาง โดยควรใช้ติดต่อกันเพื่อให้รักษาสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ยานอร์อิทิสเตอโรนและเอทินิล เอสตราไดออล (Norethisdrone, Ethinyl estradiol) ใช้ในการรักษาสิวระดับปานกลาง ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดรูขุมขนอุดตันที่เป็นต้นเหตุของสิว
  • ยาดรอสไพรีโนนและเอทินิล เอสตราไดออล (Drospirenone, ethinyl estradiol) เหมาะสำหรับการรักษาสิวที่ไม่รุนแรง ทั้งนี้ การใช้ยาคุมชนิดนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ จึงควรปรึกษาคุณหมอและเภสัชกรก่อนการใช้ยาเพื่อความปลอดภัย

การใช้ ยาคุมลดสิว อย่างถูกวิธี

การใช้ยาคุมลดสิวอย่างมีประสิทธิภาพ อาจทำได้ดังนี้

  • ควรปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกรก่อนใช้ยาคุมลดสิว เนื่องจากการใช้ยาคุมกำเนิดอาจมีผลข้างเคียง เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดบริเวณเต้านม
  • ควรรับประทานยาตามคำแนะนำของคุณหมอหรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด และควรใช้ยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ยามีประสิทธิภาพสูงสุด
  • อาจต้องรับประทานยาคุมกำเนิดอย่างน้อย 2-3 เดือน สิวจึงจะเริ่มลดลง และในช่วงแรกที่รับประทานยา อาจมีสิวเยอะขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติเมื่อเริ่มใช้ยาคุมกำเนิด
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาเพื่อรักษาโรคเป็นประจำ จำเป็นต้องปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยาคุมเพื่อลดสิว เนื่องจากยาบางชนิดอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ หากใช้ร่วมกัน
  • หากกำลังรักษาสิวด้วยวิธีการอื่น เช่น ทายารักษาสิว เลเซอร์รักษาสิว และต้องการเริ่มใช้ยาคุมลดสิว ให้ใช้ยาคุมกำเนิดควบคู่กับการรักษาสิวด้วยวิธีอื่นที่ทำอยู่ เนื่องจากยาคุมกำเนิดช่วยปรับระดับฮอร์โมนเพศเท่านั้น จึงอาจใช้ลดสิวที่เกิดจากปัจจัยอื่น ๆ ไม่ได้
  • หากต้องการหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงจากการใช้ยาคุม อาจเลือกใช้ยาคุมกำเนิดประเภทที่มีปริมาณยาต่ำสุด แต่หากเป็นสิวในระดับปานกลางหรือรุนแรง อาจต้องใช้ยาคุมกำเนิดที่มีปริมาณยาสูงขึ้น เพื่อให้ช่วยปรับระดับฮอร์โมนเพศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้ยาคุมลดสิว

ผลข้างเคียงในการใช้ยาคุม อาจมีดังนี้

  • ปวดศีรษะ
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย
  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ

ผลข้างเคียงที่รุนแรง อาจมีดังนี้

  • โรคตับและถุงน้ำดี
  • โรคความดันโลหิตสูง และโรคเกี่ยวกับหัวใจ
  • ภาวะซึมเศร้า

ผู้ที่ไม่ควรใช้ยาคุมลดสิว

ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาคุมลดสิว อาจมีดังนี้

  • กำลังตั้งครรภ์หรือพยายามตั้งครรภ์
  • ยังไม่ถึงวัยเจริญพันธุ์หรือยังไม่มีประจำเดือน
  • อายุมากกว่า 35 ปีและสูบบุหรี่
  • เป็นไมเกรน
  • มีความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือด
  • เป็นโรคหัวใจ
  • มีประวัติมะเร็งเต้านม เคยมีเลือดออกจากมดลูกผิดปกติและยังไม่ได้รับการวินิจฉัย หรือเป็นโรคตับ
  • มีประวัติลิ่มเลือดอุดตัน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Birth Control for Acne. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/acne/birth-control-for-acne-treatment. Accessed May 10, 2022

Birth control pills for acne? https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/acne/expert-answers/birth-control-pills-for-acne/faq-20057892. Accessed May 10, 2022

Stubborn acne? Hormonal therapy may help. https://www.aad.org/public/diseases/acne/derm-treat/hormonal-therapy. Accessed May 10, 2022

Birth Control: The Pill. https://my.clevelandclinic.org/health/drugs/3977-birth-control-the-pill. Accessed May 10, 2022

Progestins and acne vulgaris: a review. https://escholarship.org/uc/item/6wm945xf. Accessed May 10, 2022

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ศุภานิช สุริโย แก้ไขล่าสุด 4 วันก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย เนตรนภา ปะวะคัง