home

What are your concerns?

close
Inaccurate
Hard to understand
Other

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

รอยสิว แบบต่างๆ ลักษณะและสาเหตุที่คุณควรระวัง

รอยสิว แบบต่างๆ ลักษณะและสาเหตุที่คุณควรระวัง

รอยสิว เป็นร่องรอยที่หลงเหลืออยู่หลังจากที่สิวหายไปแล้ว ซึ่งกวนใจสาวๆ อยู่ไม่น้อย เพราะรอยสิวเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วกำจัดยากไม่ใช่เล่น ทาครีม ทายาก็ใช้เวลานานกว่าจะจางลง Hello คุณหมอ มีข้อมูลรอยสิวแบบต่างๆ มาให้สาวๆ อ่านกันค่ะ ว่ามีแบบใดบ้าง แล้วรอยสิวแบบนี้เกิดจากอะไรกันแน่ เพื่อที่สาวๆ จะได้ระมัดระวังกันให้มากขึ้น ไม่เผือทำพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดรอยสิวอีก

รอยสิว แบบหลุมลึก (Ice Pick Scars)

  • ลักษณะของรอยสิว รอยสิวแบบนี้จะมีลักษณะเป็นหลุมแคบๆ แต่มีความลึกลงไปถึงผิวชั้นกลาง ซึ่งดูขรุขระคล้ายโดนเจาะด้วยที่เจาะน้ำแข็งหรือเครื่องมืออะไรที่มีความแหลมคม รอยสิวแบบหลุมลึกนี้ดูเหมือนจะทำให้เกิดรูเล็กๆ ที่เจาะลึกเข้าไปในผิว ซึ่งบางครั้งก็ดูเหมือนเป็นรูขุมขนที่เปิดออก
  • สาเหตุที่ทำให้เกิดรอยสิว รอยสิวแบบนี้เกิดขึ้นหลังจากเกิดการติดเชื้อในสิวหัวช้าง หรือสิวอักเสบที่อยู่ลึกลงไปในผิว ซึ่งพยายามจะดันตัวขึ้นมาบนผิว ทำให้เนื้อเยื่อถูกทำลาย ส่งผลให้เกิดรอยสิวเป็นเหมือนรูเข็มเล็กๆ

รอยสิว แบบหลุมตื้น (Rollling Scars)

  • ลักษณะของ รอยสิว รอยสิวแบบนี้ทำให้เกิดรอยบุ๋มตื้นๆ ที่ดูเหมือนคลื่นหรือเนินเตี้ยๆ อยู่ทั่วผิวหน้า รอยสิวแบบนี้จะมีความแตกต่างจากรอยสิวแบบหลุมกว้าง (Boxa Scars) เนื่องจากมีลักษณะเป็นหลุมที่แคบกว่า ซึ่งทำให้ผิวหน้าดูเป็นตะปุ่มตะป่ำไม่เรียบ
  • สาเหตุที่ทำให้เกิดรอยสิว รอยสิวแบบหลุมตื้นนี้เกิดขึ้นเมื่อมีเส้นใยของเนื้อเยื่อเกิดขึ้นระหว่างผิวกับเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง เส้นใยนี้จะดึงผิวชั้นหนังกำพร้าเข้าไปมัดรวมกับโครงสร้างของผิวที่อยู่ลึกลงไป ซึ่งแรงดึงนี้แหละที่ทำให้เกิดเป็นรอยบุ๋มตื้นๆ ขึ้นมาบนผิว

รอยสิวแบบรอยนูน (Hypertrophic และ Keloid Scars)

  • ลักษณะของรอยสิว รอยสิวแบบนี้เป็นรอยสิวที่ยกสูงขึ้นไปจากผิว เป็นรอยแผลเป็นเนื้อแน่นๆ ที่ก่อตัวขึ้นจากผิวหนังชั้นบนสุด รอยสิวแบบรอยนูนนี้เกิดจากสิวที่พบได้บ่อยตามลำตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ชาย แต่จริงๆ แล้วรอยสิวแบบนี้จะเกิดได้ทุกที่บนร่างกาย แผลเป็นคีลอยด์นี้ถือเป็นรอยแผลเป็นที่มีระดับความรุนแรงสูงสุด ซึ่งต่างจากแผลเป็นรอยนูนตามปกติตรงที่มีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งแผลเป็นชนิดนี้สามารถขยายตัวได้กว้างกว่าขอบเขตที่เป็นแผลหลายเท่า และถึงแม้แผลจะหายแล้ว แผลเป็นแบบรอยนูนนั้นก็ยังขยายตัวต่อไปได้อีก และไม่ใช่ทุกคนที่จะมีรอยแผลเป็นแบบนี้
  • สาเหตุที่ทำให้เกิดรอยสิว รอยสิวแบบรอยนูนนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพาะสูญเสียเนื้อเยื่อเหมือนสิวแบบหลุมลึกและสิวแบบหลุมตื้น แต่เกิดจากการที่ผิวหนังผลิตคอลลาเจนขึ้นมามากเกินไป ส่วนแผลเป็นแบบคีลอยด์นั้น เป็นอะไรที่ดูเหมือนผิวจะไม่รู้ว่าแผลหายแล้ว เลยทำให้ผลิตคอลลาเจนขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

รอยสิวแบบหลุมกว้าง (Boxar Scars)

  • ลักษณะของรอยสิว รอยสิวแบบนี้จะมีลักษณะคล้ายๆ รอยสิวแบบหลุมตื้น แต่หลุมสิวจะกว้างกว่ากันมาก ซึ่งดูไปดูมาก็ละม้ายคล้ายแผลเปิดที่เกิดจากโรคอีสุกอีใส ซึ่งมีความลึกพอสมควร
  • สาเหตุที่ทำให้เกิดรอยสิว รอยสิวแบบหลุมกว้างนี้ก็มีสาเหตุคล้ายรอยสิวแบบหลุมตื้นนั่นแหละ คือมีเส้นใยของเนื้อเยื่อเกิดขึ้นระหว่างผิวกับเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง เส้นใยนี้จะดึงผิวชั้นหนังกำพร้าเข้าไปมัดรวมกับโครงสร้างของผิวที่อยู่ลึกลงไป ซึ่งแรงดึงนี้แหละที่ทำให้เกิดเป็นรอยบุ๋มตื้นๆ ขึ้นมาบนผิว แต่ที่มีรอยบุ๋มกว้างกว่า ก็น่าจะเป็นเพราะรอยเล็บที่จิกเข้าไปในเนื้อจนทำให้เกิดรอยแผลเป็นขึ้นมา

รอยดำหลังผิวอักเสบ (Post-Inflammatory Hyperpigmentation)

  • ลักษณะของรอยสิว สีผิวที่เปลี่ยนไปหลังสิวหายนั้นไม่ใช่สีของรอยแผลเป็นจริงๆ แต่เป็นสีของรอยดำหลังผิวอักเสบ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของคนที่มีปัญหาสิว รอยดำหลังผิวอักเสบนี้จะเกิดขึ้นบนพื้นที่เรียบๆ ไม่ได้ยกนูนหรือเป็นหลุม และมีระดับสีต่างๆ กัน คือมีตั้งแต่สีชมพู ม่วง น้ำตาล เรื่อยไปจนถึงดำ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน
  • สาเหตุที่ทำให้เกิดรอยสิว รอยดำหลังผิวอักเสบจะเกิดขึ้นเวลาที่แผล ผื่น ตุ่มสิว หรืออาการบาดเจ็บอื่นๆ ทำให้ผิวเกิดการอักเสบ เมื่อผิวหนังเยียวยาตัวเองจนหายดีแล้ว ก็จะผลิตเม็ดสีเมลานินออกมามากเกินไป (เม็ดสีเมลานินคือสสารที่ทำให้เกิดสีผิวขึ้นมา) ทำให้ผิวหนังในบริเวณนั้นมีสีคล้ำ

บทสรุป

ถึงแม้จะรักษาและระมัดระวังเรื่องสิวเป็นอย่างดีแล้ว ก็ยังมีโอกาสที่จะทำให้เกิดรอยแผลจากสิวขึ้นมาได้อยู่ดี ฉะนั้นจึงนับเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่เราจะต้องควบคุมปัญหาสิวให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะการรักษารอยสิวจะเป็นไปได้ยาก ถ้าคุณยังมีสิวขึ้นมาอยู่เลย

ก่อนอื่นเลยคือไปพบคุณหมอผิวหนัง ถ้าคุณมีปัญหาสิวที่ต้องได้รับการดูแลรักษา แพทย์ผิวหนังจะช่วยหาวิธีการรักษาดีๆ ที่เหมาะกับคุณ ซึ่งจะช่วยควบคุมปัญหาสิวให้คุณได้ ซึ่งเมื่อปัญหาสิวหมดไปแล้ว ก็ถึงเวลาต้องจัดการกับรอยสิว ซึ่งมีวิธีการรักษาหลากหลายรูปแบบเหมือนกัน ก็ต้องให้แพทย์ผิวหนังเป็นผู้วินิจฉัยว่า รอยสิวของคุณควรจะรักษาด้วยวิธีไหนดี

Hello Health Groupไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Types of Acne Scars and How To Treat Them

https://www.verywellhealth.com/types-of-acne-scars-15812

Accessed on August 15, 2018

How to Best Treat Acne Scars

https://www.healthline.com/health/acne-scars

Accessed on August 15, 2018

The best ways to get rid of acne scars

https://www.medicalnewstoday.com/articles/324784.php

 

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ออมสิน แสนล้อม แก้ไขล่าสุด 10/07/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ