คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ask-doctor-icon

ถามหมอฟรี

เป็นคนแรกที่ให้ Hello Khunmor รู้ความคิดของคุณ!

อาการคันเครา อาการที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ชายไว้เครา

    อาการคันเครา อาการที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ชายไว้เครา

    อาการคันเครา เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้กับผู้ชายที่ไว้หนวดไว้เครา โดยอาจมีสาเหตุมาจากผิวแห้ง ขนคุด รูขุมขนอักเสบ ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นอาจไม่รุนแรง และบางครั้งอาจไม่สังเกตเห็นอาการที่เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม อาการคันเคราอาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน และอาจทำให้เสียความมั่นใจ ดังนั้น การดูแลความสะอาดใบหน้าและเคราอย่างสม่ำเสมอ อาจช่วยบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นได้

    อาการคันเครา เกิดจากอะไร

    เคราที่ขึ้นบนใบหน้าจะไม่เหมือนกับผมบนศีรษะ โดยเครามีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ผมแอนโดรเจน (Androgenic Hair) เนื่องจากมีการเจริญเติบโตมาจากฮอร์โมนเพศชาย เมื่อฮอร์โมนเพศชายมากขึ้นก็จะทำให้เคราเจริญเติบโตและหนาขึ้นด้วย สำหรับสาเหตุที่อาจทำให้เกิดอาการคันเครา อาจมีดังนี้

    ปลูกหนวดบนใบหน้า

    การปลูกหนวดเคราอาจทำให้เกิดอาการคันเคราได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะการเจริญเติบโตของเส้นผมและรูขุมขนด้วย เมื่อโกนขนขอบที่แหลมคนจะยังคงอยู่ภายในรูขุมขน เมื่อขนยาวขึ้นขอบที่แหลมคมอาจขูดรูขุมขนและทำให้เกิดอาการคันเครา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่โกนหนวดเคราเป็นประจำ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณรูขุมขนเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งอาจส่งผลทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและเกิดอาการคันมาก

    ผิวแห้ง

    ผิวแห้งอาจเกิดจากสภาพอากาศที่แห้ง เย็น หรือการแช่ผิวในน้ำร้อนเป็นเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างการอาบน้ำ สระผม ถูสบู่ ทำให้น้ำมันบนผิวหนังที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติถูกชะล้างออก ส่งผลให้ผิวแห้ง และอาจทำให้เกิดอาการคันเคราได้ด้วย นอกจากนี้ ผิวแห้งยังอาจเกิดจากโรคต่าง ๆ เช่น โรคผิวหนังอิคไทโอซิส (Ichthyosis) โรคเกล็ดปลา โรคเกล็ดงู ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม รวมถึงโรคที่สภาพผิวไม่ปกติ เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคเรื้อนกวาง

    ขนคุด

    ขนคุดจะเกิดขึ้น เมื่อขนที่โกนหรือตัดออกไปงอกกลับเข้าไปในรูขุมขนแทนที่จะหลุดออก ทำให้รูขุมขนอักเสบและเกิดอาการคัน อาการนี้มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีขนหยิก และผิวตึงได้มาก คุณจะสังเกตเห็นขนคุดได้ก็ต่อเมื่อรูขุมขนเริ่มมีสีแดง เป็นตะปุ่มตะป่ำ คัน และบางครั้งก็เกิดอาการเจ็บปวดบริเวณที่คุณโกนขนด้วย

    รูขุมขนอักเสบ

    รูขุมขนอักเสบ เกิดขึ้นเมื่อรูขุมขนที่มีขนของคุณอักเสบนั่นเอง การอักเสบนี้อาจเกิดจากการติดเชื้อจากแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา หรือปรสิต นอกจากนั้นขนคุดก็ยังเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รูขุมขนอักเสบได้ เมื่อรูขุมขนของคุณอักเสบที่บริเวณเครา มันจะมีลักษณะเป็นสีแดง เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเจ็บ และอาจกลายเป็นแผลพุพองที่มีหนองได้

    โรคขนคุดอักเสบ (Pseudofolliculitis Barbae หรือ PFB)

    โรคขนคุดอักเสบ คือ การอักเสบที่เกิดขึ้นเมื่อเส้นขนบนใบหน้างอกออกมาจากรูขุมขน แต่มันกลับโค้งกลับเข้าไปในผิวหนัง แทนที่มันจะงอกออกมาให้พ้นผิวหนัง โดยโรคนี้มักจะเกิดขึ้นจากการโกนขนบนใบหน้า และอาจเกิดจากการกระแทกของมีดโกนด้วย

    อาการของมีดโกนกระแทกก็เหมือนกับอาการของรูขุมขนอักเสบ โดยใบหน้าของคุณอาจจะมีสีแดง เป็นหลุม อาจอักเสบ และมีตุ่มหนองเกิดขึ้น แต่โรคขนคุดอักเสบนั้นจะเกิดจากการระคายเคืองที่ไม่มีการติดเชื้อใด ๆ

    โรคเซ็บเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis)

    เป็นภาวะทางผิวหนังที่อาจพบได้บ่อย ส่งผลให้ผิวหนังเกิดรอยแดง เป็นสะเก็ดรังแค มักพบที่หนังศีรษะ และอาจพบที่ผิวหนังบริเวณที่มันง่าย เช่น ใบหน้า ข้างจมูก คิ้ว หู เปลือกตา หน้าอก รวมถึงบริเวณเคราและรอบ ๆ เครา ส่งผลทำให้เกิดอาการคันเครา เมื่อเกาจะมีสะเก็ดหลุดออกมา ผิวหนังสีแดง

    โรคกลากที่เครา หนวด และลำคอ (Tinea Barbae)

    เกิดจากเชื้อราเดอมาโตไฟท์ (Dermatophytes) ที่เกิดขึ้นบริเวณใบหน้า หนวด และลำคอ ส่งผลให้ผิวหนังเป็นสีแดง ผิวหนังอักเสบ และเป็นคราบรอบ ๆ ปาก แก้ม และใต้คาง คล้ายกับกลากที่หนังศีรษะ (Tinea capitis) โดยเชื้อราที่พบบ่อยที่สุด 2 ประเภทที่อาจทำให้เกิดอาการคันเครา ได้แก่

    • เชื้อรา Mentagrophytes Var. Equinum ซึ่งอาจแพร่กระจายได้โดยการสัมผัสกับม้าที่ได้รับผลกระทบ
    • เชื้อรา T.Verrucosum ซึ่งอาจแพร่กระจายได้โดยการสัมผัสกับวัว หรือปศุสัตว์อื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบ

    วิธีบรรเทา อาการคันเครา

    สำหรับวิธีบรรเทาอาการคันเคราทีเ่กิดขึ้นอาจทำได้ ดงันี้

    • ดูแลใบหน้าให้สะอาด

    ควรล้างเคราและใบหน้าเป็นประจำ เช้าและเย็น ด้วยน้ำอุ่นและน้ำยาทำความสะอาด หรืออาจใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับเคราที่หาซื้อได้ทั่วไป จะช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกและแบคทีเรียก่อตัวขึ้นบริเวณเครา รวมถึงอาจช่วยขจัดน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้า

    • อาบน้ำเป็นประจำ

    อาบน้ำเป็นประจำ เช้าและเย็น โดยอย่าใช้น้ำที่ร้อนเกินไปและอย่าแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ หรือฝักบัวนานเกินไป

    • ปรับสภาพเครา

    การปรับสภาพเคราอาจทำให้ขนเครานุ่มขึ้นและไม่ค่อยระคายเคืองผิว การใช้โจโจ้บาออยล์ (Jojoba Oil) หรือน้ำมันอาร์แกน (Argan Oil) อาจทำให้เครานุ่มขึ้นได้

    • หลีกเลี่ยงสารเคมี

    เมื่อโกนหรือเล็มหนวดเคราเรียบร้อยแล้ว พยายามอย่าใช้โฟมล้างหน้าหรือโลชั่นที่มีสารเคมีรุงแรง พยายามเลือกทางเลือกที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด

    • ปล่อยให้เครางอก

    เมื่อหนวดเครากำลังขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการโกนหรือเล็ม เพื่อให้เครายาวเกินรูขุมขนออกมาเสียก่อน วิธีนี้อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความระคายเคือง และความเสียหายของรูขุมขน

    • ใช้ยา

    หากสาเหตุของอาการคันเคราเป็นอาการทางผิวหนัง คุณหมออาจสั่งจ่ายยาเพื่อแก้ปัญหาได้ ซึ่งยาที่จะสั่งจ่ายนั้น อาจมีดังนี้

    • ครีมที่มีกรดแลคติกและยูเรีย ซึ่งอาจช่วยในการรักษาผิวแห้ง เช่น มิวพิโรซิน (Mupirocin) เพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อแบคทีเรีย
    • ครีมต้านเชื้อรา เพื่อรักษาการติดเชื้อรา
    • ครีมคอร์ติโคสเตียรอยด์ หากสาเหตุไม่ได้มาจากการติดเชื้อ
    • ไฮโดรคอร์ติโซน (Hydrocortisone) โคลเบทาซอล (Clobetasol) หรือ เดโซไนด์ (Desonide) เพื่อรักษาโรคกลากที่ผิวหนังได้ หากการอักเสบไม่ได้ติดเชื้อ
    • คีโตโคนาโซล (Ketoconazole) รักษาสาเหตุของกลากผิวหนัง (Seborrheic Dermatitis) ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อจากเชื้อรา
    • กรดไกลโคลิก (Glycolic Acid) เพื่อรักษาขนคุด
    • การรักษาด้วยเชื้อราเฉพาะ เพื่อรักษาโรคกลากที่เครา หนวด และลำคอ ที่ไม่รุนแรง การรักษาด้วยยาต้านเชื้อราในช่องปาก เช่น ไอทราโคนาโซล (Itraconazole) เทอร์บินาฟีน (Terbinafine)

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    HAIR REMOVAL: HOW TO SHAVE. https://www.aad.org/public/everyday-care/skin-care-basics/hair/how-to-shave. Accessed September 19, 2022

    Dry skin. https://dermnetnz.org/topics/dry-skin. Accessed September 19, 2022

    Tinea barbae. https://dermnetnz.org/topics/tinea-barbae. Accessed September 19, 2022

    PSEUDOFOLLICULITIS BARBAE. https://www.aocd.org/page/PseudofolliculitisB. Accessed September 19, 2022

    Interventions for bacterial folliculitis and boils (furuncles and carbuncles). https://www.cochranelibrary.com/cdsr/doi/10.1002/14651858.CD013099/full. Accessed September 19, 2022

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย แก้ไขล่าสุด 2 สัปดาห์ก่อน
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
    Next article: