home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

หิด (Scabies)

คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษาโรค|การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง
หิด (Scabies)

หิด หรือ โรคหิด (Scabies) เป็นปัญหาสุขภาพผิวหนังที่เกิดจากตัวหิด หรือไรหิด มาขุดเจาะโพรงบนผิวหนังเพื่อวางไข่ จนเกิดอาการแพ้กลายเป็นตุ่มแดง เป็นผื่น และมีอาการคันที่ผิวหนังอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง จนทำให้เกิดแผลจากการเกาเนื่องมาจากอาการคันผิวหนังไม่หยุด

คำจำกัดความ

หิด คืออะไร

หิด หรือ โรคหิด (Scabies) เป็นปัญหาสุขภาพหนังที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ แต่เกิดจากการถูกไรตัวเล็ก ๆ หรือตัวไรหิดที่อาศัยอยู่ตามผิวหนังของเรามาขุดเจาะผิวหนังให้เป็นโพรงเพื่อวางไข่ไว้ที่โพรงผิวหนัง จนกระทั่งผิวหนังเกิดอาการแพ้กลายเป็นตุ่มแดง หรือผื่นแดง และมีอาการคันถึงคันมาก โดยเฉพาะในเวลากลางคืนอาจจะรู้สึกคันตามผิวหนังหรือคันบริเวณที่มีตุ่มแดงมากเป็นพิเศษ ระยะแรกที่เป็นหิดอาจเข้าใจว่าเป็นเพียงตุ่มแดงหรือผื่นจากการถูกยุงกัดหรือมดกัด แต่สิ่งที่ทำให้ต่างออกไปคือจะมีอาการคันถึงคันมาก และคันไม่หยุด

โรคหิด ถือเป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่ง อาจติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงที่ผื่นหรือตุ่มแดงของผู้ป่วยโรคหิด การใช้สิ่งของร่วมกันกับผู้ป่วยโรคหิด เช่น ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ห้าห่ม เสื้อผ้า ผ้าเช็ดหน้า

โรคหิด เมื่อเป็นแล้วอาจจะต้องรักษาทั้งผู้ป่วยและสมาชิกในครอบครัวที่ใกล้ชิดกัน เนื่องจากเป็นโรคที่สามารถติดต่อถึงกันได้

หิด พบได้บ่อยแค่ไหน

โรคหิด สามารถเกิดขึ้นได้บ่อย โดยเฉพาะในเด็กหรือผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนที่มีความแออัด และโรคหิดสามารถติดต่อได้กับคนทุกเพศทุกวัย หากไม่รักษาความสะอาดของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของ หิด

อาการโดยทั่วไปของ โรคหิด มีดังนี้

  • มีอาการคันอย่างรุนแรง และจะรู้สึกคันผิวหนังบริเวณที่มีผื่นหรือตุ่มแดงมากเป็นพิเศษในตอนกลางคืน
  • มีผื่นคล้ายสิว
  • มีแผลพุพองหรือตกสะเก็ด
  • มีแผลจากการเกาเนื่องจากอาการคัน

หิดมักพบได้ตามบริเวณ

สำหรับเด็กเล็กที่เป็น โรคหิด อาจพบว่าหิดสามารถแพร่กระจายไปยัง

หากเคยเป็น โรคหิด มาก่อน อาการอาจจะเกิดขึ้นภายในระยะสองวันถึงสามวัน แต่ถ้าไม่เคยเป็นหิดมาก่อน หรือเป็นหิดครั้งแรก อาจใช้เวลานานถึง 6 สัปดาห์กว่าที่จะมีอาการแสดงออกมา

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากมีอาการตุ่มแดง เป็นผื่น และมีอาการคันอย่างหนักและคันไม่หยุด หรือมีตุ่มแดงขึ้นตามบริเวณต่าง ๆ ดังที่กล่าวไปข้างต้น คุณควรไปพบคุณหมอ

สาเหตุ

สาเหตุของโรคหิด

โรคหิด เกิดจากตัวหิดหรือไรแปดขาที่มีขนาดเล็กจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มาขุดผิวหนังให้เป็นโพรงและวางไข่เพื่อรอฟักไว้ในโพรงผิวหนังนั้น แม้เราจะไม่สามารถมองเห็นไรหิดได้ด้วยตาเปล่า แต่เราจะเห็นอาการจากการถูกไรหิดกัดและวางไข่ได้ เนื่องจากอาการคันที่เกิดขึ้น เป็นเพราะร่างกายแพ้ต่อไรไข่และของเสียจากตัวหิด การสัมผัสที่ตุ่มแดงหรือบริเวณที่เป็นผื่นแดงจะทำให้เกิดการติดต่อของโรค การใช้ของใช้บางอย่างร่วมกัน อย่างเสื้อผ้า ผ้าขนหนู ก็สามารถทำให้เกิดการติดต่อของโรคได้เช่นกัน

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหิด

โรคหิด อาจเกิดขึ้นได้จากปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้

  • การมีเพศสัมพันธ์กับคนที่เป็น โรคหิด ทั้งที่แสดงอาการแล้วหรือยังไม่แสดงอาการ
  • ผู้ต้องขังในเรือนจำ
  • ผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโรคหิด
  • ผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด
  • ผู้ที่ทำงานอยู่ในสถานดูแลเด็กและมีเด็กเป็นโรคหิด
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคหิด

โดยทั่วไปแล้วแพทย์สามารถทำการวินิจฉัย โรคหิด ได้เลย หลังจากที่ได้เห็นลักษณะของตุ่มแดง ผื่น แผล และลักษณะอาการคันของผู้ป่วย หรืออาจมีการขูดเอาเนื้อเยื่อผิวหนังเพื่อไปทำการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ว่ามีตัวไรหิด หรือมีไข่ของไรหิด หรือของเสียจากไรหิดหรือไม่

การรักษาโรคหิด

โรคหิด ไม่สามารถหายเองได้ แต่สามารถรักษาให้หายได้โดยการใช้ยา โดยเฉพาะยาทา และเนื่องจากโรคหิดเป็นโรคที่สามารถติดต่อกันได้ คุณหมอจึงอาจแนะนำการรักษาหรือการป้องกันไปยังสมาชิกในครอบครัวที่ใกล้ชิดด้วย

  • เพอร์เมทริน (Permethrin) เป็นยาทาที่มีสารในการฆ่าเชื้อไรหิดและไข่ของไรหิด
  • ไอเวอร์เมคติน (Ivermectin) หรือ สตรอมเมกตอล (Stromectol) เป็นยารับประทานสำหรับผู้ที่ใช้ยาทาแล้วไม่เป็นผล แต่ไม่ควรใช้กับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ ผู้ที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร หรือเด็กที่มีน้ำหนักตัวไม่ถึง 33 ปอนด์ (15 กิโลกรัม)
  • โครตามิตอน (Crotamiton) เป็นยาทาสำหรับรักษา โรคหิด แต่อาจไม่ปลอดภัยต่อผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ และผู้ที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร

ยาเหล่านี้สามารถฆ่าไรหิดได้ทันที แต่อาการคันอาจจะยังมีอยู่ แพทย์อาจสั่งจ่ายยาเพื่อบรรเทาอาการคันให้ด้วย

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อจัดการกับโรคหิด

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองต่อไปนี้ อาจช่วยป้องกัน โรคหิด ได้

  • ใส่ใจกับความสะอาดอยู่เสมอ รักษาความสะอาดของร่างกายและที่อยู่อาศัยอยู่ตลอดเวลา อย่าปล่อยให้เนื้อตัวสกปรก หรือที่อยู่อาศัยสกปรก
  • หากมีคนในบ้านเป็น โรคหิด ให้ทำความสะอาดของใช้ส่วนตัวของผู้ป่วยด้วยน้ำร้อนและน้ำยาทำความสะอาด
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหนังของผู้ที่เป็นโรคหิด
  • หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกันกับผู้ที่เป็นโรคหิด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Everything You Need to Know About Scabies. https://www.healthline.com/health/scabies. Accessed on October 29, 2020.

Scabies. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/scabies/symptoms-causes/syc-20377378. Accessed on October 29, 2020.

Scabies Slideshow: Symptoms, Cause, and Treatments. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/ss/slideshow-scabies-overview. Accessed on October 29, 2020.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Khongrit Somchai แก้ไขล่าสุด 30/10/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x