home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

วิธีฟื้นฟู ผิวไหม้แดด แสบร้อน คล้ำเสีย ให้กลับมามีสุขภาพดี สวยใส

วิธีฟื้นฟู ผิวไหม้แดด แสบร้อน คล้ำเสีย ให้กลับมามีสุขภาพดี สวยใส

ประเทศไทยแดดแรงจ้าจนขึ้นชื่อ แค่คุณออกไปใช้ชีวิตกลางแจ้งครู่เดียว ผิวก็อาจดำคล้ำ หรือไหม้แดดได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเวลาไปเที่ยวทะเล การนั่งชมวิวชิลล์ๆ หรือการดำน้ำชมปะการังที่สุดแสนจะตื่นตาตื่นใจ อาจต้องแลกมาด้วยปัญหา ผิวไหม้แดด ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้คุณรู้สึกเจ็บ แสบ แดงบริเวณที่ผิวไหม้ แต่การถูกแสงแดดแผดเผายังทำให้ผิวแก่เร็ว และอาจนำไปสู่โรคมะเร็งผิวหนัง ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ด้วย

ผิวไหม้แดด คืออะไร สังเกตยังไงได้บ้าง

อาการผิวไหม้แดด (Sunburn) เป็นภาวะผิวหนังอักเสบที่เกิดจากรังสียูวีเอและยูวีบีทำลายผิวหนังชั้นนอก ทำให้ผิวหนังแดง แสบร้อน ระคายเคือง หากผิวไหม้แดดรุนแรงอาจบวม เป็นแผลพุพอง และทำให้คุณมีอาการคล้ายไข้หวัด คือ หนาวสั่น คลื่นไส้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ได้ด้วย โดยทั่วไป อาการผิวไหม้แดดจะเกิดหลังโดนแดดประมาณ 2-6 ชั่วโมง แต่บางคนอาจมีอาการปรากฏให้เห็นได้หลังโดนแดดแค่ 30 นาที และอาการเจ็บแสบจะรุนแรงที่สุดในช่วง 6-48 ชั่วโมงหลังโดนแดด

หลังจากที่ผิวไหม้แดดประมาณ 2-3 วัน คุณจะเริ่มรู้สึกคันและมีอาการผิวหนังลอก ซึ่งนี่เป็นกระบวนการในการเยียวยาตัวเอง และกำจัดเซลล์ผิวหนังที่ถูกทำลายของร่างกาย ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 3-8 วัน แต่บางครั้งก็อาจยาวนานหลายสัปดาห์ ในช่วงนี้ คุณควรปล่อยให้ผิวลอกออกเองตามธรรมชาติ อย่าพยายามดึง ลอก หรือขัดผิวโดยเด็ดขาด

ความรุนแรงของอาการผิวไหม้แดดนั้นขึ้นอยู่กับประเภทของผิว ระดับความเข้มของแสงแดด และระยะเวลาที่ผิวหนังสัมผัสกับแสงแดด โดยปกติแล้ว ผิวหนังของคนเราจะมีเมลานิน (Melanin) หรือเม็ดสีผิวคอยทำหน้าที่ปกป้องผิวหนังจากแสงแดดด้วยการทำให้ผิวคล้ำขึ้นเมื่อโดนแดด ซึ่งร่างกายจะผลิตเมลานินได้มากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ บางคนมีเมลานินน้อย ผิวขาวมาก เวลาโดนแดดผิวจึงไหม้ได้ง่าย ในขณะที่บางคนมีเมลานินมากกว่า หรือผิวเข้มกว่า พอโดนแดดแล้วจึงผิวคล้ำขึ้น และไม่ค่อยเกิดอาการไหม้

ทั้งอาการผิวไหม้แดด และอาการผิวคล้ำจากแสงแดด ล้วนเป็นสัญญาณว่าเซลล์ผิวหนังของคุณถูกทำลาย และหากคุณปล่อยให้ผิวโดดแดดบ่อยๆ โดยไม่ป้องกัน จะทำให้ผิวแก่เร็ว ผิวแห้ง เหี่ยวย่น เกิดฝ้ากระ จุดด่างดำ ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง เช่น โรคมะเร็งผิวหนังชนิดเบซาลเซลล์ (Basal cell carcinoma หรือ BCC) โรคมะเร็งผิวหนังชนิดสะความัส (Squamous cell carcino ma หรือ SCC) รวมถึงโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา (Melanoma) ซึ่งรุนแรงถึงชีวิต

ปล่อยให้ผิวไหม้แดด มะเร็งผิวหนังอาจถามหา

รังสียูวี ผิวไหม้แดด และโรคมะเร็งผิวหนังนั้นเกี่ยวข้องกัน และนี่คือสิ่งที่คุณควรรู้

  • สำหรับคนที่ผิวขาว โดยเฉพาะคนที่มีความบกพร่องทางพันธุกรรม หากปล่อยให้ผิวไหม้แดดบ่อยๆ เข้า อาจนำไปสู่โรคมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา (Melanoma) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ผลการศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า รังสียูวีที่ทำลายผิวหนังสามารถทำให้กลุ่มยีนที่ทำหน้าที่ควบคุมการเจริญของเซลล์ (Tumor suppressor gene) เปลี่ยนแปลงไป จนเซลล์ที่ได้รับบาดเจ็บซ่อมแซมตัวเองได้น้อยลง จึงเสี่ยงเป็นมะเร็งมากขึ้น
  • หากคุณทำงาน หรือเล่นกีฬากลางแจ้งเป็นประจำ ก็จะยิ่งเสี่ยงเกิดอาการผิวไหม้แดด และโรคมะเร็งผิวหนัง
  • หากผิวหนังไหม้แดดขั้นรุนแรงจนเป็นแผลพุพองแค่ครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นในวัยเด็กหรือวัยผู้ใหญ่ ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมาได้ถึงสองเท่า
  • ยิ่งคุณปล่อยให้ผิวไหม้แดด ผิวหนังก็จะยิ่งถูกทำลาย ส่งผลให้เสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังมากขึ้น และต่อให้ผิวไม่ไหม้แดดจนสังเกตได้ชัด ก็ไม่ได้หมายความว่าผิวหนังจะไม่ถูกทำลายจากแสงแดด
  • หากเกิดอาการผิวไหม้แดดตั้งแต่ 5 ครั้งขึ้นไป จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมาได้ถึงสองเท่า

ใครบ้างที่เสี่ยงเกิดปัญหาผิวไหม้แดด

อาการผิวไหม้แดดสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่หากคุณมีภาวะหรือพฤติกรรมเหล่านี้ ก็จะยิ่งเสี่ยงมากขึ้น

  • ผิวขาว นัยน์ตาสีอ่อน
  • ทำงาน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งบ่อยๆ
  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ผิวโดนแดด หรือได้รับรังสียูวีบ่อยโดยไม่ได้ป้องกัน
  • ใช้ยาที่มีคุณสมบัติเป็นสารไวแสง (Photosensitizing medication)

วิธีดูแลผิวไหม้แดด

  • รีบหลีกให้ไกลจากแสงแดดโดยเร็ว
  • ดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อให้ร่างกายเย็นลง และป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • ไม่เกา ขัด หรือลอกผิวหนังบริเวณที่ไหม้แดด หรือหากผิวไหม้แดดจนเป็นแผลพุพอง ก็ห้ามแกะหรือเจาะแผลเด็ดขาด เพราะอาจทำให้แผลติดเชื้อได้
  • ทำให้ผิวหนังเย็นขึ้น ด้วยการใช้ผ้าเย็นๆ ประคบ อาบน้ำเย็น หรือแช่น้ำเย็น แต่อย่าให้นานเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้ง ระคายเคือง หากเป็นเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็ก อาจต้องระวังร่างกายเย็นเกินไปด้วย เพราะจะทำให้เป็นหวัดได้ และห้ามใช้น้ำแข็งถูที่ผิวหนังโดยตรง หรือประคบด้วยถุงน้ำแข็งเด็ดขาด
  • ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ ถั่วเหลือง ในขณะที่ผิวยังเปียกหมาดๆ เพื่อช่วยปลอบประโลมผิวไหม้เสียจากแดด และทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น แต่ห้ามใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมัน หรือปิโตรเลียมเจล ทาบริเวณที่ผิวไหม้แดด
  • ทายาหรือครีมไฮโดรคอร์ติโซน หรือไทรแอมซิโนโลน เพื่อบรรเทาอาการคันและอาการอักเสบ แต่ครีมเหล่านี้มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ จึงควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ และไม่ควรใช้ติดต่อกันเกินหนึ่งสัปดาห์ หากอาการไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง ควรไปพบแพทย์ผิวหนังทันที
  • กินยาต้านการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น พาราเซตามอล ไอบูโพรเฟน
  • หากจำเป็นต้องออกแดด ควรปกป้องผิวบริเวณที่ไหม้แดดอยู่ให้ดี ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าที่เนื้อผ้าค่อนข้างหนา แสงแดดส่องทะลุผ่านได้ยาก และควรหลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้ารัดรูปปิดทับบริเวณที่ผิวไหม้แดดด้วย

ผิวไหม้แดดถึงขั้นนี้ รีบไปพบคุณหมอด่วน!

  • ผิวหนังบวม หรือเป็นแผลพุพองรุนแรง
  • อุณหภูมิร่างกายสูง ตัวร้อน หรือหนาวสั่น
  • รู้สึกวิงเวียน อ่อนเพลีย
  • ปวดศีรษะ และเป็นตะคริว
  • มีสัญญาณของภาวะช็อก เช่น ความดันโลหิตต่ำ หมดสติ อ่อนเพลียรุนแรง
  • รักษาแล้วแต่อาการยังไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน

อาการผิวไหม้แดดรุนแรงอาจนำไปสู่โรคเพลียความร้อน (Heat exhaustion) และโรคลมความร้อน หรือโรคฮีตสโตรก (Heat stroke) ที่มักเรียกกันว่าโรคลมแดด ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะกับเด็กและผู้สูงอายุ

วิธีป้องกันผิวไหม้ คล้ำเสียจากแดด

หากคุณไม่อยากให้เกิดปัญหาผิวไหม้แดด ก็ควรดูแลผิว และปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยวิธีเหล่านี้

  • หลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วง 10 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น เพราะเป็นช่วงที่แดดแรงที่สุด หากจำเป็นต้องออกไปข้างนอก หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาดังกล่าว ควรหลบแดดในที่ร่มให้ได้มากที่สุด
  • สวมใส่เครื่องแต่งกายที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด เช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว หมวกปีกกว้าง สวมแว่นตากันแดด เสื้อผ้าควรเลือกที่เนื้อผ้าหนา แสงแดดส่องไม่ทะลุ หรือเสื้อผ้าที่เคลือบสารป้องกันยูวี
  • ทาครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟ (SPF) 30 ขึ้นไป เป็นประจำทุกวัน โดยทาก่อนออกแดดอย่างน้อย 30 นาที และทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น หากเหงื่อออกมาก หรือว่ายน้ำ
  • หากต้องใช้ยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสง เช่น ยาต้านฮิสทามีน (antihistamines) ยาต้านซึมเศร้า ยาปฏิชีวนะบางชนิด ยาลดไขมันในเลือดบางชนิด ก็ยิ่งต้องปกป้องผิวจากแสงแดดให้ดี หรืออาจปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนยา หรือขนาดยา โดยไม่ให้กระทบกับการรักษาโรค

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย เนตรนภา ปะวะคัง แก้ไขล่าสุด 11/05/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x