home

What are your concerns?

close
Inaccurate
Hard to understand
Other

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ซีสต์รังไข่ หรือถุงน้ำในรังไข่

คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษา| การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือดูแลตนเอง
ซีสต์รังไข่ หรือถุงน้ำในรังไข่

ซีสต์รังไข่ หรือถุงน้ำในรังไข่ คือ ภาวะที่เกิดถุงน้ำภายในรังไข่ มักมีสาเหตุมากจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงตกไข่ พบได้บ่อยในเพศหญิงวัยเจริญพันธุ์ ที่มีอายุระหว่าง 15-44 ปี โดยปกติจะไม่ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากถุงน้ำจะฝ่อไปเองตามธรรมชาติพร้อมกับรอบเดือน แต่หากถุงน้ำมีขนาดใหญ่เกินไปอาจส่งผลให้เกิดอาการ ปวดท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย รู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์

คำจำกัดความ

ซีสต์รังไข่ (Cystic Ovary) คืออะไร

ซีสต์รังไข่ คือ ภาวะที่ถุงน้ำเกิดขึ้นภายในรังไข่ มักมีสาเหตุมากจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงตกไข่ พบได้บ่อยในเพศหญิงวัยเจริญพันธุ์ ที่มีอายุระหว่าง 15-44 ปี โดยปกติจะไม่ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากถุงน้ำจะฝ่อไปเองตามธรรมชาติพร้อมกับรอบเดือนแต่หากถุงน้ำมีขนาดใหญ่เกินไปอาจส่งผลให้ปวดท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย รู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์

อาการ

อาการของ ซีสต์รังไข่

ภาวะซีสต์รังไข่มักไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หรืออาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่หากถุงน้ำมีขนาดใหญ่ อาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการ ดังต่อไปนี้

  • เจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ท้องผูก
  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • ปัสสาวะบ่อย
  • รู้สึกอิ่มมากหลังจากรับประทานอาหารเพียงเล็กน้อย
  • ปวดท้องบริเวณอุ้งเชิงกราน หรือที่เรียกว่า ปวดท้องน้อย
  • ท้องอืด หรืออาหารไม่ย่อย

อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีอาการปวดท้องน้อยรุนแรงอย่างฉับพลัน หายใจเร็ว อาเจียน ร่วมกับมีไข้ ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อปรึกษาคุณหมอในทันที

สาเหตุ

สาเหตุที่อาจทำให้เกิดซีสต์รังไข่

สาเหตุที่อาจทำให้เกิดซีสต์รังไข่ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ดังต่อไปนี้

  1. ซีสต์ถุงน้ำที่รังไข่ (Follicular Cyst) ปกติแล้ว ทุก ๆ 28 วัน รังไข่จะปล่อยไข่ 1 ฟองให้เจริญเติบโตในถุงน้ำที่อยู่ภายในรังไข่ เมื่อไข่เจริญเติบโตเต็มที่ ถุงน้ำจะแตกออกแล้วปล่อยไข่ออกมา หากถุงน้ำไม่แตกออกอาจส่งผลให้ถุงน้ำค้างอยู่ในรังไข่ แต่ก็ยังสามารถสลายไปได้เองใน 1-3 เดือน โดยไม่ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพ
  2. ถุงน้ำคอร์ปัส ลูเทียม (Corpus Luteum) ถุงน้ำจะหดตัวหลังจากปล่อยไข่ออกมา และเตรียมพร้อมสำหรับไข่ฟองต่อไป แต่หากถุงน้ำเดิมไม่แตกออก อาจทำให้เกิดการสะสมของเหลวภายในถุงน้ำ จนมีเลือดออกขังอยู่ภายในและเกิดถุงน้ำคอร์ปัส ลูเทียม แต่ร่างกายก็สามารถดูดซึมและหายไปได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์

นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจทำให้เกิดซีสต์รังไข่ เช่น ภาวะที่รังไข่มีถุงน้ำขนาดเล็กหลายใบ หรือที่เรียกว่า ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ได้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของซีสต์รังไข่

  • การตั้งครรภ์ ถุงน้ำที่เกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์อาจค้างสะสมอยู่ในรังไข่ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดซีสต์รังไข่ได้
  • ปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมน เช่น การรับประทานยาโคลมีฟีน
  • เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ กิดจากเซลล์ที่เติบโตออกมานอกมดลูก ทำให้เซลล์ยึดเกาะกับรังไข่จนเกิดถุงน้ำขึ้นมาได้
  • คยเกิดซีสต์รังไข่ หากผู้ป่วยเคยมีซีสต์รังไข่มาก่อน อาจมีแนวโน้มกลับมาเป็นซ้ำได้อีกครั้ง
  • การติดเชื้อบริเวณอุ้งเชิงกรานอย่างรุนแรง เมื่อบริเวณอุ้งเชิงกรานติดเชื้อ อาจส่งผลให้เกิดซีสต์รังไข่ได้

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัย ซีสต์รังไข่

ในเบื้องต้นคุณหมออาจสอบถามประวัติและอาการของผู้ป่วย ร่วมกับการตรวจภายใน รวมถึงวินิจฉัยโรคด้วยวิธีอื่น ๆ ดังต่อไปนี้

  • ทดสอบการตั้งครรภ์ เนื่องจากการตั้งครรภ์อาจเป็นสาเหตุของการเกิดซีสต์รังไข่คอร์ปัส ลูเทียมได้
  • อัลตราซาวด์บริเวณอุ้งเชิงกราน คุณหมอจะใช้คลื่นเสียงความถี่สูงจับภาพบริเวณมดลูกและรังไข่ เพื่อดูความผิดปกติบริเวณอุ้งเชิงกราน รวมถึงบริเวณที่เกิดถุงน้ำด้วย
  • ทดสอบเลือด คุณหมอจะทำการทดสอบเลือดเพื่อหาระดับโปรตีนที่เรียกว่า แอนติเจนของมะเร็ง 125 (Cancer Antigen 125: CA-125) ที่เป็นตัวบ่งชี้ว่าผู้ป่วยอาจเป็นมะเร็งรังไข่
  • ส่องกล้อง คุณหมอจะสอดกล้องเข้าไปในช่องท้องผ่านรอยผ่าเล็ก ๆ เพื่อดูความผิดปกติบริเวณรังไข่

การรักษาซีสต์รังไข่

โดยปกติซีสต์รังไข่สามารถหายได้เองโดยไม่ต้องรักษา แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยมีถุงน้ำขนาดใหญ่ หรือถุงน้ำไม่สามารถฝ่อไปเองตามธรรมชาติ คุณหมออาจทำการผ่าตัด ดังต่อไปนี้

  • ผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopic surgery) การผ่าตัดประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีถุงน้ำขนาดเล็ก โดยเริ่มจากการเจาะรูเล็ก ๆ เหนือหรือต่ำกว่าบริเวณสะดือ เพื่อสอดอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใช้ในการผ่าตัดเข้าไปผ่าเอาถุงน้ำออกมา
  • การผ่าเปิดช่องท้อง (Laparotomy) การผ่าตัดประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ถุงน้ำอาจมีความเสี่ยงเป็นมะเร็ง โดยคุณหมอจะเริ่มทำการผ่าตัดเปิดหน้าท้องเพื่อนำถุงน้ำออกมา

 การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือดูแลตนเอง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือดูแลตนเองเพื่อป้องกันซีสต์รังไข่

คุณหมออาจแนะนำให้ผู้หญิงมาตรวจภายในเป็นประจำทุกปี หากพบอาการผิดปกติจะได้รีบรักษาได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ หากผู้ป่วยมีอาการผิดปกติที่เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะซีสต์รังไข่ เช่น ปวดท้องน้อย อาหารไม่ย่อย ปัสสาวะบ่อย ควรรีบไปปรึกษาคุณหมอทันที เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะซีสต์รังไข่

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ระยะเวลารอบเดือน

(วัน)

28

ช่วงมีประจำเดือน

(วัน)

7

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Ovarian cysts. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/ovarian-cysts/symptoms-causes/syc-20353405. Accessed on September 6, 2021

Ovarian Cysts. https://www.webmd.com/women/guide/ovarian-cysts. Accessed on September 6, 2021

Ovarian Cysts: Symptoms, Causes, Types, and Treatment. https://www.medicinenet.com/ovarian_cysts/article.htm. Accessed on September 6, 2021

Ovarian cyst. https://www.nhs.uk/conditions/ovarian-cyst/. Accessed on September 6, 2021

Ovarian Cyst. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK560541/. Accessed on September 6, 2021

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์ แก้ไขล่าสุด 3 สัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย เนตรนภา ปะวะคัง