ปัญหาสุขภาพหญิงแบบอื่น

นอกจาก ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ เนื้องอกในมดลูก ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลในเพศหญิง ก็ยังมี ปัญหาสุขภาพหญิงแบบอื่น ให้ทุกคนได้อ่านเพิ่มเติม เพื่อจะได้หันกลับมาสังเกตตัวเองกัน แต่ปัญหาสุขภาพหญิงแบบอื่นจะมีอะไรบ้างนั้น ติดตามได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

ปัญหาสุขภาพหญิงแบบอื่น

ศัลยกรรมลดขนาดเต้านม ทางออกปัญหา สำหรับคนมีหน้าอกใหญ่เกินไป

ในปัจจุบันนี้ การศัลยกรรมเพิ่มขนาดหน้าอกนั้นได้รับความนิยมกันเป็นอย่างมาก สาวๆ ที่ไม่พอใจในขนาดของหน้าอกตัวเอง ก็สามารถเพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้นได้ดั่งเนรมิต แต่ขณะเดียวกัน ก็มีการศัลยกรรมที่จะช่วยลดขนาดหน้าอก สำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าอกใหญ่เกินไป แล้วอยากจะลดขนาดลงอยู่ด้วยเช่นกัน การศัลยกรรมลดขนาดเต้านม นั้นเป็นอย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง มาหาคำตอบร่วมกันกับ Hello คุณหมอ เลยค่ะ การศัลยกรรมลดขนาดเต้านม คืออะไร การศัลยกรรมลดขนาดเต้านม เป็นกระบวนการผ่าตัดอย่างหนึ่ง ที่มีจุดมุ่งหมายในการลดขนาดของเต้านม โดยการกำจัดเอาไขมัน เนื้อเยื่อ และผิวหนังส่วนเกินในบริเวณเต้านมออก ทำให้เต้านมมีขนาดเล็กลง และดูกระชับมากขึ้น การศัลยกรรมลดขนาดเต้านมนั้นนอกจากจะสามารถช่วยลดขนาดของเต้านมให้มีขนาดที่ต้องการได้แล้ว ยังอาจใช้เพื่อรักษาภาวะผิดปกติของเต้านมบางอย่าง เช่น ภาวะเต้านมโตผิดปกติ หรือทำเพื่อช่วยลดความไม่สบายตัวที่เกิดขึ้นจากการมีหน้าอกใหญ่ เช่น ปัญหาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ หรือการเคลื่อนไหวไม่สะดวก เป็นต้น นอกจากนี้การศัลยกรรมลดขนาดเต้านมยังอาจช่วยกระชับหน้าอก แก้ปัญหาการหย่อนยานของเต้านม ทำให้เกิดความมั่นใจเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย ศัลกรรมลดขนาดเต้านมเหมาะกับใครบ้าง โดยปกตินั้นเราอาจจะพิจารณาทำการศัลกรรมลดขนาดเต้านม ก็ต่อเมื่อขนาดของเต้านมนั้นใหญ่จนทำให้เกิดปัญหา ทั้งทางสภาพร่างกายและทางสภาพจิตใจของเรา ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดและไม่สบายตัวต่างๆ ปัญหาการเคลื่อนไหวไม่สะดวก หรือการไม่มีความมั่นใจเนื่องจากขนาดของหน้าอกที่มีมากเกินไป การศัลยกรรมลดขนาดเต้านม อาจจะเหมาะสมกับผู้ที่มีขนาดหน้าอกใหญ่ และมีภาวะดังต่อไปนี้ มีอาการปวดคอ ปวดไหล่ และปวดหลังเรื้อรัง เนื่องจากมีหน้าอกใหญ่ และอาจจำเป็นต้องรับประทานยาเพื่อบรรเทาอาการปวด มีอาการระคายเคือง หรือผดผื่นในบริเวณใต้ฐานราวนมเป็นเวลานาน มีอาการปวดเส้นประสาท ในบริเวณเต้านม รู้สึกไม่มั่นใจในรูปร่างหน้าตา เนื่องจากมีขนาดหน้าอกใหญ่เกินไป ไม่สามารถหาเสื้อชั้นในหรือเสื้อที่เหมาะสมใส่ได้ มีภาวะเต้านมโตผิดปกติ นอกจากนี้ แพทย์ก็อาจจะไม่แนะนำให้คุณทำการศัลกยกรรมลดขนาดเต้านมได้ หากคุณมีสภาวะดังต่อไปนี้ สูบบุหรี่ มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ […]

หัวข้อ ปัญหาสุขภาพหญิงแบบอื่น เพิ่มเติม

ปัญหาสุขภาพหญิงแบบอื่น

7 สาเหตุของ อาการปวดหลังในผู้หญิง ที่อาจไม่ได้เกิดจากแค่ที่หลัง

อาการปวดหลังเป็นอาการที่มักเกิดขึ้นในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และบ่อยครั้งที่อาการปวดหลัง ก็ไม่ได้เกิดมาจากที่หลังของเราโดยตรง แต่สามารถเป็นผลกระทบมาจากอาการปวดในที่อื่น หรือจากโรคบางอย่างก็เป็นได้ มาทำความรู้จักกับ 7 สาเหตุที่ทำให้เกิด อาการปวดหลังในผู้หญิง เพื่อที่จะรักษาได้อย่างถูกจุด กับ Hello คุณหมอ 1.โรคปวดก้นกบ โรคปวดก้นกบ (Coccydynia) มีผลต่อผู้หญิงทุกวัย แต่ผู้หญิงวัย 40 ปีเป็นอายุเฉลี่ยที่เริ่มมีอาการ โดยอาการของโรคปวดก้นกบจะหายไปภายในสัปดาห์หรือเป็นเดือน แต่อาจกลายเป็นโรคเรื้อรัง และส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้ ทำให้คุณไม่สามารถขับรถหรือก้มตัวโดยไม่เจ็บปวด อาการของโรคปวดก้นกบคือจะค่อยๆ เจ็บปวดบริเวณก้นกบ หรือเกิดขึ้นทันที หลังจากได้รับผลกระทบบริเวณปลายสุดของกระดูกสันหลัง กระดูกก้นกบมักจะเจ็บเมื่อสัมผัส นั่ง หรือได้รับแรงกดบนบริเวณที่เจ็บ นอกจากนี้อาการท้องผูกจะเพิ่มความเจ็บปวด แต่อาการปวดจะลดลงหลังจากการเคลื่อนไหวของลำไส้ ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคปวดก้นกบมากกว่าผู้ชาย 5 เท่า เนื่องจากการบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ และตำแหน่งของกระดูกก้นกบที่ได้รับการป้องกันน้อยในผู้หญิง ถือเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชาย ถึงแม้ว่าโรคกระดูกก้นกบส่วนใหญ่จะเกิดจากการคลอดบุตร หรือการล้มไปด้านหลัง คุณหมอก็ยังคงไม่สามารถระบุสาเหตุของโรคได้ทุกครั้ง แต่สาเหตุอาจเกิดจากการที่กระดูกก้นกบไม่ยืดหยุ่นพอ ที่จะโค้งงอเนื่องจากแรงกดดัน ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บที่กระดูกต้นกบและเส้นเอ็นบริเวณใกล้เคือง หรือบาดเจ็บทั้งสองส่วน 2. กระดูกยุบตัวเนื่องจากกระดูกพรุน ผู้หญิงมีแนวโน้มเกือบ 2 เท่า ที่จะเป็นโรคกระดูกยุบตัว (Conpression Fractre) มากกว่าผู้ชาย เนื่องจากโรคกระดูกยุบตัวมีสาเหตุมาจากโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) และผู้หญิงมีแนวโน้มมากกว่าที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน ถ้าคุณอายุมากกว่า 45 ปี และมีอาการปวดหลังฉับพลันและปวดรุนแรง […]

ปัญหาสุขภาพหญิงแบบอื่น

ปัญหาทางเพศของผู้หญิงเนื่องจากเบาหวาน ดูแลและรับมืออย่างไรดี?

ปัญหาเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์หลายอย่าง ที่เกิดขึ้นกับชีวิตทางเพศของคนเรา อย่างเช่น ปัญหาทางเพศ ที่พบได้ในผู้หญิงที่เป็นโรคเบาหวาน ส่วนหนึ่งมักเป็นผลกระทบมาจากเรื่องของสุขภาพ หรือโรคภัยไข้เจ็บ ที่สาว ๆ หลายคนอาจไม่ตระหนักว่า ปัญหาสุขภาพนี้สามารถรบกวนเรื่องบนเตียงได้ โดยเฉพาะสำหรับตัวผู้หญิงเอง โรคเบาหวานสามารถส่งผลให้เกิดปัญหาทางเพศหลายอย่าง ที่ทำให้ผู้หญิงอาจไม่อยากมีเพศสัมพันธ์ มาดูกันในบทความของ Hello คุณหมอ ว่า ปัญหาทางเพศในผู้หญิงเนื่องจากเบาหวาน มีอะไรบ้าง และเราจะสามารถรับมือกับปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง? ปัญหาทางเพศในผู้หญิงเนื่องจากเบาหวาน มีอะไรบ้าง ช่องคลอดแห้ง การเป็นเบาหวาน อาจทำให้เกิดภาวะช่องคลอดแห้ง เนื่องจากร่างกายขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) สำหรับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หรือวัยทอง ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะน้อยลงอยู่แล้ว ถ้ามีอาการเบาหวานร่วมด้วยก็จะยิ่งส่งผลทำให้ช่องคลอดแห้ง แต่ถ้าไม่ได้อยู่ในวัยหมดประจำเดือน สาเหตุที่ทำให้ช่องคลอดแห้งอาจเกิดจาก ส่วนประสาทที่หลั่งน้ำหล่อลื่นมีปัญหา ภาวะช่องคลอดแห้ง จะทำให้ผู้หญิงเจ็บปวดเวลามีเพศสัมพันธ์ จนทำให้ไม่อยากมีเพศสัมพันธ์อีก ช่องคลอดติดเชื้อ การติดเชื้อในช่องคลอด ก็ทำให้ผู้หญิงเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์เช่นกัน ด็อกเตอร์เดวิด จี. เมอเรอโร (David G. Merrero, PhD) ประธานแผนก Health Care and Education แห่งสมาคมโรคเบาหวานสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า หากผู้หญิงที่เป็นโรคเบาหวาน แล้วดูแลตัวเองไม่ดี อาจทำให้เกิดภาวะ มีเชื้อราในช่องคลอด และเกิดการติดเชื้ออื่น […]

ปัญหาสุขภาพหญิงแบบอื่น

มีติ่งเนื้อปากมดลูก คุณมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะนี้หรือเปล่า?

มีติ่งเนื้อปากมดลูก อาการผิดปกติที่ปากมดลูกนี้ เป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในผู้หญิง โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 20 ปี และมีบุตรอย่างน้อยหนึ่งคน คุณมี ปัจจัยเสี่ยง แค่ไหนในการเกิดภาวะนี้ ลองมาอ่านรายละเอียดที่ทาง Hello คุณหมอ นำมาฝากกัน ติ่งเนื้อปากมดลูก คืออะไร? ปากมดลูก หรือ คอมดลูก (Cervix) เป็นทางเชื่อมมดลูกและช่องคลอด ติ่งเนื้อปากมดลูก (Cervical Polyps) มักเกิดขึ้นในช่องเปิดใกล้ช่องคลอด ติ่งเนื้อปากมดลูกมีสีจากสีแดงเหมือนเชอร์รี่ ไปจนถึงสีม่วงปนแดง โดยในบางครั้งมีสีขาวปนเทา ติ่งเนื้อปากมดลูกมีขนาดที่หลากหลาย และมักไม่เป็นอันตราย ติ่งเนื้อปากมดลูกส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก โดยมีขนาดน้อยกว่า 2 เซนติเมตร อย่างไรก็ดี เนื่องจากมะเร็งหลายประเภทอาจดูเหมือนกับติ่งเนื้อปากมดลูก ติ่งเนื้อทั้งหมดควรมีการจัดการอย่างระมัดระวังโดยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ สาเหตุ ถึงแม้ว่าสาเหตุที่แท้จริงของติ่งเนื้อปากมดลูกยังคงไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แพทย์เชื่อว่าติ่งเนื้อปากมดลูกมีความเกี่ยวข้องกับการอักเสบที่ปากมดลูก สาเหตุที่เป็นไปได้อีกประการหนึ่งคือการตอบสนองที่ผิดปกติของร่างกายต่อฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในผู้หญิง ติ่งเนื้อปากมดลูกพบได้ทั่วไป ผู้หญิงหลายคนมีติ่งเนื้อปากมดลูก โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 20 ปีและมีบุตรอย่างน้อยหนึ่งคน เด็กผู้หญิงที่ยังไม่มีประจำเดือนจะพบติ่งเนื้อปากมดลูกได้น้อย ประเภทของ ติ่งเนื้อ ติ่งเนื้อคอมดลูกมี 2 ประเภท ได้แก่ ติ่งเนื้อปากมดลูกภายนอก (Ectocervical polyps) เป็นติ่งเนื้อที่เติบโตที่เซลล์พื้นผิวของคอมดลูก มักพบในผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน ติ่งเนื้อปากมดลูกภายใน (Endocervical polyps) เป็นติ่งเนื้อที่เติบโตจากต่อมต่างๆ […]

ปัญหาสุขภาพหญิงแบบอื่น

ถ้า หยุดกินยาคุมกำเนิด แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายผู้หญิง

สาวๆ แต่ละคนก็มีเหตุผลในการกินยาคุมกำเนิดไม่เหมือนกัน บางคนต้องการคุมกำเนิด บางคนกินเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับร่างกายบางอย่าง เช่น สิว ขนตามร่างกาย หรือบางคนกินเพราะแพทย์สั่ง แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร Hello คุณหมอ จะชวนมาดูว่าหากสาวๆ หยุดกินยาคุมกำเนิด ร่างกายอาจจะเกิดอาการอย่างไรบ้าง ผลข้างเคียงต่อร่างกายเมื่อ หยุดกินยาคุมกำเนิด มีผลต่อประจำเดือน ตอนที่กินยาคุมกำเนิดก็อาจจะมีผลข้างเคียงกับการมีประจำเดือนอยู่แล้ว เช่น การกินยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน ที่ทำให้สาวๆ บางคนประจำเดือนเปลี่ยนไป มาเร็วไป มาช้าไป หรือเลือดออกน้อย ซึ่งเป็นอาการที่ไม่รุนแรง แต่ผู้หญิงหลายๆ คนก็มีอาการข้างเคียงที่รุนแรงจนต้องไปหาคุณหมอ และเมื่อเวลาที่สาวๆ หยุดกินยาคุมกำเนิด สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือมีความเป็นไปได้ที่ประจำเดือนจะผิดปกติ เนื่องจากในยาคุมมีฮอร์โมนเพศหญิงอย่างฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่มีผลต่อประจำเดือนโดยตรง การหยุดกินยาคุมจะทำให้ระดับของฮอร์โมนเพศหญิงกลับมาเป็นเหมือนเดิม ตอนที่ไม่ได้กินยาคุมกำเนิด จึงอาจเกิดอาการประจำเดือนมาไม่ปกติได้ เช่น มามากกว่าปกติ มาน้อยกว่าปกติ หากหยุดยาคุมกำเนิดแล้วประจำเดือนไม่มาหลายเดือนควรไปพบคุณหมอ สิวขึ้น ในยาคุมมีฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ซึ่งมีผลทำให้ฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ลดลง ซึ่งฮอร์โมนเพศชายเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นต่อมไขมันใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวผลิตไขมันซีบัม (Sebum) ออกมาจากต่อมไขมันใต้ผิวหนัง เป็นต้นเหตุของการเกิดสิว การกินยาคุมจึงช่วยลดการเกิดสิวได้ กลับกันหากสาวๆ หยุดกินยาคุม ฮอร์โมนก็จะกลับมาอยู่ในระดับปกติ […]