ข้อเคลื่อน (Dislocation)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

คำจำกัดความ

ข้อเคลื่อน คืออะไร

ข้อเคลื่อน หรือข้อหลุด (Dislocation of joint หรือ Dislocation) คือ ภาวะที่หัวกระดูกหรือปลายกระดูกสองอัน ที่มาชนกันเป็นข้อ เคลื่อนหรือหลุดออกจากตำแหน่งปกติ จนส่งผลกระทบต่อเนื้อเยื่อ เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ เส้นเลือด และเส้นประสาทในบริเวณนั้น เช่น ทำให้ฉีกขาด ฟกช้ำ ยืด

ข้อเคลื่อนส่วนมากเกิดบริเวณหัวไหล่ และนิ้วมือ ส่วนอื่นที่มักเกิดข้อเคลื่อน เช่น ข้อศอก หัวเข่า สะโพก ส่วนใหญ่แล้ว หากข้อบริเวณใดเคยเกิดภาวะข้อเคลื่อนแล้ว ก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ในอนาคต

ข้อเคลื่อน พบได้บ่อยแค่ไหน

ภาวะข้อเคลื่อนหรือข้อหลุดสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะ

  • ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะ ผู้ที่ง่ายต่อการหกล้ม และขาดการเคลื่อนไหว
  • เด็กเล็ก หากผู้ปกครองไม่เฝ้าระวังให้ดี เด็กอาจเกิดอันตรายจนข้อเคลื่อนได้
  • ผู้ที่ฝึกออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็มีความเสี่ยงสูงกว่าสำหรับอุบัติเหตุอย่างข้อเคลื่อนเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ภาวะนี้สามารถจัดการได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของข้อเคลื่อน

อาการทั่วไปของข้อเคลื่อน เช่น

  • เห็นชัดเจนว่าข้อกระดูกอยู่ผิดที่
  • ปูดบวม หรือเปลี่ยนสี
  • รู้สึกปวดเมื่อเคลื่อนไหว
  • อาการชา หรือรู้สึกเสียวแปลบรอบบริเวณที่ข้อเคลื่อน
  • สูญเสียการเคลื่อนไหว

สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น หากมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรพบคุณหมอเมื่อใด

หากคุณมีสัญญาณหรืออาการที่ระบุข้างต้น หรือมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้น้ำแข็งประคบข้อต่อที่เคลื่อน  และพยายามอย่าเคลื่อนไหวในขณะที่กำลังรอการรักษาทางการแพทย์

ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

ข้อเคลื่อนหรือข้อหลุดสามารถเกิดขึ้นได้จากอุบัติเหตุการเล่นกีฬา การออกกำลังกาย หรือโดนทำร้ายร่างกาย จนทำให้บริเวณข้อเคลื่อนออกจากกัน

ตัวอย่างสาเหตุของข้อเคลื่อน เช่น

  • การล้ม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้มือหัก หรือข้อมือหัก
  • ได้รับบาดเจ็บในระหว่างการเล่นกีฬา
  • ได้รับอุบัติเหตุทางรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือจักรยาน

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของข้อเคลื่อน

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะข้อเคลื่อน หรือข้อหลุดนั้นมีอยู่หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณเป็นนักกีฬาประเภทที่ต้องมีการกระแทกหรือปะทะกันในการแข่งขัน เช่น บาสเก็ตบอล ฟุตบอล สกี ขี่ม้า ขับรถแข่ง

นอกจากนั้น ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ก็ทำให้คุณเสี่ยงข้อเคลื่อนได้ เช่น

  • บาดเจ็บจากการหกล้ม คุณอาจใช้แขน สะโพก หรือไหล่ลงพื้นเมื่อหกล้ม ซึ่งเป็นสาเหตุของข้อเคลื่อน
  • พันธุกรรม บางคนเกิดมาพร้อมกับเอ็นที่หย่อนยาน และมีแนวโน้มที่จะเป็นข้อเคลื่อนหลังจากเกิดอุบัติเหตุ
  • บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล ยิมนาสติก ฯลฯ
  • อุบัติเหตุทางรถยนต์

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยข้อเคลื่อน

การวินิจฉัยขึ้นอยู่กับจุดที่ข้อเคลื่อน แพทย์อาจต้องใช้การทดสอบอื่นๆ ดังต่อไป เพื่อช่วยในการวินิจฉัยอาการของคุณ เช่น

  • เอกซ์เรย์ ตรวจเช็คจุดที่ข้อเคลื่อน และการแตกหักอื่น หรือส่วนที่บาดเจ็บของข้อต่อ
  • MRI (การเอกซ์เรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) ช่วยให้เข้าถึงบริเวณเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บของข้อเคลื่อน

การรักษาข้อเคลื่อน

  • หลักการ RICE คือ พักผ่อน ประคบน้ำแข็ง พันกระชับส่วนที่มีอาการ และยกส่วนนั้นให้สูงกว่าระดับหัวใจ ซึ่งอาจช่วยให้ข้อต่อที่เคลื่อนกลับสู่ตำแหน่งที่ถูกต้องในบางกรณี
  • การตรึงกระดูก แพทย์อาจใช้เฝือก หรือเชือกสำหรับแขวน เพื่อไม่ให้ข้อต่อเคลื่อนไหวประมาณ 2-3 สัปดาห์
  • การผ่าตัด หากกระดูกเคลื่อน และไม่สามารถย้ายกลับเข้าสู่ตำแหน่งปกติได้ แพทย์อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
  • การฟื้นฟูสมรรถภาพ เมื่อนำเฝือก หรือเชือกสำหรับแขวนออก แพทย์อาจแนะนำให้คุณทำกายภาพบำบัด

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยจัดการกับภาวะข้อเคลื่อน

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยจัดการกับภาวะข้อเคลื่อนของคุณได้

  • ให้ข้อต่อที่เคลื่อนได้พักผ่อน อย่าทำกิจกรรมที่เป็นสาเหตุการบาดเจ็บซ้ำอีก และพยายามอย่าเคลื่อนไหวร่างกายใดๆ ที่ทำให้เจ็บปวด
  • ประคบร้อนหรือเย็นบริเวณข้อต่อที่เคลื่อน การประคบเย็นช่วยลดอาการแดงและอาการปวด ในช่วง 1-2 วันแรก คุณควรประคบด้วยเจลประคบเย็นประมาณ 15-20 นาที จากนั้นเปลี่ยนเป็นประคบร้อนประมาณ 20 นาทีเพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อ
  • ใช้ยาแก้ปวด เช่น ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) นาพรอกเซน (naproxen) แอคตามิโนเฟน (acetaminophen) ไทลินอล (Tylenol)
  • ออกกำลังกายเพื่อป้องกันข้อติด (Range-of-motion exercises) หลังจากภาวะข้อเคลื่อนดีขึ้นแล้ว เพื่อช่วยให้ข้อต่อของคุณทำงานได้เป็นปกติ

หากมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

กินแคลเซียมเสริมในผู้สูงอายุ จำเป็นจริงหรือเปล่า?

ผู้สูงอายุจำเป็นต้องดูแลตนเองเป็นพิเศษ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของการกินอาหารเสริมแคลเซียมเพื่อให้กระดูกแข็งแรง แต่ กินแคลเซียมเสริมในผู้สูงอายุ จะดีจริงหรือ?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai

หลังเกษียณ ใช้ชีวิตอย่างไร ให้ Happy

สุขภาพที่เริ่มโรยรานี้ อาจทำให้เราไม่สามารถใช้ชีวิตในวัยหลังเกษียณได้อย่างที่หวัง บทความนี้จะมาแนะนำ เทคนิคการใช้ชีวิต หลังเกษียณ ให้รู้สึกมีความสุข

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

7 ไลฟ์สไตล์ ดีๆ ที่จะช่วยให้เรา มีอายุยืน

การจะมีอายุยืนนั้น ไม่เพียงแค่อยู่นาน แต่จะต้องมีสุขภาพร่างกายที่ดีอีกด้วย วันนี้ เราจะมาแนะนำไลฟ์สไตล์ดีๆ ที่จะช่วยให้คุณ มีอายุยืน ขึ้นมากกว่าเดิม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

ข้อเท้าแพลง ข้อเท้าเคล็ด ทำยังไงให้หายเร็ว แล้วนานแค่ไหนจะออกกำลังกายได้

ข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง หรือข้อเท้าเคล็ด เป็นอาการบาดเจ็บที่พบได้บ่อย ไปดูกันสิว่าอาการนี้ต้องดูแลรักษายังไง เมื่อไหร่ถึงจะกลับมาออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง

บทความแนะนำ

วิธีเลือก-ไม้เท้า-สำหรับผู้สูงอายุ

ไม้เท้า สำหรับผู้สูงอายุ และ วิธีเลือกซื้อ ที่คนในครอบครัวควรรู้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 2, 2020
ปัญหาสุขภาพเท้า-อายุมาก-สูงวัย

ปัญหาสุขภาพเท้า ที่มาพร้อมอายุที่มากขึ้น และคุณไม่ควรละเลย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 28, 2020
อาการของผู้สูงอายุที่ติดเชื้อโควิด-19-แตกต่าง

แพทย์เตือน ผู้สูงอายุที่ติดเชื้อโควิด-19 อาจจะมีอาการที่แตกต่างออกไป

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 7, 2020
ความเสี่ยงของศัลยกรรม-เสริมความงาม

ความเสี่ยงของศัลยกรรม ที่คุณควรรู้ก่อนเสริมความสวย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ เมษายน 9, 2020