ตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

ตับอ่อนอักเสบ เป็นการบวมและอักเสบทางพยาธิวิทยาของตับอ่อน ที่ทำหน้าที่ปลดปล่อยเอนไซม์ที่ช่วยย่อยอาหาร ไปยังลำไส้เล็ก ปล่อยฮอร์โมนอินซูลิน และกลูคากอนเพื่อควบคุมการย่อยน้ำตาล (กลูโคส)

คำจำกัดความ

ตับอ่อนอักเสบ คืออะไร

ตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis) เป็นการบวมและอักเสบทางพยาธิวิทยาของตับอ่อน ตับอ่อนเป็นต่อมขนาดยาวและแบน ตั้งอยู่ด้านหลังกระเพาะอาหารในช่องท้องส่วนบน ตับอ่อนทำหน้าที่ปลดปล่อยเอนไซม์ ที่ช่วยย่อยอาหารไปยังลำไส้เล็ก และปล่อยฮอร์โมนอินซูลิน และกลูคากอนเพื่อควบคุมการย่อยน้ำตาล (กลูโคส) ตับอ่อนอักเสบมีสองรูปแบบ คือ เฉียบพลันและเรื้อรัง

  • ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน (Acute pancreatitis) เป็นการอักเสบกะทันหันที่เกิดขึ้นเป็นเวลาสั้น อาจเริ่มด้วยจากอาการปวดเล็กน้อยไปจนถึงอาการรุนแรง และเป็นอันตรายต่อชีวิต คนส่วนใหญ่ที่เป็นตับอ่อนเฉียบพลันหายขาด หลังจากได้รับการรักษาที่เหมาะสม ส่วนในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง ตับอ่อนเฉียบพลันทำให้เกิดเลือดออกในตับอ่อน เนื้อเยื่อเสียหายรุนแรง การติดเชื้อ และเกิดถุงน้ำ นอกจากนี้ ตับอ่อนอักเสบรุนแรง ยังอาจทำลายอวัยวะสำคัญอื่นๆ เช่น หัวใจ ปอด และไต
  • ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง (Chronic pancreatitis) เป็นการอักเสบของตับอ่อนที่เกิดขึ้นเป็นเวลานาน มักเกิดขึ้นหลังจากตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน โดยมีสาเหตุจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ทำให้ตับอ่อนเสียหาย อาจไม่ปรากฏอาการเป็นเวลาหลายปี แต่อาจเกิดอาการตับอ่อนอักเสบรุนแรงอย่างกะทันหันในเวลาต่อมา

ตับอ่อนอักเสบพบได้บ่อยเพียงใด

ตับอ่อนอักเสบส่งผลต่อผู้ป่วยได้ในทุกวัย โรคนี้สามารถจัดการได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของตับอ่อนอักเสบ

อาการตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน ได้แก่

  • อาการปวดบริเวณช่องท้องส่วนบนที่ลุกลามไปยังหลัง และมีอาการแย่ลง หลังจากการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันสูง
  • ท้องบวมและกดเจ็บ
  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • มีไข้
  • หัวใจเต้นเร็วขึ้น

อาการของตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง ได้แก่

อาการตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง คล้ายคลึงกับอาการตับอ่อนเฉียบพลัน นอกจากนี้ ยังอาจมีอาการอื่นๆ คือ น้ำหนักลดลง ซึ่งเกิดจากการดูดซึมอาหารได้น้อย ซึ่งเกิดจากตับอ่อนปลดปล่อยเอนไซม์เพื่อย่อยอาหารไม่เพียงพอ นอกจากนี้ หากเซลล์ที่สังเคราะห์อินซูลินของตับอ่อนได้รับความเสียหาย ก็ทำให้เกิดโรคเบาหวานได้

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการบางประการที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

ควรไปปรึกษาแพทย์หากมีอาการปวดท้องเรื้อรัง หรือหากมีอาการปวดท้องรุนแรงมาก จนถึงขั้นไม่สามารถนั่งนิ่ง หรือไม่ว่าอยู่ในอิริยาบถใด

สาเหตุของ ตับอ่อนอักเสบ

  • โรคพิษสุราเรื้อรัง
  • นิ่วในถุงน้ำดี
  • การผ่าตัดบางประเภท
  • การใช้ยาบางชนิด
  • การสูบบุหรี่
  • โรคซิสติกไฟโบรซิส (Cystic fibrosis)
  • การส่องกล้องตรวจรักษาท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน ที่ใช้รักษานิ่วในถุงน้ำดี
  • ประวัติครอบครัวเคยเป็นตับอ่อนอักเสบ
  • ระดับแคลเซียมในเลือดสูง ซึ่งอาจเกิดจากภาวะต่อมพาราไทรอยด์ทำงานมากเกิน
  • ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง
  • การติดเชื้อ
  • การบาดเจ็บในช่องท้อง
  • โรคมะเร็งตับอ่อน

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของตับอ่อนอักเสบ

ปัจจัยเสี่ยงสำหรับตับอ่อนอักเสบมีหลายประการ เช่น

  • การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเป็นเวลานาน
  • โรคทางพันธุกรรมบางอย่าง เช่น โรคซิสติกไฟโบรซิส
  • นิ่วในถุงน้ำดี
  • ภาวะต่างๆ เช่น ไตรกลีเซอไรด์สูง และโรคลูปัส (lupus)

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยตับอ่อนอักเสบ

นอกจากการซักประวัติและการตรวจร่างกายโดยละเอียดแล้ว แพทย์จะให้ทำการตรวจเลือดเพื่อช่วยในการวินิจฉัย ในระหว่างที่เป็นตับอ่อนเฉียบพลัน เลือดจะมีส่วนประกอบของเอนไซม์อะไมเลส และเอนไซม์ไลเปส (ซึ่งเป็นเอนไซม์ช่วยย่อยอาหารที่สร้างขึ้นในตับอ่อน) เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าของปริมาณปกติ ความเปลี่ยนแปลงยังอาจเกิดขึ้นกับสารเคมีในร่างกายชนิดอื่นๆ เช่น กลูโคส แคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม โพแทสเซียม และไบคาร์บอเนต เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว ระดับเอนไซม์ดังกล่าวมักกลับคืนสู่ระดับปกติ

การวินิจฉัยตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันมักเป็นเรื่องยากเนื่องจากตับอ่อนอยู่ในบริเวณที่ลึกลงไป แพทย์จะทำการทดสอบต่อไปนี้อย่างน้อย 1 ขั้นตอนหรือมากกว่า

  • อัลตราซาวด์ช่องท้อง
  • การตรวจซีทีสแกน
  • การส่องกล้องและอัลตราซาวด์ตรวจทางเดินอาหาร
  • การตรวจระบบทางเดินน้ำดีด้วยเอ็มอาร์ไอ

การรักษาตับอ่อนอักเสบ

การรักษาตับอ่อนอักเสบมักจำเป็นต้องทำในโรงพยาบาล เมื่ออาการของผู้ป่วยเริ่มคงที่และการอักเสบในตับอ่อนถูกควบคุมได้แล้ว แพทย์จึงจะสามารถรักษาสาเหตุตับอ่อนอักเสบที่เป็นอยู่ได้

การรักษาเบื้องต้นเพื่อช่วยควบคุมตับอ่อนอักเสบและทำให้มีอาการดีขึ้นได้แก่

  • แพทย์จะให้ผู้ป่วยหยุดรับประทานอาหารเป็นเวลา 2 วัน เพื่อให้ตับอ่อนฟื้นตัว เมื่อตับอ่อนอักเสบถูกควบคุมแล้ว อาจเริ่มดื่มน้ำและรับประทานอาหารรสจืด เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ป่วยสามารถกลับไปรับประทานอาหารได้ตามปกติ หากตับอักเสบมีอาการเรื้อรังและผู้ป่วยยังคงมีอาการปวดเมื่อรับประทานอาหาร แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ท่อให้อาหารเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหาร
  • ยาแก้ปวด ตับอ่อนอักเสบสามารถทำให้เกิดอาการปวดที่รุนแรงได้ การให้ยาแก้ปวดจะช่วยควบคุมอาการปวดที่เกิดขึ้น
  • การให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด ในขณะที่ร่างกายใช้พลังงานและของเหลว สำหรับฟื้นฟูตับอ่อน อาจมีภาวะขาดน้ำได้ ดังนั้นผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการให้น้ำเกลือเพิ่มเติม ทางหลอดเลือดในระหว่างการพักในโรงพยาบาล

เมื่ออาการของตับอ่อนอักเสบอยู่ภายใต้การควบคุม ทีมแพทย์จึงจะสามารถรักษาสาเหตุของตับอ่อนอักเสบได้ โดยการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของการเกิดตับอ่อนอักเสบ ได้แก่

  • การผ่าตัดนำสิ่งอุดกั้นท่อน้ำดีออกไป
  • การผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี
  • การผ่าตัดตับอ่อน
  • การบำบัดอาการติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ตับอ่อนอักเสบเรื้อรังอาจต้องการการรักษาเพิ่มเติม โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของผู้ป่วยแต่ละราย การรักษาอื่นๆ สำหรับตับอ่อนอักเสบเรื้อรังอาจได้แก่

  • การจัดการอาการปวด
  • การผ่าตัด
  • การเสริมเอนไซม์ต่างๆ ที่ช่วยในการย่อยอาหาร
  • การเปลี่ยนแปลงอาหาร

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง ที่ช่วยจัดการตับอ่อนอักเสบ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้จัดการตับอ่อนอักเสบได้

  • เลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากไม่สามารถเลิกดื่มได้ด้วยตัวเอง ควรขอความช่วยเหลือจากแพทย์ โดยแพทย์สามารถแนะนำโปรแกรมเฉพาะเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเลิกดิ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้
  • เลิกสูบบุหรี่ หากไม่ได้สูบบุหรี่ก็ไม่ควรเริ่ม หากไม่สามารถเลิกได้ด้วยตัวเอง ควรขอความช่วยเหลือจากแพทย์ การใช้ยาและคำปรึกษาต่างๆ สามารถช่วยให้ผู้ป่วยเลิกสูบบุหรี่ได้
  • เลือกอาหารไขมันต่ำ ให้เลือกรับประทานอาหารที่จำกัดไขมัน และเน้นผลไม้และผักสด ธัญพืชเต็มเมล็ด และโปรตีนปราศจากไขมัน
  • ดื่มน้ำให้มากขึ้น เนื่องจากตับอ่อนอักเสบสามารถทำให้เกิดภาวะขาดน้ำได้ ควรดื่มน้ำให้มากขึ้นตลอดทั้งวัน โดยอาจพกขวดน้ำหรือแก้วน้ำติดตัวไว้

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความแนะนำ

ยาเบาหวาน ทำให้เกิด โรคมะเร็งตับอ่อน ได้หรือเปล่า

ยาเบาหวาน ทำให้เกิด โรคมะเร็งตับอ่อน ได้หรือเปล่า

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ปราโมทย์ วงศ์คำ
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 8, 2018