ภาวะหายใจล้มเหลวเรื้อรัง (Chronic Respiratory Distress)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date สิงหาคม 6, 2019
Share now

ภาวะหายใจล้มเหลวเรื้อรังคืออะไร

ภาวะหายใจล้มเหลว สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อระบบทางเดินหายใจของคุณนั้นไม่สามารถขจัดคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากเลือดได้ ทำให้เกิดการสะสมในร่างกาย ซึ่งอาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน เมื่อระบบทางเดินหายใจของคุณรับออกซิเจนเข้าไม่เพียงพอ ทำให้ระดับของออกซิเจนในเลือดน้อยจนเป็นอันตราย

ระบบทางเดินหายใจเป็นกลุ่มอวัยวะที่ทำหน้าที่ในการรับออกซิเจนและกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ เวลาที่คุณหายใจเข้า ลมหายใจของคุณนั้นเต็มไปด้วยออกซิเจน และออกซิเจนจะเคลื่อนย้ายเข้าไปในกระแสเลือด ไปยังอวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆในร่างกาย ออกซิเจนมีความสำคัญในการคงไว้ซึ่งการทำงานของร่างกายที่สำคัญ

เวลาที่คุณหายใจออก คุณจะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย ซึ่งคาร์บอนไดออกไซด์เป็นของเหลือ ที่เกิดจากเมื่อเซลล์ในร่างกายย่อยสลายน้ำตาลจากอาหารที่คุณรับประทาน จึงสำคัญมากที่คาร์บอนไดออกไซด์จะถูกกำจัดจากเลือดของคุณ เพราะการมีระดับแก๊สนี้มากสามารถทำให้อวัยวะเกิดความเสียหายได้

ภาวะหายใจล้มเหลวมี 2 แบบ ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันเป็นภาวะหายใจล้มเหลวที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันทันได้ โดยทั่วไปจะเป็นอาการที่ต้องช่วยเหลือฉุกเฉิน ส่วน ภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง เป็นภาวะที่จะค่อยๆ พัฒนาตัวขึ้นตามกาลเวลาและต้องทำการรักษายาวนาน

ภาวะหายใจล้มเหลวเรื้อรัง นั้นพบได้บ่อยแค่ไหน

ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับๆ ทุกวัย แต่ส่วนใหญ่แล้วจัดว่าเป็นมากในผู้ชาย อย่างไรก็ตาม ภาวะนี้สามารถจัดการได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

อาการของ ภาวะหายใจล้มเหลวเรื้อรัง

อาการและสัญญาณของ ภาวะหายใจล้มเหลวเรื้อรัง อาจมีอาการไม่ชัดเจนตั้งแต่เริ่ม เพราะอาการจะเกิดขึ้นบ่อยๆ อย่างช้าๆ ในระยะเวลาที่ยาวนาน ส่วนใหญ่แล้วมักจะพบอาการ ดังนี้

  • หายใจลำบาก หรือหายใจไม่ทัน โดยเฉพาะเมื่อทำกิจกรรม
  • ไอแบบมีเสมหะ
  • หายใจฮืดฮาด
  • ผิวหนัง ริมฝีปาก หรือเล็บมือออกสีน้ำเงิน
  • หายใจเร็ว
  • อ่อนล้า
  • วิตกกังวล
  • สับสน

ภาวะหายใจล้มเหลวเรื้อรัง เป็นอาการป่วยร้ายแรง ที่จะอาการแย่ลงตามเวลา เมื่ออาการเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น เราอาจมีจังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ หรือป่วยจนโคม่าได้

เมื่อไรควรไปพบหมอ

การได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถหยุดภาวะนี้ไม่ให้แย่ลง และป้องกันอาการป่วยฉุกเฉินอื่นๆได้ ดังนั้นเมื่อมีอาการ สัญญาณใดๆ ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ควรไปปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันโรคที่ร้ายแรง เพื่อไม่ให้อาการที่เป็นอยู่แย่ลง ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด ร่างกายของแต่ละคนอาจจะแสดงอาการของโรคออกมาไม่เหมือนกัน ทางที่ดีที่สุดนั้นคือการปรึกษากับแพทย์เพื่อหาหนทางที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ที่คุณกำลังเจออยู่

สาเหตุของภาวะหายใจล้มเหลวเรื้อรัง

โรคปอดบางประชนิดสามารถทำให้เกิด ภาวะหายใจล้มเหลวเรื้อรัง โรคที่มีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ กระดูก หรือเนื้อเยื่อที่ช่วยในการหายใจสามารถทำให้เกิดภาวะหายใจล้มเหลวเรื้อรังได้ทั้งสิ้น

ภาวะหายใจล้มเหลวเรื้อรังโดยมากเกิดขึ้นเมื่อหลอดที่ขนส่งอากาศไปสู่ปอดเกิดการตีบลงและเสียหาย ซึ่งส่งผลให้การเคลื่อนไหวของอากาศที่ต้องส่งไปทั่วทั้งร่างกายนั้นติดคัด ส่งไปอย่างลำบาก หรืส่งไปได้น้อย ทำให้ออกซิเจนที่จะเข้าสู่ร่างกายได้น้อยลงและคาร์บอนไดออกไซด์จะออกจากร่างกายได้น้อยลงเช่นกัน

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิด ภาวะหายใจล้มเหลว

คุณอาจมีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะหายใจล้อมเหลวเรื้อรังนี้สูง หากคุณมีอาการเหล่านี้

การวินิจฉัยและการรักษาภาวะหายใจล้มเหลวเรื้อรัง

ข้อมูลที่นำเสนอนั้นไม่สามารถทดแทนข้อแนะนำการรักษาใดๆได้ โปรดปรึกษาแพทย์ของคุณเพื่อรับข้อมูลอยู่เสมอ

ภาวะหายใจล้มเหลวเรื้อรังนั้นวินิจฉัยอย่างไร

หากแพทย์สงสัยว่าคุณอาจมีภาวะนี้ แพทย์จะแนะนำให้มีการตรวจร่างกายและการตรวจสอบบางอย่างเพิ่มเติม โดยจะมีการตรวจดังนี้

  • การตรวจวัดออกซิเจนในเลือด การตรวจวัดออกซิเจนในเลือดเป็นการตรวจแบบง่ายๆ และไม่ทำให้เจ็บ ตรวจเพื่อที่จะวัดว่าออกซิเจนนั้นถูกส่งไปยังส่วนต่างๆของร่างกายได้ดีแค่ไหน
  • การตรวจวิเคราะห์ก๊าซในหลอดเลือดแดง การตรวจวิเคราะห์ก๊าซในหลอดเลือดแดงนั้นเป็นการตรวจที่ง่ายและปลอดภัย เพื่อวัดปริมาณออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือด
  • การตรวจฉายภาพ แพทย์สามารถใช้การเอกซเรย์หน้าอกหรือการแสกนคอมพิวเตอร์เพื่อให้สามารถส่องดูปอดของคุณได้ดี การตรวจนี้อาจทำให้พบสาเหตุที่เป็นไปได้ของภาวะหายใจล้มเหลวเรื้อรัง

ภาวะหายใจล้มเหลวเรื้อรังนั้นรักษาได้อย่างไร

การรักษาภาวะหายใจล้อเหลวเรื้อรัง ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของโรค ปกติแล้วแพทย์จะแนะนำให้ใช้ทางเลือกในการรักษาบางประการ ซึ่งทางเลือกในการรักษาได้แก่

  • การบำบัดด้วยออกซิเจน การบำบัดด้วยออกซิเจน จะเพิ่มระดับออกซิเจนโดนยการเพิ่มปริมาณออกซิเจนที่คุณหายใจเข้าไป โดยออกซิเจนจะถูกลำเลียงจากถังออกซิเจนผ่านทางท่อ เข้าสู่ปอดผ่านหน้ากาก ท่อจมูก หรือท่อที่ใช้สอดเข้าหลอดลมโดยตรง
  • การเจาะคอ ระหว่างกระบวนการนี้ แพทย์จะสอดท่อเข้าไปในหลอดลมของคุณเพื่อให้คุณหายใจได้สะดวกขึ้น ซึ่งท่อจะถูกสอดผ่านรอยผ่าตรงหน้าคอที่หลอดลมของคุณ ท่อนี้เป็นท่อชั่วคราวหรือถาวรก็ได้
  • เครื่องช่วยหายใจ หากอาการของภาวะหายใจล้มเหลวเรื้อรังไม่ดีขึ้นด้วยวิธีการรักษาอื่นๆ แพทย์อาจให้คุณใช้เครื่องช่วยหายใจ เครื่องนี้จะสูบออกซิเจนผ่านท่อที่สอดไว้ที่ปากหรือจมูกลงไปยังหลอดลม

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการรักษาที่บ้าน

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการรักษาแบบพื้นบ้านในการจัดการกับภาวะหายใจล้มเหลวเรื้อรัง

คุณสามารถลดความเสี่ยงได้โดยวิธีดังนี้

  • เลิกสูบบุหรี่
  • หลีกเลี่ยงการรับควันมือสอง
  • ทานอาหารที่อุดมด้วยผักและผลไม้
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ

หากคุณมีคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

น้ำแข็งแห้ง อันตรายใกล้ตัว ที่เราอาจจะคาดไม่ถึง

น้ำแข็งแห้งนั้นเป็นอันตราย แต่เข้าถึงง่าย บทความนี้จะมาให้ความรู้เรื่องกับ อันตรายของ น้ำแข็งแห้ง และวิธีการจัดการและเก็บรักษาน้ำแข็งแห้งอย่างปลอดภัย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

รู้หรือไม่! น้ำท่วมปอด ไม่ได้มีสาเหตุมาจาก การจมน้ำ อย่างเดียวนะ

รู้หรือไม่คะว่า น้ำท่วมปอด ไม่ได้มีสาเหตุมาจาก การจมน้ำอย่างเดียวนะ  ยังเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน วันนี้ Hello คุณหมอ พามาทำความรู้จักโรคนี้ให้มากขึ้นกันค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

โรคครูป โรคอันตรายที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจลูกอย่างใกล้ชิด

ถ้าวันหนึ่งที่ลูกมีอาการไอแปลก ๆ แบบเสียงก้อง ๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของ โรคครูป  วันนี้ Hello คุณหมอ พามาทำความรู้จักกับโรคนี้ให้มากขึ้นกันค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

ดูแลตัวเองเมื่อเกิด ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ต้องทำอย่างไรบ้าง

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ถือเป็นโรคนอนไม่หลับที่มีอันตรายร้ายแรง อาการส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจากการกรนเสียงดัง และรู้สึกเหนื่อย แม้จะนอนหลับเต็มที่แล้วก็ตาม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย