ลมชัก (Epilepsy)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date ธันวาคม 17, 2019
Share now

ลมชัก เป็นความผิดปกติเรื้อรังประเภทหนึ่ง โดยมีอาการชักเกิดขึ้นเองและเกิดขึ้นซ้ำเป็นประจำ กลุ่มอาการชักมีหลายประเภท และผู้ป่วยจำนวนมากมีอาการชักมากกว่าหนึ่งประเภท

คำจำกัดความ

ลมชัก คืออะไร

ลมชัก (Epilepsy) หรือโรคลมบ้าหมู เป็นโรคเรื้อรังประเภทหนึ่ง มีอาการคือจะเกิดอาการชักขึ้นเอง และมักจะเกิดซ้ำๆ เป็นประจำ กลุ่มอาการชักนั้นมีอยู่หลายประเภท แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมีอาการชักมากกว่าหนึ่งประเภท และอาจมีอาการอื่นๆ เกี่ยวกับระบบประสาทร่วมด้วยเช่นกัน

โรคลมชักสามารถรับมือได้โดยลดปัจจัยความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ลมชัก พบได้บ่อยแค่ไหน

ลมชักนั้นเป็นโรคที่พบได้ค่อนข้างบ่อย ประมาณ 0.5% ถึง 1% ของประชากรทั้งหมด ลมชักนั้นจะพบได้มากในเด็ก โดยเฉพาะในช่วงขวบปีแรก อัตราการเกิดลมชักนั้นจะค่อยๆ ลดลงตามอายุ และจะคงตัวเมื่ออายุประมาณ 10 ปี หลังจากอายุ 55 ปีขึ้นไป อัตราในการเกิดลมชักอาจจะเริ่มเพิ่มขึ้น ในกลุ่มคนที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง เนื้องอกในสมอง หรือโรคอัลไซเมอร์

อาการ

อาการของลมชัก

สิ่งบ่งชี้และอาการของลมชัก ได้แก่

  • มึนงงชั่วคราว
  • ตาค้าง
  • มีอาการกระตุกที่ควบคุมไม่ได้บริเวณแขนขา
  • หมดสติ
  • มีอาการทางจิต

อาจมีอาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่างๆ โปรดปรึกษาแพทย์

การมีอาการชักในช่วงเวลาหนึ่งสามารถทำให้เกิดภาวะที่เป็นอันตรายต่อตัวคุณเองหรือผู้อื่นได้ เช่น

ควรไปพบหมอเมื่อใด

คุณควรไปพบหมอทันทีหากมีอาการดังต่อไปนี้เกิดขึ้น

  • มีอาการชักมากกว่าห้านาที
  • ไม่กลับมาหายใจ หรือไม่ยอมฟื้น หลังจากอาการชักหายไป
  • มีอาการชักเกิดขึ้นตามมาอีกทันที
  • มีไข้สูง
  • มีอาการเพลียแดด
  • ตั้งครรภ์
  • เป็นเบาหวาน
  • ทำร้ายตัวเองในระหว่างที่มีอาการชัก

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของโรคลมชัก

จากสถิติแล้ว ผู้ป่วยโรคลมชักมากกว่าครึ่งนั้น ไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรค ส่วนในกรณีที่ทราบสาเหตุของการเกิดโรค มักจะเกี่ยวข้องกับการที่สมองได้รับผลกระทบกับปัจจัยต่างๆ ดังนี้

  • อิทธิพลทางพันธุกรรม
  • อุบัติเหตุที่ศีรษะ
  • อาการทางสมอง
  • โรคที่เกิดจากติดเชื้อ
  • อาการบาดเจ็บก่อนคลอด
  • อาการผิดปกติเกี่ยวกับการเจริญเติบโต

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคลมชัก

ปัจจัยบางประการอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคลมชัก ได้แก่

  • อายุ
  • ประวัติครอบครัว
  • อาการบาดเจ็บที่ศีรษะ
  • โรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดอื่น ๆ
  • ภาวะสมองเสื่อม
  • การติดเชื้อที่สมอง
  • อาการชักในวัยเด็ก

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคลมชัก

หลังการตรวจสอบอาการและประวัติสุขภาพ แพทย์อาจทำการทดสอบหลายประการ เช่น

  • การตรวจทางประสาท
  • การตรวจเลือด
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง
  • การตรวจซีทีสแกน
  • การตรวจเอ็มอาร์ไอ
  • การตรวจเอ็มอาร์ไอแบบ Functional MRI (fMRI)
  • การตรวจแบบ Positron Emission Tomography (PET)
  • การตรวจแบบ Single-photon emission computerized tomography (SPECT)

การรักษาโรคลมชัก

ผู้ป่วยโรคลมชักนั้นไม่จำเป็นต้องรับการรักษาทุกราย เนื่องจากวิธีการรักษาโรคลมชักคือการควบคุมอาการของโรค โดยใช้ยาหรือการผ่าตัด

การใช้ยา

มียาหลายชนิดที่ใช้รักษาโรคลมชัก ตัวเลือกการใช้ยามักยึดตามปัจจัยต่างๆ เช่น ความทนทานต่ออาการข้างเคียงของผู้ป่วย อาการป่วยอื่นๆ ที่ผู้ป่วยอาจมี และการออกฤทธิ์ของยา ถึงแม้ว่าประเภทของโรคลมชักมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก แต่โดยทั่วไปแล้วการใช้ยาสามารถควบคุมอาการชักได้ในผู้ป่วยประมาณร้อยละ 70 อย่างไรก็ดี ผลข้างเคียงบางประการของยารักษาโรคลมชัก ได้แก่

  • ง่วงซึม
  • อ่อนเพลีย
  • กระสับกระส่าย
  • ปวดศีรษะ
  • มีอาการสั่นที่ควบคุมไม่ได้
  • ผมร่วงหรือมีขนขึ้นที่ไม่ต้องการ
  • เหงือกบวม
  • มีผื่น

การผ่าตัด

การผ่าตัดเป็นวิธีรักษาเมื่อพบว่าอาการชักเกิดขึ้นในสมองเป็นบริเวณเล็กและระบุได้ ซึ่งไม่ส่งผลต่อการทำหน้าที่ตามปกติ เช่น การพูด การใช้ภาษา การเคลื่อนไหว การมองเห็น หรือการได้ยิน ในการผ่าตัดนั้น แพทย์จะผ่าตัดนำชิ้นส่วนสมองที่ทำให้เกิดอาการชักออกไป  แต่หากอาการชักเกิดขึ้นในส่วนของสมองที่ไม่สามารถผ่าตัดออกได้  แพทย์อาจแนะนำการผ่าตัดแบบอื่น โดยใช้การผ่าหลายๆ รอยในสมอง ซึ่งรอยผ่านี้มีไว้ป้องกันการชักไม่ให้แพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของสมอง

ถึงแม้ว่าผู้ป่วยจำนวนมากยังจำเป็นต้องได้รับยาเพื่อป้องกันอาการชักไม่ให้เกิดขึ้นหลังจากการผ่าตัด คุณอาจสามารถใช้ยาได้น้อยลงและลดขนาดยาลง

ในผู้ป่วยบางกลุ่มซึ่งเป็นจำนวนน้อย การผ่าตัดรักษาโรคลมชักอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น ความสามารถในการคิดและการรับรู้ จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อจัดการกับโรคลมชัก

ถึงแม้ว่าโรคลมชักสามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตของผู้ป่วยได้ในหลายด้าน แต่มีแนวปฏิบัติหลักบางประการที่สามารถช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตอย่างไม่ลำบากมากนัก

  • เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งกระตุ้นอาการชัก ยิ่งคุณรู้เกี่ยวกับสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอาการชักและวิธีหลีกเลี่ยงได้มากเท่าไร คุณจะสามารถจัดการอาการของคุณได้มากขึ้นเท่านั้น
  • ใช้ยา ยารักษาโรคลมชักควบคุมอาการชักได้ในผู้ป่วยประมาณร้อยละ 70 แนะนำให้คุณปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัดเนื่องจากอาจเป็นวิธีการที่ได้ผลที่สุดเพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้ดีกับโรคลมชัก
  • ติดตามผลการรักษาอย่างสม่ำเสมอ ควรเข้ารับการตรวจติดตามอาการโรคลมชักและการรักษาอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้ง ถึงแม้ว่าคุณอาจจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจอาการบ่อยกว่านี้หากอาการไม่ดีขึ้น
  • ดูแลตัวเอง คุณควรหาวิธีดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงและรักษาสุขภาวะด้านจิตใจ เพื่อป้องกันอาการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ รวมทั้งระมัดระวังอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ และอาการในระยะยาวให้มากขึ้น

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ทรี ออฟ เฮเวน (Tree of Heaven)

"ทรี ออฟ เฮเวน" เป็นพืชชนิดหนึ่งซึ่งเราสามารถนำเนื้อไม้แห้งจากลำต้นและรากของมันมาใช้เป็นยาได้ ทรี ออฟ เฮเวนใช้สำหรับอาการท้องเสีย โรคหืดหอบ ตะคริว โรคลมชัก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Ploylada Prommate
สมุนไพร ก-ฮ ธันวาคม 4, 2017

ไบคาล สเกาท์แคป (Baikal Skullcap)

สรรพคุณของไบคาล สเกาท์แคป :ไบคาล สเกาท์แคป คือพืชชนิดหนึ่ง รากสามารถนำมาใช้ในการผลิตยาได้ ...

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Ploylada Prommate

Recommended for you

แซมอี (SAM-e)

แซมอี (SAM-e)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Ploylada Prommate
Published on ธันวาคม 4, 2017
รากวาเลเรียน (Valerian Root)

รากวาเลเรียน (Valerian Root)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Ploylada Prommate
Published on ธันวาคม 4, 2017
คาวา (Kava)

คาวา (Kava)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Ploylada Prommate
Published on ธันวาคม 4, 2017
ลีแวนท์ เบอร์รี่ (Levant Berry)

ลีแวนท์ เบอร์รี่ (Levant Berry)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Ploylada Prommate
Published on ธันวาคม 4, 2017