เลือดคั่งในสมอง (Intracerebral hemorrhage: ICH)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

เลือดคั่งในสมอง (Intracerebral hemorrhage: ICH) คือ โรคหลอดเลือดสมองชนิดหนึ่ง เป็นภาวะที่มีเลือดออกอย่างกะทันหันในเนื้อสมอง ทำให้มีเลือดคั่งอยู่ภายในสมอง และสร้างความเสียหายให้แก่สมองโดยรวม

คำจำกัดความ

เลือดคั่งในสมอง คืออะไร

เลือดคั่งในสมอง (Intracerebral Hemorrhage: ICH) คือ โรคหลอดเลือดสมองชนิดหนึ่ง เป็นภาวะที่มีเลือดออกอย่างกะทันหันในเนื้อสมอง ทำให้มีเลือดคั่งอยู่ภายในสมอง และสร้างความเสียหายให้แก่สมองโดยรวม เลือดที่ไหลออกมาจะสร้างความระคายเคืองต่อเนื้อสมอง ส่งผลให้เกิดการบวม ซึ่งเรียกว่าอาการว่าสมองบวม (cerebral edema) โดยเลือดที่ไหลออกมาจะรวมตัวจับเป็นก้อน สภาวะเหล่านี้จะเพิ่มแรงกดบนเนื้อเยื่อสมองโดยรอบ และฆ่าเซลล์สมองในที่สุด

การเกิดเลือดออกในสมองสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายบริเวณ เช่น เลือดออกระหว่างตัวเนื้อสมองกับเยื่อหุ้มสมอง ระหว่างชั้นของเยื่อหุ้มสมอง หรือระหว่างกะโหลกศีรษะกับเยื่อหุ้มสมอง

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

เลือดออกในสมองเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาทันที คนส่วนใหญ่ต้องพิการตลอดชีวิต เพราะรักษาไม่ทัน แต่คนไข้บางรายก็สามารถฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์ โรคแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้นได้ ประกอบไปด้วย โรคหลอดเลือดสมอง สมองทำงานบกพร่อง รวมถึงผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการรับยาหรือการรักษา ผู้มีอาการอาจถึงขั้นเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว แม้จะได้รับการรักษาทางการแพทย์แล้วก็ตาม

เส้นเลือดในสมองแตกพบได้บ่อยเพียงใด

เส้นเลือดในสมองแตกพบได้ทั่วไป เกิดขึ้นได้ในคนทุกวัย ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง สามารถจัดการได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของภาวะเลือดคั่งในสมอง

อาการโดยทั่วไปของการมีเลือดออกในสมอง ได้แก่

  • ปวดหัวหนักอย่างกะทันหัน
  • แขนขารู้สึกอ่อนแรง
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ความตื่นตัวลดน้อยลง
  • พูดลำบากหรือพูดเข้าใจยาก
  • มีปัญหาในการพูด
  • กลืนน้ำลายลําบาก
  • มีปัญหาการมองเห็นในดวงตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง
  • สูญเสียการทรงตัว การประสานงานของร่างกาย วิงเวียนศีรษะ
  • เหม่อลอย เซื่องซึม เฉื่อยชา
  • หมดสติ
  • สับสน มีอาการเพ้อ
  • การรับรู้รสชาติผิดปกติ

หลายอาการอาจไม่ได้รวมอยู่ในอาการข้างต้นเหล่านี้ หากคุณมีข้อกังวลเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของเส้นเลือดออกในสมองแตก

  • บาดเจ็บที่ศีรษะ การบาดเจ็บที่ศีรษะคือสาเหตุเลือดออกในสมองที่พบได้ทั่วไป สำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 50 ปี
  • ความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตสูงที่เกิดขึ้นเรื้อรังจะทำให้ผนังของหลอดเลือดอ่อนแอ หากไม่ได้รับการรักษา จะกลายเป็นสาเหตุใหญ่ของเลือดออกในสมอง แต่สามารถป้องกันได้
  • หลอดเลือดสมองโป่งพอง เกิดจากผนังหลอดเลือดอ่อนแอจนเกิดการบวมและแตกออก ทำให้เลือดออกในสมอง
  • ความผิดปกติของหลอดเลือด คือภาวะหลอดเลือดอ่อนแอ ภายในหรือบริเวณรอบสมอง อาจเป็นได้แต่กำเนิด และจะถูกตรวจพบก็ต่อเมื่อแสดงอาการแล้วเท่านั้น
  • เลือดออกในเนื้อสมองชนิด Amyloid Angiopathy คือความผิดปกติของผนังหลอดเลือด ซึ่งบางครั้งก็ขึ้นอยู่กับอายุ และ ภาวะความดันโลหิตสูง ส่งผลให้มีเลือดออกในสมองเล็กน้อยและไม่เป็นที่สังเกต ก่อนที่จะกลายเป็นก้อนเลือดขนาดใหญ่ในภายหลัง
  • ภาวะเลือดออกผิดปกติ ซึ่งประกอบด้วยโรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) และ โรคโลหิตจางเม็ดเลือดแดงรูปเคียว (Sickle Cell Anemia) ซึ่งสามารถทำให้เกล็ดเลือดลดจำนวนลงได้ทั้งคู่
  • โรคตับ เป็นโรคที่ส่งผลให้เลือดออกในสมองเพิ่มมากขึ้น
  • มะเร็งสมอง เป็นสาเหตุให้ความดันในกะโหลกศีรษะเพิ่มขึ้น

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของเลือดคั่งในสมอง

ปัจจัยเสี่ยงของเลือดคั่งในสมอง ได้แก่

  • ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ เช่น โรคความดันโลหิตสูง
  • เลือดคั่งในสมองเกิดขึ้นได้บ่อยในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
  • เลือดคั่งในสมองพบได้ทั่วไป ทั้งในวัยหนุ่มสาวและวัยกลางคน

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคเลือดคั่งในสมอง

คุณหมอจะวินิจฉัยว่าส่วนใดของสมองได้รับผลกระทบตามอาการที่มี ณ ขณะนั้น รวมทั้งยังต้องทำการตรวจหลายขั้นตอน เช่น การทำซีทีสแกน ซึ่งจะช่วยแสดงภาพการตกเลือดภายใน หรือจุดที่เลือดคั่ง รวมถึงการทำเอ็มอาร์ไอ

นอกจากนั้น ยังอาจต้องมีการตรวจระบบประสาทและตรวจดวงตา ซึ่งแสดงเห็นถึงเส้นประสาทตาที่บวมโต ปกติแล้ว จะไม่นิยมเจาะน้ำไขสันหลัง เนื่องจากเป็นขั้นตอนที่อันตรายและทำให้อาการเลวร้ายขึ้น

การรักษาโรคเลือดคั่งในสมอง

การรักษาโรคเลือดคั่งในสมอง ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง สาเหตุ และขอบเขตของเลือดที่ออก ในผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อลดการบวมและป้องกันเลือดออก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของก้อนเลือด ว่าจะเอื้อต่อการผ่าตัดแบบเปิดกะโหลกศีรษะ หรือ ต้องผ่าตัดด้วยระบบนำวิถี (Stereotactic Surgery)

การรักษาอาจรวมถึงการรับประทานยา ซึ่งมีทั้งยาแก้ปวด ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ หรือยาขับปัสสาวะ เพื่อลดการบวม และใช้ยาต้านชัก เพื่อควบคุมอาการชักของคนไข้

ส่วนการรักษาในระยะยาวนั้น จำเป็นต้องทำเพื่อเยียวยาความเสียหายของสมอง ซึ่งขึ้นอยู่กับอาการของคนไข้ การรักษานั้นมักจะประกอบไปด้วยกายภาพบำบัด การฝึกพูด และการทำกิจกรรมบำบัด

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรับมือกับเลือดคั่งในสมอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้คุณรับมือกับเลือดคั่งในสมองได้ดียิ่งขึ้น

  • รักษาภาวะความดันโลหิตสูง การวิจัยเปิดเผยว่าร้อยละ 80 ของเหตุเลือดคั่งในสมอง คือ ผู้ป่วยเคยมีประวัติความโลหิตสูง สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ผู้ป่วยควรควบคุมอาหาร การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการทานรับประทานยาตามแพทย์สั่ง
  • ไม่สูบบุหรี่
  • ระวังการรับสารอันตรายเข้าร่างกาย เช่น เฮโรอีน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดคั่งในสมอง
  • ขับรถอย่างระมัดระวัง คาดเข็มขัดนิรภัยอยู่เสมอ
  • ถ้าขี่มอเตอร์ไซค์ ก็ต้องไม่ลืมสวมหมวกกันน็อค
  • ระวังการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด วาร์ฟาริน (Warfarin) หรือที่รู้จักกันในชื่อทางการค้าว่า คูมาดิน (Coumadin) ซึ่งมีอีกชื่อว่า ถ้าผู้ป่วยรับยาชนิดนี้ โปรดปรึกษาแพทย์เป็นประจำเพื่อทำให้แน่ใจว่าเลือดอยู่ในระดับปกติที่ควรเป็น
  • รักษาโรคเบาหวานให้อยู่ในการควบคุม
  • มีวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ

หากมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณได้ดีขึ้น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

พินโดลอล (Pindolol)

ยา พินโดลอล (Pindolol) ใช้เป็นยาเดี่ยว หรือร่วมกับยาชนิดอื่น เพื่อรักษาความดันโลหิตสูง อยู่ในกลุ่มของยาที่เรียกว่า เบต้าบล็อกเกอร์ (beta-blocker)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
เขียนบทความโดย จิดาภา ติยะสิริทานนท์
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ กรกฎาคม 19, 2018 . เวลาในการอ่าน

การรับมือ ภาวะโพรงหลอดเลือดดำในสมองอุดตัน ในเด็กที่เป็นสโตรก

ภาวะโพรงหลอดเลือดดำในสมองอุดตัน (Cerebral venous sinus thrombosis หรือ CVST) เกิดจากการที่ลิ่มเลือดไปอุดตันภายในโพรงเลือดดำในสมอง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย วรภพ ไกยเดช
โรคหลอดเลือดสมอง, ศูนย์สุขภาพ ธันวาคม 28, 2017 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

โรคลมเข้าสมอง-สาเหตุ-เคสผู้ป่วย

แพทย์เผย! ปิดปาก-ปิดจมูก ขณะจาม อาจเสี่ยง โรคลมเข้าสมอง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 2, 2020 . เวลาในการอ่าน
โรคโมยาโมยา-เด็ก-อาการ-วิธีรักษา

โรคโมยาโมยา ในเด็ก ที่คุณพ่อคุณแม่ ไม่สามารถประมาทได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ มกราคม 15, 2020 . เวลาในการอ่าน
เลือดออกในสมอง

เลือดออกในสมอง (Brain Hemorrhage)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย pimruethai
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 26, 2019 . เวลาในการอ่าน
หลอดเลือดสมองแตก-hemorrhagic-stroke

หลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic Stroke)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 30, 2018 . เวลาในการอ่าน