โรคแอดดิสัน (Addison’s Disease)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 3 mins read
Share now

โรคแอดดิสัน(Addison’s disease) หรือเรียกอีกอย่างว่า ภาวะต่อมหมวกไตบกพร่อง เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนบางชนิดได้

คำจำกัดความ

โรคแอดดิสัน คืออะไร

โรคแอดดิสัน (Addison’s disease) หรือเรียกอีกอย่างว่า ภาวะต่อมหมวกไตบกพร่อง (adrenal insufficiency) เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนบางชนิดได้มากเพียงพอ ต่อมหมวกไตจะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล (cortisol) หรือฮอร์โมนแอลโดสเตอโรน (aldosterone) ออกมาน้อยจนเกินไป

โรคแอดดิสันพบบ่อยแค่ไหน

โรคแอดดิสันสามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย แต่จะพบได้มากที่สุดในช่วงอายุ 30 ถึง 50 ปี และพบได้มากกว่าในผู้หญิง โรคนี้เป็นสภาวะที่หายาก และมีโอกาสเกิดขึ้นเพียงแค่ 1 ใน 100,000 คนเท่านั้น

อาการ

อาการของโรคแอดดิสัน

อาการของโรคแอดดิสันนั้นจะค่อนข้างเกิดช้า โดยใช้เวลานานกว่าหลายเดือน หลายคนมักจะละเลยอาการของโรคแอดดิสันจนกระทั่งเกิดอาการป่วยหรืออาการบาดเจ็บ แล้วทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้น สัญญาณและอาการของโรคอาจมีดังนี้

สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น หากมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

คุณควรไปพบคุณหมอหากพบสัญญาณและอาการของโรคแอดดิสันดังต่อไปนี้

  • สีผิวคล้ำขึ้น
  • เหนื่อยล้าอย่างรุนแรง
  • น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
  • คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง
  • หน้ามืด วิงเวียน
  • อยากกินอาหารเค็มๆ
  • ปวดกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ

ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของโรคแอดดิสัน

โรคแอดดิสันเกิดจากการที่ต่อมหมวกไตเกิดความเสียหาย ทำให้ไม่สามารถผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนแอลโดสเตอโรน  ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยอาจมีสาเหตุดังต่อไปนี้

  • ปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน โรคแอดดิสันอาจจะเกิดขึ้นหากระบบภูมิคุ้มกันของคุณ โจมตีต่อมหมวกไต และทำให้ต่อมหมวกไตเสียหายอย่างรุนแรง
  • กรรมพันธุ์ บางคนอาจจะมียีนบางตัวที่ทำให้มีโอกาสเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันได้มากกว่าปกติ หากคนในครอบครัวของคุณมีผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน ก็อาจทำให้คุณมีโอกาสเกิดโรคแอดดิสันมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคแอดดิสัน

คุณอาจจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคแอดดิสันได้มากกว่าผู้ป่วยถ้าหาก

  • หากคุณเป็นโรคมะเร็ง
  • หากคุณใช้ยาเจือจางเลือด
  • หากคุณมีการติดเชื้อเรื้อรัง เช่น เป็นวัณโรค
  • หากคุณเคยรับการผ่าตัดส่วนใดส่วนหนึ่งของต่อมหมวกไต
  • หากคุณมีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน เช่น โรคเบาหวานประเภทที่ 1

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคแอดดิสัน

แพทย์จะทำการซักประวัติทางการแพทย์ และอาการที่คุณมี นอกจากนี้แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย และอาจต้องทำการตรวจวัดระดับของโพแทสเซียม และระดับของโซเดียมในร่างกาย

นอกจากนี้ แพทย์ก็อาจจะสั่งให้คุณทำการตรวจเอกซเรย์และวัดระดับของฮอร์โมนภายในร่างกายอีกด้วย

การรักษาโรคแอดดิสัน

โรคแอดดิสัน สามารถรักษาได้ด้วยการให้ยาฮอร์โมน เพื่อทดแทนฮอร์โมนที่ขาดแคลนไป คุณอาจจะจำเป็นต้องใช้ยาไปตลอดชีวิต

เมื่อเริ่มต้นการรักษาแล้ว อาการส่วนใหญ่ของโรคแอดดิสันมักจะสามารถควบคุมได้ ทำให้คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคแอดดิสันสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ โดยมีข้อจำกัดแค่เพียงไม่กี่อย่าง

ผู้ที่เป็นโรคแอดดิสันจะต้องเรียนรู้วิธีการควบคุมและจัดการกับอาการเหนื่อยล้า และอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เช่น โรคเบาหวาน หรือภาวะขาดไทรอยด์

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยจัดการกับโรคแอดดิสัน

การเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการเยียวยาตนเอง ที่อาจช่วยรับมือกับโรคแอดดิสันมีดังนี้

  • คุณควรพกบัตรประจำตัวผู้ป่วยไว้ตลอดเวลา คุณควรพกบัตรประจำตัวผู้ป่วยที่บอกว่าคุณป่วยเป็นโรคแอดดิสันไว้ตลอดเวลา เพื่อให้แพทย์รับทราบว่าคุณป่วยเป็นโรคแอดดิสัน เผื่อในกรณีฉุกเฉิน
  • เตรียมยาเผื่อไว้เสมอ การขาดยาแม้แต่วันเดียวอาจเป็นอันตรายได้ ดังนั้นคุณจึงควรพกยาเผื่อไว้เสมอ โดยเฉพาะเวลาเดินทาง
  • ติดต่อแพทย์เป็นประจำ และไปตามนัดของแพทย์ทุกครั้ง คุณควรติดต่อแพทย์อยู่เสมอ และไปตามนัดของแพทย์ทุกครั้ง เพื่อทำการตรวจร่างกาย และเช็กดูว่ายาฮอร์โมนทดแทนที่ใช้อยู่นั้น ได้ผลดีหรือไม่

หากมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ภาวะซึมเศร้าและความเศร้า มีความแตกต่างกันอย่างไร

ความจริงแล้ว ภาวะซึมเศร้าและความเศร้า มีความแตกต่างกันอยู่ ดังนั้น ลองมาดูกันดีกว่าว่า ภาวะซึมเศร้าและความเศร้า มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

หนังตาตก (Ptosis)

หนังตาตก (Ptosis) หมายถึงภาวะที่เปลือกตาบนนั้นมีลักษณะหย่อนคล้อย หรือตกลงมา โดยไม่สามารถควบคุมได้ อจาเกิดขึ้นได้กับดวงตาข้างใดข้างหนึ่ง หรือกับตาทั้งสองข้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

เปลี่ยนด่วน! ไลฟ์สไตล์แย่ๆ ที่จะนำไปสู่ ความเหนื่อยล้า

วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมารู้จักกับ ไลฟ์ไตล์ที่ทำนำไปสู่ ความเหนื่อยล้า ว่ามีอะไรบ้าง เพื่อให้ทุกคนสามารถหลีกเลี่ยงได้อย่างทันท่วงที

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

อาการชา สัญญาณเตือนโรคปลายประสาทอักเสบ ที่ร่างกายรับรู้ได้เมื่อ ขาดวิตามินบี

สัญญาณเตือนโรคปลายประสาทอักเสบ มักมีอาการเหน็บและชาตามมือและเท้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นอาการที่บอกให้รู้ว่า ร่างกายอาจขาดวิตามินบี ที่จำเป็น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Pattarapong Khuaphu