โรคโครห์น (Crohn’s disease)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

โรคโครห์น เป็นสาเหตุให้เกิดอาการอักเสบตามแนวระบบย่อยอาหาร ซึ่งสามารถส่งผลต่อส่วนใดๆ ของระบบย่อยอาหาร นับจากปากไปจนถึงช่องทางด้านหลัง แต่มักพบได้มากที่สุดในส่วนปลายสุดของลำไส้เล็กหรือหรือลำไส้ใหญ่

คำจำกัดความ

โรคโครห์นคืออะไร

โรคโครห์น (Crohn’s disease) เป็นสาเหตุให้เกิดอาการอักเสบตามแนวระบบย่อยอาหาร อาการอักเสบดังกล่าวสามารถส่งผลต่อส่วนใดๆ ของระบบย่อยอาหาร นับจากปากไปจนถึงช่องทางด้านหลัง แต่มักพบได้มากที่สุดในส่วนปลายสุดของลำไส้เล็กหรือหรือลำไส้ใหญ่

โรคโครห์นพบได้บ่อยเพียงใด

ผู้ชายและผู้หญิงมีแนวโน้มอย่างเท่าเทียมกันที่จะได้รับผลกระทบจากโรคนี้ และโรคนี้สามารถเกิดขึ้นกับผู้ป่วยในวัยใดๆ ก็ได้ โรคโครห์นมักพบได้บ่อยในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้นระหว่างช่วงอายุ 15 และ 35 ปี

โรคนี้สามารถรับมือได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรค โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการโรคโครห์นมีอะไรบ้าง

โรคโครห์นมีอาการที่พบได้ทั่วไป ดังต่อไปนี้

  • ท้องเสีย
  • ปวดในช่องท้อง
  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ตั้งใจ
  • มีเลือดและเมืองที่ใบหน้า

อาจมีบางอาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีข้อกังวลเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

คุณควรไปพบหมอเมื่อมีอาการใด ๆ ดังต่อไปนี้

  • ปวดในช่องท้อง
  • มีเลือดปนในอุจจาระ
  • มีอาการท้องเสียชั่วคราวในช่วงเวลาหนึ่งที่ไม่ตอบสนองต่อยาที่ซื้อมารับประทานเอง (over-the-counter (OTC) medications)
  • มีอาการไข้โดยไม่ทราบสาเหตุเกิดขึ้นเกินกว่าหนึ่งวันหรือสองวัน
  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

โรคโครห์นเกิดจากอะไร

ระบบภูมิคุ้มกัน

ไวรัสหรือแบคทีเรียอาจกระตุ้นให้เกิดโรคโครห์นได้ เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของคุณ พยายามต้านทานจุลินทรีย์ที่เข้ามาในร่างกาย การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันต้านทานเซลล์ในทางเดินอาหาร

พันธุกรรม

โรคโครห์นพบได้มากกว่าในคนที่มีสมาชิกมีประวัติเป็นผู้ป่วยโรคนี้ ดังนั้น ยีนอาจมีบทบาทที่ทำให้คนมีความไวต่อโรค อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยโรคโครห์นส่วนใหญ่ไม่มีประวัติของครอบครัวที่เป็นโรคนี้

ปัจจัยเสี่ยง

อะไรที่เพิ่มความเสี่ยงสำหรับโรคโครห์น

ความเสี่ยงสำหรับในการเกิดโรคโครห์นมีหลายประการ ได้แก่

  • อายุ: โรคโครห์นสามารถเกิดขึ้นกับผู้ป่วยในวัยใดๆ ก็ได้ แต่มักเกิดกับผู้ป่วยที่มีอายุน้อย
  • ชาติพันธุ์: คนผิวขาวและชาวยุโรปตะวันออก และผู้สืบเชื้อสายมาจากชาวยิวเป็นโรคนี้ได้ง่าย
  • ประวัติครอบครัว: คุณมีความเสี่ยงมากขึ้นหากคุณมีคนที่มีสายเลือดใกล้ชิด เช่น พ่อแม่ พี่น้อง หรือบุตรที่เป็นโรคนี้
  • การสูบบุหรี่ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดโรคโครห์น
  • ยาต้านการอักเสบที่ปราศจากสเตียรอยด์ เช่น ยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) ยาเนพร็อกเซนโซเดียม (naproxen sodium) ยาไดโคลฟีแนคโซเดียม (diclofenac sodium) และยาอื่นๆ สามารถก่อให้ภาวะเกิดลำไส้อักเสบซึ่งทำให้โรคโครห์นมีอาการรุนแรงขึ้น
  • ที่อยู่อาศัย: ผู้คนที่อยู่อาศัยในเมือง ในเขตภูมิอากาศตอนเหนือ หรือในประเทศอุตสาหกรรม มีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคโครห์น
  • อาหารที่อุดมไปด้วยไขมัน หรือผ่านการขัดสี มีบทบาทสำคัญในการเกิดโรคโครห์น

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอมิได้ใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

วินิจฉัยโรครห์นได้อย่างไร

การตรวจเลือด

  • ระดับการอักเสบในร่างกายของคุณ
  • คุณมีภาวะติดเชื้อหรือไม่
  • คุณมีภาวะโลหิตจางหรือไม่ ซึ่งอาจบ่งชี้ได้ว่าคุณมีภาวะขาดสารอาหารหรือมีเลือดออกจากลำไส้

การตรวจอุจจาระ

คุณอาจต้องเก็บตัวอย่างอุจจาระ เพื่อให้แพทย์สามารถตรวจหาเลือดที่ปนเปื้อนในอุจจาระได้

การรักษา

  • การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นลำไส้ทั้งหมดของคุณได้โดยใช้หลอดบาง ยืดหยุ่น และน้ำหนักเบา ที่มีกล้องติดอยู่ ในระหว่างการรักษา แพทย์ยังจะสามารถเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อจำนวนเล็กน้อย (biopsy) สำหรับการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งจะช่วยยืนยันการวินิจฉัยโรคได้
  • การส่องกล้องตรวจลำไส้ส่วนปลาย (Flexible sigmoidoscopy): แพทย์อาจใช้หลอดบาง ยืดหยุ่น และน้ำหนักเบา เพื่อตรวจลำไส้ส่วนปลาย (sigmoid) สำหรับการรักษาวิธีนี้
  • กล้องแคปซูล (Capsule endoscopy) ใช้เพื่อช่วยวินิจฉัยโรคโครห์น
  • การส่องกล้องลำไส้ด้วยกล้องลูกโป่งคู่ (Double-balloon endoscopy): กล้องขนาดยาวใช้สำหรับส่องลึกลงไปยังลำไส้เล็กซึ่งเป็นบริเวณที่กล้องทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ เทคนิคนี้มีประโยชน์เมื่อกล้องแคปซูลแสดงให้เห็นถึงภาวะผิดปกติต่าง ๆ แต่การวินิจฉัยโรคยังคงไม่ทราบผลแน่ชัด
  • การตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan)
  • การตรวจเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic resonance imaging: MRI)
  • การสร้างภาพถ่ายลำไส้เล็ก: การตรวจด้วยวิธีนี้จะส่องไปยังลำไส้เล็ก ซึ่งไม่สามารถตรวจได้โดยการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ หลังจากดื่มน้ำที่มีส่วนผสมของธาตุแบเรียม (barium) แพทย์จะตรจจเอกซเรย์ลำไส้เล็กของคุณ

รักษาโรคโครห์นได้อย่างไร

ยาต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory drugs)

การใช้ยาต้านการอักเสบมักเป็นขั้นตอนแรกในการรักษาโรคลำไส้อักเสบ ได้แก่

การใช้ยารับประทาน 5-อะมิโนซาลิไซเลต (Oral 5-aminosalicylate)

  • ลดอาการที่ลำไส้: ยาซัลฟาซาลาซีน (sulfasalazine) ยาเมซาลามีน (mesalamine)
  • อาการข้างเคียง: คลื่นไส้ ท้องเสีย อาเจียน แสบร้อนกลางอก และปวดศีรษะ

การใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids)

  • อาการข้างเคียงต่างๆ ได้แก่ ใบหน้าบวม (puffy face) มีขนขึ้นมากในบริเวณใบหน้า (excessive facial hair) มีเหงื่อออกตอนกลางคืน (night sweats) นอนไม่หลับและสมาธิสั้น (insomnia and hyperactivity) ความดันเลือดสูง (high blood pressure) ภาวะกระดูกพรุน (osteoporosis) ต้อกระจก (cataracts) ต้อหิน (glaucoma) ฯลฯ
  • แพทย์มักใช้ยานี้ หากผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรรักษาด้วยวิธีอื่นเท่านั้น

ยากดระบบภูมิคุ้มกัน

การใช้ยาประเภทนี้จะมุ่งให้ระบบภูมิคุ้มกันช่วยลดอาการอักเสบ ในผู้ป่วยบางราย การใช้ยาเหล่านี้ร่วมกันให้ผลการรักษาดีกว่าการใช้ยาเพียงชนิดเดียว ยากดระบบภูมิคุ้มกัน ได้แก่ ยาเอซาธิโอพรีน (azathioprine) ยาเมอร์แคปโตพูรีน (mercaptopurine) ยาอินฟลิซิแม็บ (Infliximab) ยาเอดาลิมูแม็บ (adalimumab) ยาเซอร์โทลิซูแม็บเพกอล (certolizumab pegol) ยาเมโทเทร็กเซท (Methotrexate) ยาไซโคลสปอรีนและทราโครลิมัส (Cyclosporine and tacrolimus) ยานาทาลิซูแม็บ (Natalizumab) ยาเวโดลิซูแม็บ (vedolizumab) ยาอุสเทคินูแม็บ (Ustekinumab)

ยาปฏิชีวนะ

ยาปฏิชีวนะสามารถลดปริมาณการระบายและในบางครั้งสามารถรักษาหนองและฝีในผู้ป่วยโรคโครห์นได้ ได้แก่ ยาเมโทรไนดาโซล (Metronidazole) ยาไซโพลฟล็อกซาซิน (Ciprofloxacin)

การใช้ยาอื่นๆ

นอกเหนือจากการควบคุมอาการอักเสบแล้ว ยาบางชนิดอาจช่วยบรรเทาสิ่งบ่งชี้และอาการของโรคได้ แต่ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาโดยทั่วไป

  • ยารักษาท้องร่วง (Anti-diarrheals) ผงไซเลียม (psyllium powder) (ยาเมทามูซิล (Metamucil)) หรือยาเมทิลเซลลูโลส (ยาไซทรูเซล (Citrucel)) ยาโลเพอราไมด์ (loperamide) (ยาไอโมเดียม (Imodium)) ควรใช้ยารักษาท้องร่วงหลังจากปรึกษาแพทย์เท่านั้น
  • ยาบรรเทาอาการปวด (Pain relievers) ยาประเภทนี้อาจทำให้อาการทุเลาลง และทำให้โรคทุเลาลงด้วยเช่นกัน
  • อาหารเสริมธาตุเหล็ก (Iron supplements) หากคุณมีภาวะเลือดออกในลำไส้เรื้อรัง คุณอาจมีภาวะเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็กและจำเป็นต้องรับประทานอาการเสริมธาตุเหล็ก
  • การรับประทานวิตามินบี 12 (Vitamin B-12 shots) ช่วยป้องกันภาวะเลือดจาง ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่เป็นปกติ และมีความจำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาทที่เหมาะสม
  • อาหารเสริมแคลเซียมและวิตามินดี (Calcium and vitamin D supplements) เนื่องจากโรคโครห์นและสารสเตียรอยด์ที่ใช้รักษาโรคนี้อาจเพิ่มความเสียงในการเกิดภาวะกระดูกพรุน (osteoporosis) ได้

การบำบัดด้วยสารอาหาร

หลอดให้อาหารหรือสารอาหารที่ฉีดเข้าไปยังหลอดเลือดดำ ใช้สำหรับการรักษาโรคโครห์น ช่วยให้ภาวะโภชนาการโดยรวมดีขึ้น และทำให้ลำไส้ได้ผ่อนคลายจากการงดรับประทานอาหารทางปาก การงดรับประทานอาหารทางปาก (Bowel rest) สามารถลดอาการอักเสบในระยะสั้นได้

แพทย์อาจใช้วิธีการบำบัดด้วยสารอาหารในระยะสั้น และใช้ร่วมกับการใช้ยา เช่น ยากดภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ แพทย์อาจแนะนำอาหารลดกากใย เพื่อลดความเสี่ยงในการเดิดภาวะลำไส้อุดตัน (intestinal blockage)

การผ่าตัด

แพทย์อาจแนะนำการผ่าตัดในกรณีที่การเปลี่ยนการรับประทานอาหารและไลฟ์สไตล์ การใช้ยาบำบัด หรือวิธีการรักษาอื่น ๆ ไม่สามารถบรรเทาสิ่งบ่งชี้โรคและอาการได้

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยรับมือโรคโครห์น

ไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองต่อไปนี้ อาจช่วยให้คุณรับมือกับโรคโครห์นได้

  • อาหาร: ให้ลองรับประทานอาหารไขมันต่ำ ระมัดระวังการรับประทานอาหารที่มีกากใย และหลีกเลี่ยงอาหารอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดอาการของโรค อาหารรสจัด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อาจทำให้สิ่งบ่งชี้โรคและอาการแย่ลงได้
  • การรับประทานอาการมื้อเล็กๆ จะช่วยให้คุณรู้สึกสบายกว่าการรับประทานอาหารมื้อที่ใหญ่กว่าจำนวนสองหรือสามมื้อ
  • ดื่มน้ำมากๆ
  • ให้ระมัดระวังการใช้วิตามินรวม เนื่องจากโรคโครห์นสามารถมีผลต่อความสามารถในการดูดซึมสารอาหารของคุณ และเนื่องจากมีการจำกัดอาหาร การรับประทานวิตามินรวมและอาหารเสริมแร่ธาตุจึงมักมีประโยชน์ต่อร่างกาย ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานวิตามินรวมและอาหารเสริมใดๆ
  • การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคโครห์น และทันทีที่คุณมีอาการของโรคโครห์น การสูบบุหรี่จะทำให้อาการของโรคแย่ลง
  • หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับการจัดการกับความเครียด ให้ลองวิธีหนึ่งดังต่อไปนี้ ได้แก่ การออกกำลังกาย การฝึกควบคุมร่างกายของตนเองเพื่อสร้างสมดุลภายในร่างกายทำให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น การผ่อนคลายอย่างสม่ำเสมอ และการฝึกการหายใจ

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ธาลัสซีเมียในเด็ก อาการ สาเหตุ และการรักษาที่ควรรู้

ธาลัสซีเมียในเด็ก เป็นโรคเลือดที่เกิดจากการสร้างฮีโมโกลบินผิดปกติ ธาลัสซีเมียมีหลายชนิด บางชนิดไม่แสดงอาการ บางชนิดอาจทำให้เสียชีวิตหากไม่ได้รักษาทันท่วงที

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
ดูแลลูก, พ่อแม่เลี้ยงลูก ธันวาคม 23, 2018 . เวลาในการอ่าน

โลหิตจางอย่างร้าย (Pernicious Anemia) คืออะไร

โลหิตจางอย่างร้าย (Pernicious Anemia) เป็นภาวะพร่องวิตามินบี 12 ประเภทหนึ่ง เกิดจากการไม่สามารถดูดซึมวิตามินบี 12 ซึ่งใช้เพื่อสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ, ศูนย์สุขภาพ ธันวาคม 21, 2018 . เวลาในการอ่าน

ฮีโมฟีเลีย (Hemophilia)

ฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) หรือโรคเลือดไหลไม่หยุด เนื่องจากการที่เลือดไม่สามารถแข็งตัวได้ตามปกติ เป็นโรคทางพันธุกรรมที่พบได้น้อย และมักเกิดกับผู้ชาย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ พฤศจิกายน 28, 2018 . เวลาในการอ่าน

ซิสติกไฟโบรซิส (Cystic Fibrosis)

ซิสติกไฟโบรซิส (Cystic Fibrosis) เป็นอาการป่วยเรื้อรังที่ส่งผลต่อการสร้างเหงื่อ เมือกในร่างกายที่เหนียวผิดปกติ และส่งผลต่อการสร้างเอ็นไซม์ของตับอ่อนอีกด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ พฤศจิกายน 28, 2018 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

ลูกน้อยกินเก่ง-กลุ่มอาการพราเดอร์-วิลลี

ลูกน้อยกินเก่งผิดปกติ สุ่มเสี่ยงอยู่ใน กลุ่มอาการพราเดอร์ วิลลี หรือเปล่านะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ มกราคม 29, 2020 . เวลาในการอ่าน
รักษาฝ้า-สมุนไพรไทย

4 สูตรลับ รักษาฝ้า ด้วยสมุนไพรไทย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ มกราคม 15, 2020 . เวลาในการอ่าน
ความสัมพันธ์ในเครือญาติ

ความสัมพันธ์ในเครือญาติ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงหรือ?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 29, 2019 . เวลาในการอ่าน
ถุงน้ำในไตจากสาเหตุพันธุกรรม

ถุงน้ำในไตจากสาเหตุพันธุกรรม (Polycystic kidney disease)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 24, 2018 . เวลาในการอ่าน