home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

เพลียแดด (Heat exhaustion)

คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษาโรค|การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง
เพลียแดด (Heat exhaustion)

เพลียแดด (Heat exhaustion) เป็นอาการที่เกิดขึ้นเนื่องจากอากาศร้อน ร่วมกับความชื้นสูง และการออกกำลังกายอย่างหนัก ทำให้ความร้อนในร่างกายสูงมากเกินไป จนเกิดอาการต่าง ๆ

คำจำกัดความ

เพลียแดด คืออะไร

เพลียแดด (Heat exhaustion) เป็นอาการที่เกิดขึ้นเนื่องจากอากาศร้อน ร่วมกับความชื้นสูง และการออกกำลังกายอย่างหนัก ทำให้ความร้อนในร่างกายสูงมากเกิน และเกิดอาการต่าง ๆ เช่น หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออกมาก หรือตะคริว และมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับภาวะขาดน้ำ (Dehydration)

โดยปกติภาวะเพลียแดดนี้จะไม่มีอาการที่เป็นอันตรายอะไร และสามารถหายได้เพียงแค่นั่งพักในที่ร่มประมาณ 30 นาที แต่หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ทำการรักษา ก็อาจจะนำไปสู่ภาวะเป็นลมแดด หรือฮีทสโตรก (Heatstroke) ซึ่งอาจเป็นอันตราย และจำเป็นต้องรับการรักษาฉุกเฉินได้

เพลียแดด พบบ่อยแค่ไหน

ภาวะเพลียแดดพบได้ค่อนข้างบ่อยในประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยมีอาการร้อน และมีความชื้นสูง ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และอาจจะพบได้บ่อยกับผู้ที่ต้องออกกำลังกายกลางแจ้ง เช่น นักกีฬา หรือนักเรียนที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง เป็นต้น

อาการ

อาการของภาวะเพลียแดด

สัญญาณและอาการที่พบได้บ่อยของภาวะเพลียแดด มีดังต่อไปนี้

  • เหนื่อยล้า
  • ปวดหัว
  • เหงื่อออกมาก
  • ผิวเย็น หรือมีอาการขนลุก แม้ว่าจะมีอากาศร้อน
  • สับสน
  • วิงเวียน หน้ามืด
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • ความดันโลหิตต่ำ
  • ตะคริว
  • คลื่นไส้

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

หากคุณมีสัญญาณหรืออาการที่ระบุข้างต้น หรือสงสัยว่าตัวเองอาจจะมีภาวะเพลียแดด ควรจะหยุดพักกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ หลบไปพักในที่ร่ม หรือที่ที่เย็นและมีอากาศถ่ายเท และดื่มน้ำหรือสปอร์ตดริงค์ เพื่อชดเชยน้ำและแร่ธาตุที่เสียไปกับเหงื่อ

หลังจากพักเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง หากอาการของภาวะเพลียแดดยังคงไม่หายไป มีอาการรุนแรงขึ้น หรือมีสัญญาณของภาวะฮีทสโตรก เช่น

ควรรีบติดต่อแพทย์เพื่อรับการรักษาฉุกเฉินในทันที

หากมีคำถามเกี่ยวกับอาการของโรคโปรดปรึกษาแพทย์

ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของภาวะเพลียแดด

สาเหตุหลัก ๆ ที่ส่งผลให้เกิดปัญหาภาวะเพลียแดดนั้น เป็นเพราะอุณหภูมิที่สูงเนื่องจากอากาศร้อน ตามปกติแล้ว เมื่อมีอากาศร้อน ร่างกายของเราจะสามารถระบายความร้อนของร่างกายออกไปด้วยผ่านทางเหงื่อ แต่ในสภาวะบางอย่าง เช่น

ก็อาจทำให้ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนผ่านทางเหงื่อได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้อุณหภูมิของร่างกายสูงเกินไป และเกิดเป็นภาวะเพลียแดดได้ในที่สุด

โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของภาวะเพลียแดด

ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะเพลียแดด มีดังต่อไปนี้

  • สภาพอากาศ หากคุณอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศร้อนจัด หรืออยู่ในที่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ก็อาจจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเพลียแดดได้
  • อายุ เด็กอายุไม่เกิน 4 ขวบ และผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป อาจจะไม่สามารถปรับตัวในสภาพอากาศร้อนจัดได้ดีเท่ากับคนในช่วงวัยอื่น
  • โรค ผู้ที่มีสภาวะบางอย่าง เช่น โรคหัวใจ โรคอ้วน โรคปอด โรคไต โลหิตจาง หรือความดันโลหิตสูง อาจจะมีความเสี่ยงมากกว่าที่จะเกิดภาวะเพลียแดด
  • ยา การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาระงับประสาท ยาลดความดัน ยารักษาโรคหัวใจ หรือยารักษาโรคทางจิตเวชอื่น ๆ อาจส่งผลให้คุณมีโอกาสเกิดภาวะเพลียแดดได้มากขึ้น

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยภาวะเพลียแดด

หากคุณเข้ารับการรักษาเนื่องจากสงสัยว่าอาจจะเป็นภาวะเพลียแดด แพทย์ก็อาจจะต้องทำการวินิจฉัยด้วยการทดสอบต่าง ๆ เพื่อยืนยันให้แน่ชัดว่าเป็นภาวะเพลียแดดจริง ๆ โดยอาจต้องใช้การทดสอบดังต่อไปนี้

  • ตรวจเลือด เพื่อวัดระดับของโซเดียม (Sodium) หรือโพแทสเซียม (Potassium) ในเลือดว่าต่ำหรือไม่ และตรวจดูว่ามีแก๊สในเลือดหรือไม่
  • ตรวจปัสสาวะ เพื่อดูความเข้มข้นของปัสสาวะ และดูการทำงานของไตว่าผิดปกติหรือไม่
  • ตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อ เพื่อดูว่ามีความเสียหายต่อกล้ามเนื้อหรือไม่
  • ตรวจเอกซเรย์และการฉายภาพอื่น ๆ เพื่อตรวจดูความเสียหายของอวัยวะภายใน

การรักษา

การรักษาภาวะเพลียแดด มักจะใช้วิธีดังต่อไปนี้

  • นั่งพักในที่ร่ม หรือสถานที่ที่มีอุณภูมิเย็น และอากาศถ่ายเท เช่น ใต้ต้นไม้ หรือในห้องแอร์ เพื่อช่วยปรับอุณหภูมิของร่างกายให้ลดลง
  • ดื่มน้ำ หรือเครื่องดื่มเกลือแร่ เพื่อชดเชยน้ำและแร่ธาตุที่ร่างกายเสียไป
  • หาทางลดความเย็นของร่างกาย เช่น อาบน้ำ เช็ดตัวด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำเย็น หรือนั่งจ่อพัดลม
  • ปลดกระดุม เข็มขัด และพยายามคลายเสื้อผ้าที่รัดแน่นออก ให้หายใจได้สะดวกมากขึ้น

นอกจากนี้ แพทย์ก็อาจจะใช้การรักษาสำหรับภาวะฮีทสโตรกร่วมด้วย เช่น

  • นำตัวผู้ป่วยลงแช่ในน้ำเย็น
  • พ่นด้วยไอน้ำเย็นเพื่อลดอุณหภุมิของร่างกาย
  • ประคบเย็นด้วยน้ำแข็ง
  • ให้ยาคลายกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ ที่จะทำให้การลดอุณหภุมิของร่างกายเป็นไปได้ยากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยจัดการกับภาวะเพลียแดด

การเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการเยียวยาตนเอง ที่อาจช่วยรับมือภาวะเพลียแดดด้วยตนเอง มีดังนี้

  • เลือกสวมเสื้อผ้าที่เบาสบาย ไม่รัดรูปเกินไป และไม่หนาหรือหลายชั้นจนเกินไป
  • ทาครีมกันแดด
  • ดื่มน้ำให้สม่ำเสมอ
  • ไม่ออกกำลังกายอย่างหนักกลางแจ้ง

หากมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

health-tool-icon

เครื่องคำนวณอัตราการเผาผลาญพลังงาน (BMR)

ใช้เครื่องมือคำนวณปริมาณแคลอรี่ของเราเพื่อช่วยคำนวณปริมาณแคลอรี่ที่ที่ร่างกายของคุณต้องการในแต่ละวัน โดยพิจารณาจากส่วนสูง น้ำหนัก อายุ และระดับการทำกิจกรรม

เพศชาย

เพศหญิง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล แก้ไขล่าสุด 11/01/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x