home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

โรคหินปูนเกาะกระดูกหู (Otosclerosis)

คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|การวินิจฉัยและการรักษา|การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง
โรคหินปูนเกาะกระดูกหู (Otosclerosis)

โรคหินปูนเกาะกระดูกหู (Otosclerosis) เป็นโรคที่พบได้ยาก เกิดจากความผิดปกติบริเวณหูชั้นกลางที่เกิดจากการก่อตัวของหินปูน เสียงจึงไม่สามารถเดินทางจากหูชั้นกลางไปยังหูชั้นในได้ ส่งผลให้ผู้ป่วยสูญเสียการได้ยิน มีอาการเวียนศีรษะ

คำจำกัดความ

โรคหินปูนเกาะกระดูกหู (Otosclerosis) คืออะไร

โรคหินปูนเกาะกระดูกหู (Otosclerosis) เป็นโรคที่พบได้ยาก เกิดจากความผิดปกติบริเวณหูชั้นกลางที่เกิดจากการก่อตัวของหินปูน เสียงจึงไม่สามารถเดินทางจากหูชั้นกลางไปยังหูชั้นในได้ ส่งผลให้ผู้ป่วยสูญเสียการได้ยิน มีอาการวิงเวียนศีรษะ

อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรงแพทย์อาจแนะนำให้คุณใช้เครื่องช่วยฟัง ในกรณีผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจต้องได้รับการผ่าตัด

พบได้บ่อยเพียงใด

ผู้ป่วยโรคหินปูนเกาะกระดูกหูมักจะเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในเพศหญิง ที่มีอายุระหว่าง 20-30 ปี

อาการ

อาการของโรคหินปูนเกาะกระดูกหู

อาการหลักของโรคหินปูนเกาะกระดูกหู คือการสูญเสียการได้ยิน ในระยะแรกคุณอาจสังเกตได้ว่าคุณได้ยินเสียงเบาลง และได้ยินเสียงเบาลงเรื่อย ๆ ซึ่งอาจเริ่มจากการได้ยินเพียงข้างเดียว และในระยะเวลาต่อมาอาจสูญเสียการได้ยินเสียงทั้งสองข้าง รวมถึงอาการอื่น ๆ ดังนี้

  • วิงเวียนศีรษะ
  • สูญเสียการทรงตัว
  • หูอื้อ ได้ยินเสียงแว่วดังในหู

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของโรคหินปูนเกาะกระดูกหู (Otosclerosis)

ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานในการระบุสาเหตุที่แน่ชัดของโรค โดยโรคดังกล่าวเกิดจากสะสมของหินปูนบริเวณหูชั้นกลาง ทำให้เสียงไม่สามารถผ่านบริเวณหูชั้นกลาง ไปสู่บริเวณหูชั้นในได้ และอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมา

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหินปูนเกาะกระดูกหู

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหินปูนเกาะกระดูกหู มีดังนี้

  • กรรมพันธุ์ หากสมาชิกในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นโรคหินปูนเกาะกระดูกหู นั้นแสดงว่าคุณอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคดังกล่าว
  • การตั้งครรภ์ การตั้งครรภ์ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหินปูนเกาะกระดูกหู ไปจนถึงการสูญเสียการได้ยินได้มากกว่าคนปกติ
  • เพศและอายุ เพศหญิงมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหินปูนเกาะกระดูกหูมากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะในช่วงอายุ 20-30 ปี

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคหินปูนเกาะกระดูกหู

หากคุณสังเกตเห็นความผิดปกติเกี่ยวกับปัญหาการได้ยินควรรีบไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อทดสอบการได้ยินเสียงและซักถามประวัติผู้ป่วยรวมถึงสมาชิกในครอบครัวของคุณ ในบางกรณีแพทย์อาจทำซีที สแกน (Computerized Tomography Scan : CT Scan) หรือการตรวจทางรังสีเพื่อดูความผิดปกติได้อย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น

การรักษาโรคหินปูนเกาะกระดูกหู

หากผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรงมาก แพทย์จะทำการทดสอบการได้ยินของคุณเป็นประจำ และแนะนำเครื่องช่วยฟัง ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงแพทย์จะทำการผ่าตัด โดยการใส่อุปกรณ์เทียมไว้ที่หูชั้นกลางเพื่อทำให้คลื่นเสียงเคลื่อนที่ไปที่หูชั้นใน จะทำให้ได้ยินชัดเจนขึ้น

หากคุณมีหินปูนเกาะกระดูกหูทั้งสองข้าง แพทย์จะทำการผ่าตัดข้างใดข้างหนึ่งก่อน หลังจากนั้นอีก 6 เดือนจึงจะทำการผ่าตัดอีกข้าง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรักษาโรคหินปูนเกาะกระดูกหู

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรับมือกับโรคหินปูนเกาะกระดูกหู ทำได้โดยวิธี ดังต่อนี้

ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางที่รักษาเกี่ยวกับหูหรือนักโสตสัมผัสวิทยาอยู่บ่อย ๆ เพื่อรับการรักษาอย่างใกล้ชิด รวมถึงการใช้เครื่องช่วยฟังเพื่อทำให้คุณได้ยินเสียงชัดเจนมากยิ่งขึ้น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์ เมื่อ 09/07/2020
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
x