กระดูกหัก (Bone Fracture)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 5 mins read
Share now

กระดูกหัก คือ ภาวะความเสียหายของกระดูกที่สามารถพบได้บ่อย สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากแรงกระแทกรุนแรง เช่น กระดูกหักจากอุบัติเหตุ รวมไปถึงความเครียดสะสมในกระดูกที่มาจากการออกกำลังกายหนักเกินไป ซึ่งพบได้ทั่วไปในนักกีฬา ภาวะกระดูกหักนี้เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็ก และผู้สูงอายุที่กระดูกเริ่มเปราะบาง

คำจำกัดความ

กระดูกหัก คืออะไร

อาการกระดูกหัก (Bone Fracture) คือ ภาวะที่กระดูกมีความเสียหาย โดยภาวะกระดูกหักมี 4 ประเภทหลัก ได้แก่

  1. กระดูกหักแบบเคลื่อนจากกัน
  2. กระดูกหักแบบไม่เคลื่อนที่
  3. กระดูกหักแบบแผลปิด
  4. กระดูกหักแบบแผลเปิด

ภาวะกระดูกหักแบบเคลื่อนจากกัน คือ การที่กระดูกแยกเป็นสองชิ้นหรือมากกว่านั้น จากนั้นชิ้นส่วนเคลื่อนจนปลายที่หักไม่ตรงกัน ส่วนภาวะกระดูกหักแบบไม่เคลื่อนที่ คือ การที่กระดูกหักแบบทั้งแยกชิ้นและเป็นทางยาวแต่ไม่ได้เคลื่อนที่จากกันและยังอยู่ในตำแหน่งเดิม

ภาวะกระดูกหักแบบแผลปิดเกิดขึ้นเมื่อกระดูกหักแต่ไม่เกิดรอยหรือแผลเปิดที่ผิวหนัง ส่วนภาวะกระดูกหักแบบแผลเปิด คือ ภาวะที่กระดูกหักแล้วแทงออกมานอกผิว จากนั้นกระดูกอาจขยับกลับเข้าไปในแผลและอาจมองไม่เห็นที่นอกผิว โดยอาการนี้เป็นข้อแตกต่างระหว่างภาวะกระดูกหักแบบแผลปิดและแผลเปิดที่สำคัญ หากมีภาวะกระดูกหักแบบแผลเปิดอาจเสี่ยงติดเชื้อในกระดูกได้

อาการกระดูกมีหักหลายประเภท ที่พบได้ทั่วไป เช่น

  • ปุ่มกระดูกแตก กล้ามเนื้อหรือเอ็นยึดของกระดูกแตกหัก
  • กระดูกหักแตกย่อย กระดูกแตกเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ หลายชิ้น
  • กระดูกยุบตัว มักเกิดที่กระดูกฟองน้ำบริเวณกระดูกสันหลัง เช่น พื้นที่ส่วนหน้าของกระดูกบริเวณกระดูกสันหลังอาจยุบตัวเนื่องจากกระดูกพรุน
  • กระดูกข้อต่อเคลื่อน ข้อต่อเกิดการเคลื่อนที่และมีส่วนหนึ่งของกระดูกที่แตกหัก
  • กระดูกเดาะ ส่วนด้านหนึ่งของกระดูกแตกหักแต่ไม่ได้แตกทั้งหมดเพราะส่วนที่เหลือยังดัดได้ เกิดได้ทั่วไปในเด็กที่กระดูกยังอ่อนและยืดหยุ่นง่าย
  • กระดูกแตกรอยยาวคล้ายเส้นผม เป็นการแตกหักรอยยาวของกระดูก การแตกหักประเภทนี้มักยากที่จะตรวจพบ
  • กระดูกหักยุบเข้าหากัน เมื่อกระดูกแตกหัก ด้านหนึ่งของกระดูกเข้าหาอีกด้านหนึ่ง
  • กระดูกหักตามยาว รอยแตกหักของกระดูกเป็นไปตามทางยาว
  • กระดูกหักแนวเฉียง รอยแตกหักที่เฉียงไปตามยาวของกระดูก
  • กระดูกหักตามขวาง รอยแตกขวางทางยาวของกระดูก
  • กระดูกหักจากพยาธิสภาพ เมื่อโรคประจำตัวหรืออาการเฉพาะทำให้กระดูกอ่อนแอ ส่งผลให้กระดูกแตกหัก
  • กระดูกหักเป็นเกลียว การแตกหักที่มีชิ้นส่วนกระดูกอย่างน้อยหนึ่งส่วนบิดเป็นเกลียว
  • กระดูกหักล้า มักพบทั่วไปในนักกีฬา กระดูกหักเนื่องจากกระดูกล้าและเคล็ดสะสม
  • กระดูกเสียหายจากแรงอัด กระดูกถูกแรงอัดแต่ไม่ได้แตกหักออกจากกัน พบได้ทั่วไปในเด็ก มีอาการปวดแต่กระดูกยังมั่นคง

กระดูกหัก พบได้บ่อยแค่ไหน

กระดูกหักพบได้ทั่วไปในคนทุกเพศทุกวัย สามารถป้องกันได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์

อาการ

อาการของกระดูกหัก

อาการทั่วไป ได้แก่

  • บริเวณที่บาดเจ็บบวมหรืออ่อนนุ่ม
  • อาการช้ำ
  • แขนหรือขาพิการ
  • ความเจ็บปวดในบริเวณที่บาดเจ็บแย่ลงเมื่อเคลื่อนไหวหรือมีความกดทับมาก
  • ใช้งานบริเวณที่บาดเจ็บไม่สะดวก
  • สำหรับภาวะกระดูกหักแบบแผลเปิด อาจมีกระดูกยื่นออกมานอกผิว

สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจจะมีอาการอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น หากมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

กระดูกหัก ถือเป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร่งด่วน หากเกิดอาการนี้ ควรปรึกษาแพทย์ทันที

สาเหตุ

สาเหตุของ กระดูกหัก

  • อาการบาดเจ็บ การหกล้ม อุบัติเหตุจากยานพาหนะ หรือการชนกระแทกในการเล่นกีฬา เช่น ฟุตบอล สามารถส่งผลให้กระดูกแตกหักได้
  • กระดูกพรุน ทำให้กระดูกอ่อนแอ เปราะบาง และแตกหักง่าย
  • ใช้งานมากเกินไป การเคลื่อนไหวซ้ำๆ หรือออกกำลังกายหนักมากเกินไป ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนเพลียและเกิดแรงกระทำต่อกระดูกมากขึ้น ส่งผลให้กระดูกมีความเครียด จนเกิดภาวะกระดูกหักล้า (Stress Fracture) ซึ่งพบได้ทั่วไปในนักกีฬา

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะกระดูกหัก

ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ขึ้นอยู่กับช่วงวัย ภาวะกระดูกหักพบได้บ่อยในวัยเด็ก แต่จะซับซ้อนน้อยกว่าภาวะกระดูกหักในผู้ใหญ่ สำหรับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะวัยชรา กระดูกจะเริ่มเปราะบางมากขึ้น และเสี่ยงกระดูกหักจากการหกล้มได้ง่ายกว่าในวัยเด็ก

การวินิจฉัยโรคและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยภาวะกระดูกหัก

วิธีการวินิจฉัยอาการกระดูกแตกหักที่นิยมใช้ ได้แก่ การเอ็กซเรย์ ที่ช่วยให้มองเห็นรูปร่างของกระดูกได้อย่างชัดเจน และช่วยให้รู้ได้ว่ากระดูกนั้นบุบสลายหรือแตกหักหรือไม่ อีกทั้งยังสามารถแสดงให้เห็นประเภทของการแตกหักและตำแหน่งของกระดูกที่แตกหักได้อีก

แต่บางครั้ง การเอ็กซเรย์ก็ไม่สามารถแสดงให้เห็นภาวะกระดูกหักได้ โดยเฉพาะ ภาวะข้อมือหัก ภาวะแตกหักล้า ภาวะสะโพกหัก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ สำหรับภาวะเหล่านี้ แพทย์อาจทำการทดสอบระเภทอื่นแทน เช่น การใช้ computed tomography scan (CT scan) หรือซีทีสแกน การใช้ magnetic resonance imaging (MRI) หรือการทำเอ็มอาร์ไอ ในการสแกนกระดูก

ในบางกรณี แพทย์อาจให้เข้าเฝือกในบริเวณข้อมือที่แตกหักก่อน เพื่อให้บริเวณนั้นขยับไม่ได้ จากนั้นจึงค่อยทำการเอ็กซเรย์ซ้ำใน 10-14 วันต่อมา บางครั้ง แม้จะวินิจฉัยอาการแตกหักแล้ว ก็อาจยังต้องทำการทดสอบอื่นเพิ่มเติม เช่น การทำซีทีสแกน (CT scan) การทำเอ็มอาร์ไอ (MRI) การตรวจเอ็กซเรย์หลอดเลือด (angiogram)

สำหรับภาวะกะโหลกแตกหัก แพทย์อาจไม่ทำการเอ็กซเรย์แต่ทำซีทีสแกนแทน เนื่องจากสามารถวินิจฉัยอาการแตกหักและอาการบาดเจ็บอื่นๆ เช่น อาการเลือดออกในสมอง ที่อาจเกิดภายในกะโหลกได้

การรักษาภาวะกระดูกหัก

การรักษามีข้อสำคัญ คือ ส่วนที่แตกหักควรเคลื่อนกลับไปในตำแหน่งเดิมและควรป้องกันให้ไม่ขยับไปไหนจนกว่าจะได้รับการรักษา

กระดูกหักรักษาโดย “ประสาน” กระดูกส่วนที่แตกหักเข้ากับกระดูกใหม่ที่สร้างขึ้นบริเวณรอบๆ ส่วนแตกหัก

ภาวะกระดูกหักในบางกรณีอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด โดยต้องประเมินจากความรุนแรงของกระดูกที่แตกหักว่าเป็นแบบแผลปิดหรือแผลเปิด รวมถึงกระดูกเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย

การรักษาภาวะกระดูกหักที่นิยมใช้ มีดังนี้

  • ใส่เฝือกตรึง ใช้พลาสเตอร์หรือไฟเบอร์กลาสตรึงกระดูกส่วนที่แตกหัก เช่น ขา เอาไว้ ถือเป็นการรักษาภาวะกระดูกแตกหักทั่วไป เนื่องจากภาวะกระดูกแตกหักส่วนใหญ่มักรักษาได้เมื่อขยับกระดูกให้เข้าที่และตรึงไว้ด้วยเฝือกเพื่อให้ส่วนที่แตกหักอยู่ในจุดที่เหมาะสมในการรักษา
  • กายอุปกรณ์เสริม อุปกรณ์เสริมทำให้จำกัดหรือ “ควบคุม” การเคลื่อนไหวของข้อต่อ การรักษาวิธีนี้อาจใช้ได้ในบางกรณีเท่านั้น
  • การดึง นิยมใช้เพื่อให้กระดูกตรงหรือให้กระดูกมั่นคง
  • การตรึงกระดูกด้วยโลหะภายนอกร่างกาย โดยใช้หมุดโลหะหรือสลักเกลียวยึดที่ด้านบนหรือด้านล่างกระดูกส่วนที่หัก หมุดหรือสลักเกลียวที่ยึดตรึงไว้จะเชื่อมกับโลหะภายนอกผิวหนัง อุปกรณ์นี้จะเป็นกรอบที่มั่นคงยึดกระดูกให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมในระหว่างรักษา ในกรณีที่ผิวหนังหรือเนื้ออ่อนรอบๆ ส่วนแตกหักนั้นถูกทำลายมาก จะใช้โลหะภายนอกร่างกายนานจนกว่าจะทำการผ่าตัดศัลยกรรมได้
  • การดึงให้เข้าที่โดยการผ่าตัดและการตรึงภายใน การรักษาวิธีนี้จะเริ่มจากการปรับกระดูกส่วนที่แตกหักให้กลับเข้ารูป ก่อนจะยึดตรึงกระดูกส่วนที่แตกเข้ากับกระดูกส่วนอื่นโดยใช้สลักเกลียว หรือใช้แผ่นโลหะแปะที่พื้นผิวกระดูกด้านนอกให้กระดูกประสานกัน ในบางกรณี อาจต้องสอดท่อเข้าไปที่ไขกระดูกซึ่งอยู่กลางกระดูกแต่ละชิ้น เพื่อยึดตรึงกระดูกเข้าด้วยกัน

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือการเยียวยาตนเองที่จะช่วยจัดการกระดูกหัก

รูปแบบการใช้ชีวิตและการเยียวยาตัวเองต่อไปนี้ อาจช่วยรับมือกับภาวะกระดูกหักได้

  • เมื่อถอดอุปกรณ์ยึดตรึงหรือเฝือกเพื่อรักษาภาวะกระดูกหักออกแล้ว ควรเคลื่อนไหวร่างกายในบริเวณที่กระดูกหักอย่างช้าๆ โดยอาจต้องใช้เวลาราว 4-6 สัปดาห์ กว่ากระดูกจะกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
  • ปรึกษาแพทย์ก่อนทำกิจกรรมใดๆ เพื่อให้แพทย์แนะนำว่า กิจกรรมแบบไหน หรือความหนักระดับใดที่ปลอดภัยพอ ด้วยการประเมินจากอาการแตกหักและสุขภาพโดยรวมของคุณ โดยการออกกำลังกายที่เหมาะสม และช่วยให้กระดูกฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วและแข็งแรงที่สุด ได้แก่ การออกกำลังกายในสระน้ำ เช่น เดินในน้ำ
  • การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อุดมไปด้วยแคลเซียม และวิตามินดี จะช่วยให้กระดูกแข็งแรงขึ้น

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณได้ดีขึ้น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

การออกกำลังกาย สำหรับผู้ป่วยกระดูกพรุน ออกอย่างไรให้แข็งแรงและปลอดภัย

การออกกำลังกาย สำหรับผู้ป่วยกระดูกพรุน นั้นจะต้องเลือกการออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพิ่มความยืดหยุ่น และลดการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ชลธิชา จันทร์วิบูลย์

เพิ่มความแข็งแรงให้กระดูก ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ เหล่านี้

กระดูกเป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่สำคัญ หากเราไม่ เพิ่มความแข็งแรงให้กระดูก ก็อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน ดังนั้น เราจึงควรได้รับแคลเซียมและวิตามิดีให้เพียงพอ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

บรรเทาอาการปวดหลัง จาก โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน ด้วย 4 ท่าออกกำลังกาย

วันนี้ Hello คุณหมอ นำวิธี บรรเทาอาการปวดหลัง จาก โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน ด้วย 4   ท่าออกกำลังกาย มาฝากทุกคนกันค่ะ จะช่วยการบรรเทาอาการปวดให้ลดลงได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

คุณแม่ควรรู้! ทำอย่างไรดี เมื่อลูกมีอาการ ขาโก่ง

วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาการ “ขาโก่ง” มาให้คุณพ่อคุณแม่อ่านกันค่ะ จะมีวิธีการรักษาและป้องกันอย่างไรบ้างนั้น เรามาดูพร้อมกันเลย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์