home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

เป็นเกาต์ จะมีวิธีดูแลตัวเองให้สุขภาพดีได้อย่างไรบ้าง

เป็นเกาต์ จะมีวิธีดูแลตัวเองให้สุขภาพดีได้อย่างไรบ้าง

โรคเกาต์ เป็นอาการทางสุขภาพที่ก่อให้เกิดอาการปวดที่ข้อต่อ เป็นปัญหาสุขภาพที่สามารถพบได้ในหลายช่วงวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุระหว่าง 30-50 ปี แต่เกาต์เกิดจากอะไร และผู้ที่ เป็นเกาต์ จะมีวิธีดูแลสุขภาพอย่างไรบ้าง บทความนี้จาก Hello คุณหมอ จะพาทุกท่านมารู้จักกับวิธีรับมือเมื่อเป็นเกาต์ค่ะ

โรคเกาต์ เป็นอย่างไร

เกาต์ หรือ โรคเกาต์ (Gout) เกิดจากการที่ร่างกายผลิตกรดยูริก (Uric acid) ออกมามากกว่าปกติ ทำให้มีค่ากรดยูริกในเลือดสูงกว่าที่ควรจะเป็น เมื่อรกดยูริกเหล่านั้นสูงเกินความจำเป็นของร่างกายก็จะตกตะกอนเป็นผลึกเกลือยูเรต (Urate Crystal) และผลึกดังกล่าวจะค่อย ๆ สะสมอยู่ในร่างกายโดยเฉพาะบริเวณข้อต่อ จนกระทั่งส่งผลให้เกิดอาการบวม เจ็บ และปวดบริเวณข้อต่อขึ้นมา

โดย โรคเกาต์ จัดเป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่ง ที่ก่อให้เกิดอาการปวด เจ็บ หรือแดงที่บริเวณข้อต่ออย่างกะทันหัน โดยเฉพาะบริเวณข้อต่อบริเวณนิ้วหัวแม่เท้า ข้อเข่า ข้อศอก ซึ่งอาการของโรคเกาต์มักจะเป็น ๆ หาย ๆ แต่สามารถดูแลและรักษาได้ตามอาการ

เป็นเกาต์ จะดูแลสุขภาพได้อย่างไรบ้าง

หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเกาต์ สิ่งสำคัญนอกเหนือไปจากการรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งแล้ว การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตประจำวันบางประการ ก็มีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้อาการของ โรคเกาต์ ที่เป็นอยู่ค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับได้ ซึ่งผู้ป่วยโรคเกาต์ สามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้ง่าย ๆ ดังนี้

เป็นเกาต์ ควรประคบเย็น

ผู้ป่วย โรคเกาต์ ที่มีอาการปวดข้อเป็นประจำ นอกเหนือจากการรับประทานยาแก้ปวดแล้ว ควรบรรเทาอาการปวดด้วยการประคบเย็น โดยนำผ้าขนหนูบาง ๆ ห่อด้วยน้ำแข็ง แล้วนำไปประคบที่บริเวณข้อต่อที่มีอาการปวดครั้งละ 20 นาที ทำเป็นประจำทุกวัน หรือวันละหลาย ๆ ครั้ง ความเย็นจากน้ำแข็งจะช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดได้

ผ่อนคลายข้อต่อ

ผู้ป่วย โรคเกาต์ ที่มีอาการปวดข้อเป็นประจำ ไม่ควรขยับหรือเคลื่อนไหวข้อต่อมากนัก เพราะจะยิ่งก่อให้เกิดการอักเสบและปวดข้อ ควรพักการใช้งานข้อต่อจนกว่าอาการปวดจะทุเลาลง และเวลานอน ควรวางข้อต่อลงบนหมอนนุ่ม ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทบกระเทือนที่ข้อต่อ

ดื่มน้ำให้มาก ๆ

ผู้ป่วย โรคเกาต์ ควรดื่มน้ำสะอาดให้มาก ๆ ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ เพราะเมื่อร่างกายขาดน้ำ หรือมีระดับน้ำไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะผลิตกรดยูริกออกมา เสี่ยงที่โรคเกาต์จะกำเริบมากขึ้นไปอีก

รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากเสี่ยงที่ร่างกายจะผลิตกรดยูริกสูง และมีแนวโน้มที่จะเป็น โรคเกาต์ การลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม จะช่วยลดอัตราการผลิตกรดยูริกจนเกินความจำเป็น และควรลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารหรือลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว เพราะจะยิ่งทำให้ร่างกายผลิตกรดยูริกสูงกว่าเดิม

หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์

การดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้พิวรีน (Purine) ในร่างกายสูง ซึ่งเมื่อพิวรีนมีระดับสูงขึ้น ร่างกายก็จะผลิตกรดยูริกออกมามากขึ้นเพื่อเผาผลาญพิวรีน มากไปกว่านั้น แอลกอฮอล์ยังจะไปยับยั้งการขับกรดยูริกออกจากร่างกาย ซึ่งจะทำให้มีการสะสมกรดยูริกในร่างกายมากขึ้นจนเสี่ยงที่จะเป็นเกาต์

รับประทานอาหารที่ให้โปรตีนและแคลเซียม

เนื่องจากสารอาหารทั้งสองชนิดนี้มีส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างให้กระดูกและฟันแข็งแรง อาจมีส่วนช่วยบรรเทาอาการปวดข้อ และเสริมให้ข้อต่อแข็งแรง

ใส่ใจกับอาหารการกินให้มากเป็นพิเศษ

ผู้ป่วย โรคเกาต์ ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้

ผู้ป่วย โรคเกาต์ ควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวก

  • น้ำเชื่อม
  • อาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลฟรุกโตส
  • อาหารที่มีไขมันสูง
  • แอลกอฮอล์

ผู้ป่วย โรคเกาต์ ควรจำกัดอาหารจำพวก (รับประทานได้แต่ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม)

  • เนื้อสัตว์
  • อาหารทะเล
  • น้ำผลไม้ที่ให้รสหวานตามธรรมชาติ
  • อาหารที่ปรุงรสด้วยน้ำตาล
  • อาหารที่ปรุงรสด้วยเกลือ
  • ขนมหวานต่าง ๆ

ผู้ป่วย โรคเกาต์ ควรเน้นรับประทานอาหารจำพวก

เมื่อไหร่ควรไปพบคุณหมอ

ถ้าหากคุณสงสัยว่าอาจจะเป็น โรคเกาต์ ควรไปพบคุณหมอ เพราะโรคเกาต์ที่ไม่ได้รับการรักษา อาจเสี่ยงที่จะเกิดอาการปวดอย่างรุนแรง และทำให้ข้อต่อถูกทำลาย มากไปกว่านั้น หากคุณมีอาการปวดเกาต์ขึ้นมาอย่างรุนแรงและกะทันหัน ควรไปพบคุณหมอทันที หรือถ้าหากมีอาการปวดเกาต์ขึ้นมาอย่างรุนแรงและกะทันหัน พร้อมกับมีไข้ มีอาการร้อนที่บริเวณข้อต่อ ควรไปพบคุณหมอในทันที เพราะอาจเป็นไปได้ว่าข้อต่อเกิดการติดเชื้อ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Gout. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/gout/symptoms-causes/syc-20372897.  Accessed  January 28, 2021.

How to prevent gout attacks. https://www.health.harvard.edu/pain/how-to-prevent-gout-attacks.  Accessed  January 28, 2021.

How to Treat Gout Attacks at Home. https://www.webmd.com/arthritis/gout-attacks-at-home.  Accessed  January 28, 2021.

Gout. https://www.nhs.uk/conditions/gout/. Accessed  January 28, 2021.

Managing a Gout Flare. https://www.arthritis.org/diseases/more-about/managing-a-gout-attack.  Accessed  January 28, 2021.

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย Khongrit Somchai
แก้ไขล่าสุด 05/02/2021
x