home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

5 พฤติกรรมช่วยลดหอบหืดกำเริบ 5 ประการ ที่ควรทำให้เป็นนิสัย

5 พฤติกรรมช่วยลดหอบหืดกำเริบ 5 ประการ ที่ควรทำให้เป็นนิสัย

หอบหืด โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ และสามารถเกิดอาการขึ้นได้อย่างฉับพลันและบ่อยครั้ง โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า โรคนี้อาจจะสร้างความลำบากให้กับหลายๆ คน และอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ หากให้การช่วยเหลือไม่ทันท่วงที แต่เราสามารถช่วยป้องกันไม่ให้อาการหอบหืดกำเริบได้หากคุณทำ พฤติกรรมช่วยลดหอบหืดกำเริบ ดังต่อไปนี้

5 พฤติกรรมช่วยลดหอบหืดกำเริบ ที่ควรทำให้เป็นนิสัย

1. กินยาตามคำแนะนำของแพทย์

คุณอาจพบปัญหาการใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำ ซึ่งเป็นเรื่องปกติมาก คนจำนวนมากอาจไม่สามารถกินยาตามคำสั่งได้ เนื่องจากคำแนะนำการใช้ยาอาจซับซ้อน ระยะเวลาการรักษานานเกินไป ราคายาสูงเกินไป หรืออาจลืมกินยาตามเวลา แต่ถ้าคุณมีปัญหาเหล่านี้ ต้องรีบเปลี่ยนพฤติกรรมทันที

การกินยาที่แพทย์สั่งตามเวลาอย่างเคร่งครัด เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาโรคหอบหืด ยาที่คุณรับประทานช่วยควบคุมการกำเริบของโรค ในบางกรณี คุณอาจไม่กินยาเพราะคิดว่าอาการปกติ แต่การที่อาการไม่กำเริบ ไม่ได้หมายความว่าอาการจะไม่เกิดขึ้น

2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายเป็นเรื่องดีต่อสุขภาพเสมอ ถ้าทำอย่างเหมาะสม ถึงแม้คุณจะเป็นโรคหอบหืด คุณก็ยังคงออกกำลังได้ การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยทำให้หัวใจและปอดแข็งแรง และเนื่องจากโรคหอบหืดเกี่ยวข้องกับระบบหายใจ การออกกำลังกายจึงช่วยบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นได้ และสามารถควบคุมโรคที่เกิดขึ้นได้อีกด้วย

แพทย์อาจแนะนำให้คุณออกกำลังกายบางประเภท เพื่อช่วยบรรเทาอาการของโรคหอบหืด คุณจึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำ หากคุณออกกำลังในอากาศเย็น คุณควรใช้หน้ากากปิดจมูก เพื่อทำให้ลมหายใจอุ่น

3. ควบคุมน้ำหนัก

น้ำหนักที่เกินหรือโรคอ้วน อาจทำให้อาการหอบหืดแย่ลง และลดความสามารถในการควบคุมอาการของโรคได้ ผู้ที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ที่ 30 หรือมากกว่า (ระดับปกติอยู่ที่ 18.5-24.9) มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคหอบหืดสูงกว่า น้ำหนักที่มากเกินไปบริเวณหน้าอกและหน้าท้อง ส่งผลต่อปอด และทำให้ไม่สามารถหายใจได้เป็นปกติ นอกจากนี้ เนื้อเยื่อไขมันยังสามารถผลิตสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ ที่ส่งผลต่ออาการของโรคหอบหืด

ผู้ป่วยโรคหอบหืดที่น้ำหนักเกินจะได้รับผลกระทบจากปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่ส่งผลต่ออาการหอบหืด เช่น อาการซึมเศร้า และภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (obstructive sleep apnea) ซึ่งจะเกิดอาการสำลัก กรน และ อ้าปากขณะนอนหลับ

4. หลีกเลี่ยงควัน

ควันกับโรคหอบหืดเป็นของแสลงต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นควันบุหรี่ ควันเทียน ควันไฟ ควันจากพลุ หรือธูปหอม สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดกำเริบได้ การสูบบุหรี่นำไปสู่ปัญหาสุขภาพต่างๆ เช่น มะเร็งปอด โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง มะเร็งลำคอ และปัญหาสุขภาพผิว

หากคุณเป็นโรคหอบหืด และยังคงสูบบุหรี่ ควรเลิกสูบบุหรี่โดยเร็วที่สุด หากคุณได้รับควันบุหรี่จากคนรอบข้าง คุณอาจเกิดอาการหอบหืด ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้สูบบุหรี่ ไม่ว่าจะที่บ้าน ในรถ หรือบริเวณที่คุณอยู่เป็นเวลานาน

5. เก็บกวาดที่อยู่อาศัย

เชื้อรา ไรฝุ่น ขนสัตว์ สามารถกระตุ้นอาการหอบหืดได้ หากคุณมีสัตว์เลี้ยง ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้สัตว์เลี้ยงเข้าห้องนอนของคุณ หรือกักบริเวณสัตว์เลี้ยงไว้ด้านนอก และควรอาบน้ำสัตว์เลี้ยงของคุณเสมอ เพื่อลดสะเก็ดผิวหนังจากสัตว์ที่อาจเข้าไปในระบบหายใจได้

ควรใช้เครื่องปรับอากาศ เพื่อควบคุมความชื้นในอากาศ และกำจัดละอองเกสรต่างๆในอากาศ ทั้งจากหญ้า ต้นไม้ และวัชพืช เครื่องปรับอากาศสามารถช่วยลดการเจอไรฝุ่นได้

เชื้อราอาจะพบได้ในห้องน้ำ ห้องครัว หรือชั้นใต้ดิน ควรทำความสะอาดห้องดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งซ่อมบริเวณที่มีน้ำรั่วซึม และควรสวมหน้ากากปิดปากและจมูกขณะทำความสะอาด หรือซ่อมแซมบริเวณต่างๆ

โรคหอบหืดเป็นโรคเรื้อรังที่คุณจะเป็นไปตลอดชีวิต และอาการของโรคอาจรุนแรงขึ้น การปรับ-เปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ สามารถช่วยคุณจากอาการกำเริบที่รุนแรงและเฉียบพลันได้ คุณจึงควรต้องระมัดระวังตนเอง…และพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ เพื่อการดูแลและป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย ฤทธิศักดิ์ วงศ์วุฒิพงษ์ เมื่อ 03/09/2018
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
x