home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนรับการทดสอบ

การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนรับการทดสอบ

ภูมิแพ้ (Allergy) เป็นภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันมีปฏิกิริยาอย่างรุนแรงต่อสิ่งที่ไม่เป็นอันตราย เช่น ละอองเกสร ขนสัตว์ และอาหารบางชนิด อาการแพ้มีความรุนแรง และในบางครั้งอาจถึงแก่ชีวิตได้ สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้ก็คือ การรับทราบเกี่ยวกับสิ่งที่แพ้ และ การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง เป็นวิธีหนึ่งในการบ่งชี้สารก่อภูมิแพ้ของคุณ

การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง คืออะไร

การทดสอบผิวหนังใช้สารก่อภูมิแพ้ทั่วไปในรูปแบบเข้มข้น แพทย์จะใช้สารก่อภูมิแพ้ที่ผิวหนัง เพื่อดูว่าผิวหนังมีการตอบสนองอย่างไร ผิวหนังอาจมีอาการระคายเคือง และคันเหมือนยุงกัด ข้ออธิบายสำหรับปฏิกิริยาดังกล่าวก็คือ เกิดจากกลไกของระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อคุณสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ ระบบภูมิคุ้มกันจะปล่อยแอนติบอดี้ออกมา จะทำให้เกิดห่วงโซ่ปฏิกิริยาทางเคมี เพื่อต้านสิ่งกระตุ้น ตามปฏิกิริยาของผิวหนังแล้ว แพทย์จะสามารถตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ได้

ประเภทการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง

การทดสอบผิวหนังมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทจะแตกต่างกัน ดังนี้

  • การทดสอบด้วยการสะกิดผิว

การทดสอบด้วยการสะกิดผิว (Scratch test หรือ prick test) เป็นการทดสอบที่ใช้มากที่สุด แพทย์จะทำการตรวจผิวหนังที่แขนหรือหลัง แล้วเช็ดด้วยแอลกอออล์ แล้วแพทย์จะทำเครื่องหมายที่ผิวหนังด้วยปากกา

หลังจากนั้น แพทย์จะหยดสารก่อภูมิแพ้ในแต่ละจุด และทำการสะกิดผิว เพื่อให้สารก่อภูมิแพ้เข้าไปในผิวหนัง การดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การฉีดยา และไม่มีเลือดออก

  • การทดสอบในชั้นผิวหนัง (Intradermal test)

การเตรียมตัวค่อนข้างเหมือนกับการทดสอบด้วยการสะกิดผิวหนัง เว้นแต่ในการทดสอบนี้ จะฉีดสารก่อภูมิแพ้เข้าไปในผิวหนังชั้นนอก

  • การทดสอบด้วยแผ่นแปะ

ในการทดสอบด้วยแผ่นแปะ (Patch Test) นั้น จะใส่สารก่อภูมิแพ้เข้าไปในแผ่นทดสอบ แล้วนำไปติดที่ผิวหนัง โดยปกติแล้ว การทดสอบมักใช้เวลา 30 นาที ซึ่งรวมถึงเวลารอให้ผิวหนังมีปฏิกิริยาตอบสนอง แต่การตรวจด้วยแผ่นทดสอบ ต้องใช้เวลามากกว่า โดยมักต้องเข้าพบแพทย์ 2 ครั้งกว่าจะเสร็จสิ้น เนื่องจากคุณจำเป็นต้องติดแผ่นทดสอบ เป็นเวลาอย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพื่อให้ปฏิกิริยาใดๆ ที่เกิดขึ้นช้าสามารถเกิดขึ้นได้

อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทดสอบ

โดยทั่วไปแล้ว การทดสอบผิวหนังมีความปลอดภัย ผิวหนังของคุณอาจมีอาการระคายเคือง แต่การสัมผัสสารก่อภูมิแพ้มีความจำกัดมาก อาจไม่มีปฏิกิริยาทั่วร่างกายต่อการทดสอบผิวหนัง อย่างไรก็ดี คุณจำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ หากมีอาการไข้ เวียนศีรษะ หายใจลำบาก มีผื่นขึ้นรุนแรง มีอาการบวม หรือกลืนลำบาก

หลังการทดสอบ จะทำความสะอาดสารก่อภูมิแพ้ออกจากผิวหนัง หากมีอาการระคายเคือง หมอจะทำการรักษาเฉพาะที่เพื่อบรรเทาอาการ จากผลการทดสอบ หมอจะได้จัดแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

If You Get Skin Testing for Allergies. http://www.webmd.com/allergies/guide/skin-test?page=1#1. Accessed October 24, 2016.

Allergy Testing. https://www.healthline.com/health/allergy-testing. Accessed November 05, 2019.

If You Get Skin Testing for Allergies. https://www.webmd.com/allergies/skin-test#1. Accessed November 05, 2019.

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
แก้ไขล่าสุด 19/11/2018
x