home

ภูมิแพ้แบบอื่น

โรคภูมิแพ้มีอยู่มากมายหลากหลายชนิด นอกจากโรคภูมิแพ้ที่คนรู้จักกันมาก อย่างภูมิแพ้อาหาร ภูมิแพ้จมูกและตา ภูมิแพ้ผิวหนัง ภูมิแพ้สัตว์และแมลง ยังมี ภูมิแพ้แบบอื่น ที่เราอยากให้คุณได้รู้จัก จะได้รู้เท่าทันและรับมือได้อย่างถูกต้อง

ความรู้ทั่วไป

ภูมิแพ้แบบอื่น

อาการแพ้ส่วนใหญ่มักเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำปฏิกิริยาต้านสิ่งแปลกปลอม จนส่งผลให้เผยออกมาในลักษณะอาการแพ้ต่าง ๆ เช่น การไอ การจาม แต่นอกเหนือรับประทานยาเพื่อรักษาแล้ว ยังมี สารต้านฮิสตามีนจากธรรมชาติ ที่คุณสามารถกินบรรเทาอาการแพ้ได้ด้วย ซึ่งสารเหล่านี้จะมาจากอาหารใดบ้างนั้น ติดตามในบทความของ Hello คุณหมอ วันนี้ ที่นำมาฝากทุกคนกันค่ะ สารต้านฮิสตามีน ทำงานอย่างไร เนื่องจากฮิสตามีนในร่างกาย เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่มักเข้าไปกระตุ้นจนก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ เช่น การจาม คันดวงตา คันในลำคอ ดังนั้น เมื่อเกิดอาการแพ้ เราจึงควรรีบกินยา หรือพ่นสเปรย์ในที่มีสารต้านฮิสตามีนอยู่ภายในเข้าไป เพื่อช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้ โดยสารนี้จะเข้าไปขัดขวางการทำงานของฮิสตามีนที่หลั่งออกมาไม่ให้ไปทำปฏิกิริยาจนเกิดอาการแพ้นั่นเอง 5 สารต้านฮิสตามีนจากธรรมชาติ รักษาอาการภูมิแพ้ ถึงแม้อาการแพ้ จะมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น แพ้ละอองเกสร แพ้อาหาร แพ้ขนสัตว์ แพ้ฝุ่น เป็นต้น แต่หากมีอาการที่ไม่รุนแรงมากนัก คุณอาจสามารถหาซื้ออาหารที่มีส่วนประกอบของสารต้านฮิสตามีนจากธรรมชาติ เหล่านี้ เก็บไว้รับประทานอย่างสม่ำเสมอได้ วิตามินซี วิตามินซีมักอยู่ในผัก และผลไม้หลายชนิด เช่น พริกหวาน บร็อคโคลี แคนตาลูป กะหล่ำ กีวี่ สตรอว์เบอร์รี่ มะเขือเทศ รวมถึงผลไม้ที่รสชาติออกเปรี้ยว อีกทั้งในปัจจุบันก็เริ่มมีผู้ผลิตบางรายหันมานิยมนำผักผลไม้ข้างต้นมาสกัดเป็นอาหารเสริมให้อยู่ในรูปแบบเม็ด และผงชงละลายน้ำ พร้อมปรับกลิ่นไม่ให้เหม็นเขียว เพื่อให้ผู้บริโภครับประทานได้ง่ายขึ้นอีกด้วย โบรมีเลน (Bromelain) สารต้านฮิสตามีนจากธรรมชาติ […]

หัวข้อ ภูมิแพ้แบบอื่น เพิ่มเติม

ภูมิแพ้แบบอื่น

หากคุณลองสังเกตสิ่งรอบตัวให้ดี คุณจะพบว่า เชื้อราสีดำ นี้อาจอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คุณคิด ไม่ว่าจะใต้วอลเปเปอร์ตามผนังบ้านของคุณ พรมเช็ดเท้า หรือแม้กระทั่งในห้องน้ำที่คุณนั้นใช้งานอยู่ทุกวัน ซึ่งการที่คุณเพิกเฉยขาดการสร้างสุขอนามัยที่ดี เชื้อราเหล่านี้ ก็อาจสามารถเข้าไปทำให้คุณเกิดเป็นอาการภูมิแพ้ได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอพาทุกคนมารู้จักกับวิธีป้องกันเบื้องต้นจากเชื้อราสีดำมาฝากทุกคนกันค่ะ เชื้อราสีดำ ตัวการของโรคภูมิแพ้ ที่ควรระวัง เชื้อราสีดำ (Black mold) คือ ราชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะเป็นสีดำ หรือสีเขียวเข้ม เกาะกลุ่มกันอยู่เป็นก้อน และมักเจริญเติบโตลุกลามได้เร็วในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศอบชื้น ซึ่งคุณสามารถพบเห็นได้บ่อยตามพื้น ผนังห้องน้ำ ฝักบัว โต๊ะ เป็นต้น โดยส่วนใหญ่แล้วเชื้อราสีดำอาจไม่ส่งผลอะไรแก่ผู้ที่มีร่างกาย และผู้ที่ภูมิคุ้มกันแข็งแรง แต่กลับส่งผลเสียต่อผู้ที่มีผู้คุ้มกันอ่อนแอ จนนำไปสู่การก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้  หรืออาจรุนแรงแก่ผู้ป่วยที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับโรคหอบหืดเพิ่มเติมได้ เชื้อราสีดำ อันตรายต่อสุขภาพของเรามากแค่ไหน งานวิจัยบางชิ้นชี้ให้เห็นว่าเชื้อราสีดำมีสารพิษที่มีชื่อเรียกว่า ไมโคทอกซิน (Mycotoxin) ที่สามารถส่งผลอันตรายต่อสุขภาพของคุณได้ ดังนี้ อาการปวดศีรษะ เลือดกำเดาไหล อาการแพ้ และคันระคายเคือง ไอแห้ง เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล คล้ายไข้หวัด ผื่นขึ้นตามผิวหนังที่ได้รับการสัมผัส จากการศึกษาในปี 2559 พบว่าเชื้อราสีดำที่อาศัยอยู่ตามซอกภายในบ้านของคุณ อาจทำให้เด็กเล็ก หรือลูกรักเกิดการเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคหอบหืดได้ตั้งแต่เยาว์วัย และยังมีความเชื่อว่าอาจทำให้ทารกแรกเกิดได้รับอันตรายอย่างมากโดยเฉพาะช่องทางเดินหายใจส่วนล่าง หรือเลือดออกภายในช่องปอดได้อีกด้วย วิธีการรักษาเมื่อเกิดอาการภูมิแพ้จากเชื้อราสีดำ เมื่อเช็กอาการข้างต้นแล้วว่าร่างกายของคุณอาจกำลังเข้าสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ คุณอาจสามารถปฏิบัติตามวิธีเหล่านี้ได้ เพื่อรักษาตนเองให้ร่างกายกลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้งก่อนเกิดการเจ็บป่วยขึ้น หาผลิตภัณฑ์ล้างจมูกภายในของคุณ หากคุณมีข้อกังวล หรือข้อสงสัย โปรดปรึกษาเภสัชกรตามร้านขายยาทั่วไปที่มีใบรับรองถึงการเลือกผลิตภัณฑ์ล้างจมูก ซึ่งวิธีนี้จะสามารถลดการอักเสบ และชำระล้างสิ่งสกปรกแปลกปลอมในช่องทางเดินหายใจของคุณได้ในเบื้องต้น […]

ภูมิแพ้แบบอื่น

เนื่องด้วยสภาพอากาศของเมืองไทยที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บางวันก็อบอ้าว บางวันก็ร้อนระอุ ทำให้ร่างกายของเรามักผลิตเหงื่อออกมาอย่างมาก จนทำให้บางคนนั้นเริ่มมีกลิ่นตัว โดยปรกติคนส่วนใหญ่ มักจะเลือกใช้น้ำหอมฉีดเพื่อกลบกลิ่นเหม็นอับอยู่เสมอ แต่ทว่าในบางราย ฉีดไปแล้วกลับส่งผลให้เกิดผดผื่นขึ้น วันนี้ Hello คุณหมอ จึงนำบทความนี้มาให้ทุกคนได้ลองเช็กกันว่า ตนเองกำลังมีอาการเป็นโรคภูมิ แพ้น้ำหอม กันอยู่หรือไม่ มาฝากกันค่ะ อาการ แพ้น้ำหอม คืออะไร อาการแพ้น้ำหอม (Perfume Allergy) สามารถเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อคุณไปสัมผัสด้วยการฉีดพ่นละอองของน้ำหอมตามบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงการสูดดมกลิ่นเข้าไป โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ และผู้ที่มีปฏิกิริยาไวต่อสารเคมีอยู่แต่เดิม เนื่องจากสารประกอบที่เพิ่มความหอม หรือสารปรุงแต่งในน้ำหอมบางชนิดค่อนข้างแรงเกินไป จึงทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานหนักส่งผลเป็นปฏิกิริยาต่าง ๆ เพื่อกำจัดสิ่งที่สร้างความระคายเคืองแก่ระบบภายในของร่างกายเราออกมา ในบางประเทศถึงขั้นใช้นโยบายทางกฏหมายเพื่อจำกัดการใช้น้ำหอมให้ถูกสถานที่ตามกาลเทศะเลยทีเดียว ในปี พ.ศ. 2550 นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียสตานิสลาส (California State University Stanislaus) เริ่มมีอาการผิดปกติบางอย่างขึ้นเมื่อพวกเขาสูดดมน้ำหอมจากเจ้าหน้าที่ภายในมหาวิทยาลัย จนเริ่มมีอาการปวดหัว คลื่นไส้ และไม่สามารถรวบรวมสมาธิที่จะเรียนต่อได้ จึงส่งคำขอสร้างนโยบายในเรื่องนี้โดยให้เจ้าหน้าที่ ครู นักเรียน ทั้งหมดงดการฉีดน้ำหอม สัญญาณเตือนทางร่างกายของอาการ แพ้น้ำหอม สารในน้ำหอมบางประเภท เพียงแค่เราได้กลิ่นผ่าน ๆ ก็อาจทำให้เริ่มมีอาการแพ้ได้ แม้ไม่ได้สัมผัสโดยตรง ซึ่งอาการ หรือสัญญาณเตือนที่ค่อนข้างพบได้บ่อยมี […]

ภูมิแพ้แบบอื่น

เข้าหน้าร้อนแบบนี้ แสงแดดก็ยิ่งแผดแสงแรงจ้าทำให้ร้อนจนแทบจะทนไม่ไหว แต่ไม่ใช่แค่อากาศเท่านั้นที่ร้อน เพราะยังมีอาการทางสุขภาพที่เกิดขึ้นจากแสงดวงอาทิตย์ที่ทำให้ร้อนใจยิ่งกว่า เพราะคุณอาจจะมี อาการแพ้แดด ในช่วงหน้าร้อนนี้ แต่อาการ แพ้แดด เป็นอย่างไร ตามไปดูกันในบทความของ Hello คุณหมอ กันเลยดีกว่า แพ้แดด คืออะไร แพ้แดด (Sun allergy) เป็นอาการที่ระบบภูมิคุ้มกันเกิดปฏิกิริยาเมื่อแสงแดดส่องมากระทบกับผิวหนัง โดยจะทำให้ผิวหนังเกิดผื่นแดง แผลพุพอง และลมพิษ โดยอาการจะแสดงออกเพียงไม่นานหลังจากที่ได้รับแสงแดด ปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้างที่ทำให้แพ้แดด มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่ส่งผลให้เกิดอาการ แพ้แดด ได้แก่ สภาพผิวหนัง ทุกคนสามารถที่จะเกิดอาการแพ้แดดได้ แต่โดยมากแล้วผู้ที่มีอาการแพ้แดดมักจะมีผิวขาว แสงแดดกับสารเคมี บางคนมีอาการ แพ้แดด เนื่องจากผิวหนังได้รับสารบางอย่างก่อนที่จะสัมผัสกับแดด และสารดังกล่าวทำปฏิกิริยาเมื่อได้รับแสงแดด สารดังกล่าวอาจเป็นหนึ่งในสารประกอบของน้ำหอม ครีมกันแดด หรือสารทำความสะอาดฆ่าเชื้อต่าง ๆ  ยารักษาโรค ยาสำหรับใช้ในการรักษาอาการทางสุขภาพบางชนิด มีส่วนทำให้ผิวหนังไวต่อแสงแดด อาจเกิดอาการผิวไหม้แดดได้หลังจากรับประทานยาเข้าไป ตัวยาดังกล่าว เช่น เตตราไซคลีน (Tetracycline) กลุ่มยาซัลฟา (Sulfa-based) ยาบรรเทาอาการปวด เช่น คีโตโปรเฟน (Ketoprofen) มีปัญหาผิวหนังอยู่ก่อนแล้ว โรคผิวหนังชนิดต่าง ๆ ที่เป็นอยู่ มีส่วนที่ทำให้เกิดอาการ แพ้แดด อาการแพ้แดด เป็นอย่างไร ผิวหนังที่มีอาการ แพ้แดด […]

ภูมิแพ้แบบอื่น

ตลอดช่วงปีที่ผ่านมานี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากิจกรรมของมนุษย์ อาทิ การทำอุตสาหกรรม การก่อสร้าง การคมนาคม หรือแม้แต่การปรุงอาหารในครัวเรือนนั้นก่อให้เกิดเป็น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ควันพิษ ฝุ่นธรรมดา ไปจนถึงฝุ่นที่มีอนุภาคขนาดเล็กอย่าง ฝุ่นPM2.5 ในอากาศที่ทั่วโลกต่างต้องเผชิญ ซึ่งมลภาวะทางอากาศดังกล่าวล้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในผู้ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ และผู้ที่มีภาวะเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้ บทความนี้ Hello คุณหมอ มาพร้อม วิธีการดูแลตัวเองจากโรคภูมิแพ้ ที่อาจเกิดจากมลพิษในอากาศ มาฝากกันค่ะ มลพิษภายในอาคาร อันตรายกว่า มลพิษนอกอาคาร จริงหรือ? หลายคนอาจคิดว่า การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันนั้นส่งผลต่อสุขภาพของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้โดยตรง แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่มองข้ามไป คือที่อยู่อาศัยอย่าง “บ้าน” ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ หรือมีโรคประจำตัว เพราะ ปัจจัยก่อภูมิแพ้ใกล้ตัวภายในบ้าน อาจมีมากกว่าที่คุณคิด ทำความรู้จักปัจจัยก่อภูมิแพ้ภายในบ้านที่คุณควรเฝ้าระวัง ไรฝุ่นจากโซฟา ผ้านวม และฟูกเตียงนอน ขนสัตว์เลี้ยง เชื้อรา ควันจากการประกอบอาหาร ควันบุหรี่ การจุดธูป เทียน ฝุ่นบ้าน แมลงสาบ การถ่ายเทอากาศในบ้านไม่ดีพอ สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ ในบางครั้งการใช้ชีวิตประจำวัน อาจต้องเผชิญปัจจัยก่อภูมิแพ้เหล่านี้ ที่เป็นตัวกระตุ้นให้อาการภูมิแพ้รุนแรงขึ้น ก่อให้เกิดเป็นอาการที่มักพบบ่อย เช่น จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล หายใจติดขัด และในบางรายโรคภูมิแพ้อาจกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ลองหันมาดูแลตัวเองด้วย วิธีการดูแลตัวเองจากโรคภูมิแพ้ เหล่านี้ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการโรคภูมิแพ้ การดูแลตัวเองถือเป็นปราการด่านแรกที่จะช่วยให้คุณมีภูมิคุ้มกันต่อปัจจัยกระตุ้นรอบด้าน […]

ภูมิแพ้แบบอื่น

อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่ช่วยให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ แต่นอกจากจะให้พลังงานและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายแล้ว ยังอาจเป็นภัยเงียบที่เราไม่คาดคิดมาก่อนนั่นก็คือ ภูมิแพ้อาหารแฝง ที่สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารแบบเดิมอย่างซ้ำๆนั่นเอง รู้จัก ภูมิแพ้อาหารแฝง (Food Intolerance) ภูมิแพ้อาหารแฝง หรือ Food Intolerance เป็นภาวะของร่างกายที่ไม่สามารถย่อยอาหารบางชนิดได้ตามปกติ ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุที่มักจะพบบ่อยที่สุดนั้นมี 2 ประการ คือ ร่างกายไวต่อสารบางชนิดในอาหาร ตัวอย่างเช่นสารปรุงแต่งในอาหารหรือแม้แต่สารตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นในอาหาร โดยจะมีอาการมากขึ้นก็ต่อเมื่อรับประทานอาหารชนิดนั้นมากเกินไป ร่างกายขาดเอนไซม์ย่อยอาหารชนิดนั้น ส่งผลให้อาหารที่รับประทานไม่สามารถย่อยแล้วดูดซึมนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้อาการของภูมิแพ้อาหารแฝงที่เกิดขึ้นกับระบบการย่อยอาหาร ส่วนใหญ่จะใช้เวลาค่อนข้างนานหลายชั่วโมงกว่าจะแสดงอาการหรืออาจจะนานเป็นวัน ๆ แต่ก็ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบอื่นๆ ของร่างกาย การแพ้อาหารทั่วไปกับภูมิแพ้อาหารแฝง ต่างกันอย่างไร สำหรับอาการแพ้อาหารทั่วไปเมื่อเรารับประทานอาหารที่แพ้ จะมีปฏิกิริยาอาการอย่างเฉียบพลันและค่อนข้างรุนแรง เช่น ริมฝีปากบวม ตาบวม หน้าบวม คันในลำคอ มีผื่นคันขึ้นตามตัว หายใจลำบาก หรืออาจเกิดอาการช็อกได้ ในขณะที่ภูมิแพ้อาหารแฝงจะไม่แสดงอาการแพ้โดยทันที แต่จะเริ่มมีอาการก็ต่อเมื่อรับประทานอาหารชนิดนั้นซ้ำๆ จนร่างกายไม่สามารถกำจัดสารภูมิต้านทานอิสระที่มีปริมาณมากเกินไปได้หมด ทำให้ไปกระตุ้นระบบกลไกที่ก่อให้เกิดการอักเสบตามอวัยวะต่างๆ อย่างต่อเนื่องกลายเป็นอาการเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว เช่น ท้องอืด ท้องเสีย บวมน้ำ ไอเรื้อรัง หรือมีผื่นขึ้นตามตัว เป็นต้น 4 อาการที่บ่งบอกว่าคุณเสี่ยงเป็นภูมิแพ้อาหารแฝง ภูมิแพ้อาหารแฝงมักจะไม่ค่อยแสดงอาการอย่างทันที แต่จะเกิดขึ้นในอีกหลายชั่วโมงหรือหลายวันต่อมา หลังจากที่เรารับประทานอาหารชนิดที่เป็นสาเหตุเข้าไปแล้ว โดยอาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้ ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย ท้องผูก ไอ มีน้ำมูกไหล รู้สึกปวดศีรษะ มีอาการอ่อนเพลีย ครั่นเนื้อครั่นตัว มีผื่นคันหรืออาจเป็นลมพิษได้ การตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง อันดับแรกเราควรจดบันทึกในแต่ละวันว่าได้รับประทานอาหารชนิดใดบ้าง […]

ภูมิแพ้แบบอื่น

อาการคัน หรืออาการคันที่ผิวหนัง โดยทั่วไปได้รับการระบุว่าเป็นอาการไม่สบาย ความรู้สึกระคายเคืองที่ทำให้คุณต้องเริ่มแกะเกา อาการคันอาจเกิดขึ้นจากเหตุผลหลายประการ ซึ่งเหตุผลที่พบได้บ่อยที่สุดก็คือผิวแห้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการคัน มันอาจเกิดขึ้นอย่าปกติธรรมดาหรืออาจเกิดอาการแดงหรือขรุขระหรือมีตุ่มหรือแผลเกิดขึ้น การแกะเกาซ้ำๆอาจจะก่อให้เกิด ผื่นหรือหนังหนาขึ้นบริเวณผิวหนังซึ่งมีแนวโน้มจะเลือดออกหรือติดเชื้อได้ วันนี้ Hello คุณหมอ มาพร้อมกับ ผลิตภัณฑ์สำหรับอาการคัน มาแนะนำกันค่ะ หลายสาเหตุของอาการคันตามผิวหนัง ผิวแห้ง หากไม่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบริเวณที่คัน ผิวหนังแห้งก็อาจเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดอาการคัน ผิวแห้งอาจเกิดขึ้นจากอายุที่เพิ่มขึ้น หรือสิ่งแวดล้อม อาทิ ใช้เครื่องปรับอากาศเป็นระยะเวลานาน หรือใช้ระบบทำความร้อน ล้างมือหรืออาบน้ำมากเกินไป โรคผิวหนัง โรคผิวหนังหลายชนิดอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการคัน ได้แก่ ผื่นผิวหนังอักเสบ กลาก สะเก็ดเงิน เหา อีสุกอีใสและลมพิษ โดยแต่ละโรคอาจแสดงอาการแตกต่างกันไปในแต่ละที่และมีสัญญาณของโรคแตกต่างกันไป ได้แก่ แดง ผิวหนังระคายเคือง หรือผื่นนูน และมีตุ่ม โรคจากภายในร่างกาย โรคจากภายในร่างกาย รวมไปถึงโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น โรคตับ ไตวาย โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ปัญหาไทรอยด์ และมะเร็ง อาจก่อให้เกิดอาการคันตามผิวหนัง อาการคันโดยส่วนใหญ่จะส่งผลกระทบทั่วทั้งร่างกาย ยกเว้นสำหรับการแกะเกาซ้ำๆในบริเวณที่คัน ผิวหนังอาจจะกลับมาเป็นปกติ โรคที่ส่งผลต่อระบบประสาท ขณะที่โรคที่ส่งผลต่อระบบประสาท อาทิ โรคปลอกประสาทเสื่อม เบาหวาน และงูสวัดที่อาจเป็นสาเหตุของอาการคัน ปฏิกิริยาจากอาการแพ้และระคายเคือง อาการระคายเคืองและปฏิกิริยาจากอาการแพ้นั้นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการคันผิวหนัง ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อาทิ ผ้าบางชนิด สารเคมี สบู่ หรือ สสารอื่นๆที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองบริเวณผิวหนังและเป็นสาเหตุของอาการคัน […]

ภูมิแพ้แบบอื่น

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคผิวหนังอักเสบอาจจะเกิดปัญหาทั้งทางร่างกายและทางด้านจิตใจได้มากกว่าที่เป็นอยู่ อาการแทรกซ้อนจากโรคผิวหนังอักเสบ ที่พบได้บ่อยมีดังต่อไปนี้ การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง การติดเชื้อแบคทีเรียนั้นเป็นอาการแทรกซ้อนของโรคผิวหนังอักเสบที่พบได้บ่อย โดยจะมีเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcal หรือ streptococcal เป็นเชื้อแบคทีเรีย 2 ชนิดที่พบได้มากที่สุด ผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบมักจะเกิดการติดเชื้อที่ผิวหนัง เนื่องจากโรคผิวหนังอักเสบนั้นทำให้เกิดรอยแตกบนผิวจากผิวที่แห้งมาก และจากการเกาในบริเวณที่มีอาการคัน นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบนั้นจะมีความสามารถในการต้านเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังที่พบได้บ่อยเหล่านี้น้อยกว่าคนปกติ ทำให้พวกเขามักจะเจอปัญหาฝี รูขุมขนอักเสบ และการติดเชื้อจากโรคผิวหนังอักเสบ แพทย์ผิวหนังมักจะแนะนำให้ใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาการติดเชื้อก่อนที่โรคผิวหนังอักเสบจะรุนแรงขึ้น หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่พบได้มากที่สุดของอาการแทรกซ้อนนี้คือการเกาผิวที่อักเสบ หรือการรักษาอย่างไม่ถูกวิธี สิ่งที่สำคัญคือคุณควรที่จะสังเกตเห็นสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรีย ดังต่อไปนี้ มีน้ำหนองไหลออกจากผิว ผิวแตกเป็นสะเก็ดสีเหลือง มีจุดมีขาวอมเหลืองในบริเวณที่ผิวหนังอักเสบ ผิวเริ่มบวมและมีอาการปวด ร่างกายมีอุณหภูมิสูง (เป็นไข้) รู้สึกไม่สบาย ในบางครั้ง การติดเชื้อแบคทีเรียนั้นอาจจะมีอาการรุนแรง และนำไปสู่การติดเชื้อในกระแสเลือด ทำให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของทารกที่มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อที่ผิวหนังอย่างรุนแรง หากคุณคิดว่าคุณหรือลูกของคุณอาจจะมีอาการแทรกซ้อนนี้ ควรจะปรึกษาแพทย์ในทันที การติดเชื้อไวรัสที่ผิวหนัง ผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบมักจะมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อไวรัสบนผิวหนังบางชนิด โดยเฉพาะ หากผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบติดเชื้อไวรัสเฮอร์พีส์ ซิมเพล็กซ์ (Herpes Simplex Virus) อาจทำให้เกิดสภาวะที่อันตรายอย่าง Eczema Herpeticum หรือการติดเชื้อเริมบนผิวหนัง อาการของปัญหานี้ได้แก่ ผิวหนังอักเสบที่มีอาการปวดจะมีอาการแย่ลงอย่างรวดเร็ว แผลพุพองมีหนองแตก ทิ้งรอยแผลตื้นๆ ไว้ ร่างกายมีอุณหภูมิสูงและมักจะรู้สึกไม่สบาย คุณควรจะติดต่อแพทย์หรือแพทย์ผิวหนังในทันทีหากคุณสงสัยว่าตนเองจะมีสภาวะ Eczema Herpeticum หมายเหตุ: ผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบไม่ควรจะรับวัคซีนโรคฝีดาษที่ได้รับใบอนุญาตในปัจจุบัน เนื่องจากอาจจะมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อที่รุนแรง เรียกว่า Eczema Vaccinatum เชื้อไวรัสที่มีชีวิตอยู่ในวัคซีนโรคฝีดาษนี้สามารถแพร่พันธุ์และลุกลามไปทั่วร่างกายได้ นอกจากนี้ ผู้ที่ใกล้ชิดกันผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบก็ไม่ควรรับวัคซีนโรคฝีดาษเช่นกัน เพราะมีความเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อไวรัสที่มีชีวิตอยู่ในวัคซีนไปสู่ผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบ ผลกระทบทางด้านจิตใจ นอกจากปัญหาทางกายแล้ว โรคผิวหนังอักเสบนั้นอาจจะทำให้เกิดความทุกข์ทางจิตใจได้ งานวิจัยล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเด็กก่อนวัยเรียนที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบ […]

x