ภูมิแพ้แบบอื่น

โรคภูมิแพ้มีอยู่มากมายหลากหลายชนิด นอกจากโรคภูมิแพ้ที่คนรู้จักกันมาก อย่างภูมิแพ้อาหาร ภูมิแพ้จมูกและตา ภูมิแพ้ผิวหนัง ภูมิแพ้สัตว์และแมลง ยังมี ภูมิแพ้แบบอื่น ที่เราอยากให้คุณได้รู้จัก จะได้รู้เท่าทันและรับมือได้อย่างถูกต้อง

เรื่องเด่นประจำหมวด

ภูมิแพ้แบบอื่น

Anaphylaxis คือ ภาวะที่ร่างกายแพ้ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างรุนแรง ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เช่น การแพ้อาหาร ยาง พิษของแมลง หรือแม้กระทั่งวัคซีนโควิด-19 ภาวะแพ้รุนแรงสามารถบรรเทาให้อาการทุเลาลงได้ด้วยการใช้ยา แต่สิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันภาวะแพ้รุนแรงคือหลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งของหรือรับประทานอาหารที่ตัวเองแพ้ คำจำกัดความAnaphylaxis คืออะไร Anaphylaxis คือ ภาวะแพ้รุนแรง เป็นปฏิกิริยาของร่างกายที่แสดงออกเมื่อเกิดอาการแพ้ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างรุนแรง ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาทันเวลา เพราะภาวะแพ้รุนแรงอาจทำให้หายใจไม่ออกและหัวใจหยุดเต้นได้ อย่างไรก็ตาม ภาวะแพ้รุนแรงพบได้ไม่บ่อย และอาจเกิดกับผู้ที่มีประวัติสุขภาพ ดังนี้ เคยมีภาวะนี้มาก่อน เป็นโรคภูมิแพ้หรือโรคหอบหืด มีภาวะสุขภาพบางอย่าง เช่น โรคหัวใจ อาการอาการของ Anaphylaxis โดยปกติ อาการของ Anaphylaxis คือ ร่างกายจะแสดงปฏิกิริยาอย่างรุนแรงภายในไม่กี่นาที หลังสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี อาการอาจแสดงช้ากว่านั้น เช่น ภายในครึ่งชั่วโมง หรือหลังจากสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ไปแล้วหลายชั่วโมง อาการของภาวะแพ้รุนแรงที่อาจพบได้ ประกอบด้วย อาการแพ้ที่ผิวหนัง อาทิ ผื่นลมพิษ ผื่นคัน ผิวซีด หายใจเสียงดังหรือหายใจลำบาก เพราะทางเดินหายใจอุดตัน ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นเร็ว คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องร่วง เวียนศีรษะ เป็นลม ปากบวมหรือคันรอบริมฝีปาก สาเหตุสาเหตุของ Anaphylaxis ภาวะแพ้รุนแรงเกิดจากภูมิแพ้ หรือการการตอบสนองซึ่งผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันต่อสิ่งที่ไม่ใช่เชื้อโรค หรือโดยปกติไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ทั้งนี้ ภาวะแพ้รุนแรงจะเกิดเมื่อสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ซึ่งอาจเป็นส่วนประกอบของสิ่งต่าง ๆ ดังนี้ อาหาร เช่น ถั่ว นม ปลา หอย […]

หัวข้อ ภูมิแพ้แบบอื่น เพิ่มเติม

ภูมิแพ้แบบอื่น

หากคุณลองสังเกตสิ่งรอบตัวให้ดี คุณจะพบว่า เชื้อราสีดำ นี้อาจอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คุณคิด ไม่ว่าจะใต้วอลเปเปอร์ตามผนังบ้านของคุณ พรมเช็ดเท้า หรือแม้กระทั่งในห้องน้ำที่คุณนั้นใช้งานอยู่ทุกวัน ซึ่งการที่คุณเพิกเฉยขาดการสร้างสุขอนามัยที่ดี เชื้อราเหล่านี้ ก็อาจสามารถเข้าไปทำให้คุณเกิดเป็นอาการภูมิแพ้ได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอพาทุกคนมารู้จักกับวิธีป้องกันเบื้องต้นจากเชื้อราสีดำมาฝากทุกคนกันค่ะ เชื้อราสีดำ ตัวการของโรคภูมิแพ้ ที่ควรระวัง เชื้อราสีดำ (Black mold) คือ ราชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะเป็นสีดำ หรือสีเขียวเข้ม เกาะกลุ่มกันอยู่เป็นก้อน และมักเจริญเติบโตลุกลามได้เร็วในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศอบชื้น ซึ่งคุณสามารถพบเห็นได้บ่อยตามพื้น ผนังห้องน้ำ ฝักบัว โต๊ะ เป็นต้น โดยส่วนใหญ่แล้วเชื้อราสีดำอาจไม่ส่งผลอะไรแก่ผู้ที่มีร่างกาย และผู้ที่ภูมิคุ้มกันแข็งแรง แต่กลับส่งผลเสียต่อผู้ที่มีผู้คุ้มกันอ่อนแอ จนนำไปสู่การก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้  หรืออาจรุนแรงแก่ผู้ป่วยที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับโรคหอบหืดเพิ่มเติมได้ เชื้อราสีดำ อันตรายต่อสุขภาพของเรามากแค่ไหน งานวิจัยบางชิ้นชี้ให้เห็นว่าเชื้อราสีดำมีสารพิษที่มีชื่อเรียกว่า ไมโคทอกซิน (Mycotoxin) ที่สามารถส่งผลอันตรายต่อสุขภาพของคุณได้ ดังนี้ อาการปวดศีรษะ เลือดกำเดาไหล อาการแพ้ และคันระคายเคือง ไอแห้ง เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล คล้ายไข้หวัด ผื่นขึ้นตามผิวหนังที่ได้รับการสัมผัส จากการศึกษาในปี 2559 พบว่าเชื้อราสีดำที่อาศัยอยู่ตามซอกภายในบ้านของคุณ อาจทำให้เด็กเล็ก หรือลูกรักเกิดการเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคหอบหืดได้ตั้งแต่เยาว์วัย และยังมีความเชื่อว่าอาจทำให้ทารกแรกเกิดได้รับอันตรายอย่างมากโดยเฉพาะช่องทางเดินหายใจส่วนล่าง หรือเลือดออกภายในช่องปอดได้อีกด้วย วิธีการรักษาเมื่อเกิดอาการภูมิแพ้จากเชื้อราสีดำ เมื่อเช็กอาการข้างต้นแล้วว่าร่างกายของคุณอาจกำลังเข้าสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ คุณอาจสามารถปฏิบัติตามวิธีเหล่านี้ได้ เพื่อรักษาตนเองให้ร่างกายกลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้งก่อนเกิดการเจ็บป่วยขึ้น หาผลิตภัณฑ์ล้างจมูกภายในของคุณ หากคุณมีข้อกังวล หรือข้อสงสัย โปรดปรึกษาเภสัชกรตามร้านขายยาทั่วไปที่มีใบรับรองถึงการเลือกผลิตภัณฑ์ล้างจมูก ซึ่งวิธีนี้จะสามารถลดการอักเสบ และชำระล้างสิ่งสกปรกแปลกปลอมในช่องทางเดินหายใจของคุณได้ในเบื้องต้น […]

ภูมิแพ้แบบอื่น

เนื่องด้วยสภาพอากาศของเมืองไทยที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บางวันก็อบอ้าว บางวันก็ร้อนระอุ ทำให้ร่างกายของเรามักผลิตเหงื่อออกมาอย่างมาก จนทำให้บางคนนั้นเริ่มมีกลิ่นตัว โดยปรกติคนส่วนใหญ่ มักจะเลือกใช้น้ำหอมฉีดเพื่อกลบกลิ่นเหม็นอับอยู่เสมอ แต่ทว่าในบางราย ฉีดไปแล้วกลับส่งผลให้เกิดผดผื่นขึ้น วันนี้ Hello คุณหมอ จึงนำบทความนี้มาให้ทุกคนได้ลองเช็กกันว่า ตนเองกำลังมีอาการเป็นโรคภูมิ แพ้น้ำหอม กันอยู่หรือไม่ มาฝากกันค่ะ อาการ แพ้น้ำหอม คืออะไร อาการแพ้น้ำหอม (Perfume Allergy) สามารถเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อคุณไปสัมผัสด้วยการฉีดพ่นละอองของน้ำหอมตามบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงการสูดดมกลิ่นเข้าไป โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ และผู้ที่มีปฏิกิริยาไวต่อสารเคมีอยู่แต่เดิม เนื่องจากสารประกอบที่เพิ่มความหอม หรือสารปรุงแต่งในน้ำหอมบางชนิดค่อนข้างแรงเกินไป จึงทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานหนักส่งผลเป็นปฏิกิริยาต่าง ๆ เพื่อกำจัดสิ่งที่สร้างความระคายเคืองแก่ระบบภายในของร่างกายเราออกมา ในบางประเทศถึงขั้นใช้นโยบายทางกฏหมายเพื่อจำกัดการใช้น้ำหอมให้ถูกสถานที่ตามกาลเทศะเลยทีเดียว ในปี พ.ศ. 2550 นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียสตานิสลาส (California State University Stanislaus) เริ่มมีอาการผิดปกติบางอย่างขึ้นเมื่อพวกเขาสูดดมน้ำหอมจากเจ้าหน้าที่ภายในมหาวิทยาลัย จนเริ่มมีอาการปวดหัว คลื่นไส้ และไม่สามารถรวบรวมสมาธิที่จะเรียนต่อได้ จึงส่งคำขอสร้างนโยบายในเรื่องนี้โดยให้เจ้าหน้าที่ ครู นักเรียน ทั้งหมดงดการฉีดน้ำหอม สัญญาณเตือนทางร่างกายของอาการ แพ้น้ำหอม สารในน้ำหอมบางประเภท เพียงแค่เราได้กลิ่นผ่าน ๆ ก็อาจทำให้เริ่มมีอาการแพ้ได้ แม้ไม่ได้สัมผัสโดยตรง ซึ่งอาการ หรือสัญญาณเตือนที่ค่อนข้างพบได้บ่อยมี […]

ภูมิแพ้แบบอื่น

เข้าหน้าร้อนแบบนี้ แสงแดดก็ยิ่งแผดแสงแรงจ้าทำให้ร้อนจนแทบจะทนไม่ไหว แต่ไม่ใช่แค่อากาศเท่านั้นที่ร้อน เพราะยังมีอาการทางสุขภาพที่เกิดขึ้นจากแสงดวงอาทิตย์ที่ทำให้ร้อนใจยิ่งกว่า เพราะคุณอาจจะมี อาการแพ้แดด ในช่วงหน้าร้อนนี้ แต่อาการ แพ้แดด เป็นอย่างไร ตามไปดูกันในบทความของ Hello คุณหมอ กันเลยดีกว่า แพ้แดด คืออะไร แพ้แดด (Sun allergy) เป็นอาการที่ระบบภูมิคุ้มกันเกิดปฏิกิริยาเมื่อแสงแดดส่องมากระทบกับผิวหนัง โดยจะทำให้ผิวหนังเกิดผื่นแดง แผลพุพอง และลมพิษ โดยอาการจะแสดงออกเพียงไม่นานหลังจากที่ได้รับแสงแดด ปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้างที่ทำให้แพ้แดด มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่ส่งผลให้เกิดอาการ แพ้แดด ได้แก่ สภาพผิวหนัง ทุกคนสามารถที่จะเกิดอาการแพ้แดดได้ แต่โดยมากแล้วผู้ที่มีอาการแพ้แดดมักจะมีผิวขาว แสงแดดกับสารเคมี บางคนมีอาการ แพ้แดด เนื่องจากผิวหนังได้รับสารบางอย่างก่อนที่จะสัมผัสกับแดด และสารดังกล่าวทำปฏิกิริยาเมื่อได้รับแสงแดด สารดังกล่าวอาจเป็นหนึ่งในสารประกอบของน้ำหอม ครีมกันแดด หรือสารทำความสะอาดฆ่าเชื้อต่าง ๆ  ยารักษาโรค ยาสำหรับใช้ในการรักษาอาการทางสุขภาพบางชนิด มีส่วนทำให้ผิวหนังไวต่อแสงแดด อาจเกิดอาการผิวไหม้แดดได้หลังจากรับประทานยาเข้าไป ตัวยาดังกล่าว เช่น เตตราไซคลีน (Tetracycline) กลุ่มยาซัลฟา (Sulfa-based) ยาบรรเทาอาการปวด เช่น คีโตโปรเฟน (Ketoprofen) มีปัญหาผิวหนังอยู่ก่อนแล้ว โรคผิวหนังชนิดต่าง ๆ ที่เป็นอยู่ มีส่วนที่ทำให้เกิดอาการ แพ้แดด อาการแพ้แดด เป็นอย่างไร ผิวหนังที่มีอาการ แพ้แดด […]

ภูมิแพ้แบบอื่น

ตลอดช่วงปีที่ผ่านมานี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากิจกรรมของมนุษย์ อาทิ การทำอุตสาหกรรม การก่อสร้าง การคมนาคม หรือแม้แต่การปรุงอาหารในครัวเรือนนั้นก่อให้เกิดเป็น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ควันพิษ ฝุ่นธรรมดา ไปจนถึงฝุ่นที่มีอนุภาคขนาดเล็กอย่าง ฝุ่นPM2.5 ในอากาศที่ทั่วโลกต่างต้องเผชิญ ซึ่งมลภาวะทางอากาศดังกล่าวล้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในผู้ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ และผู้ที่มีภาวะเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้ บทความนี้ Hello คุณหมอ มาพร้อม วิธีการดูแลตัวเองจากโรคภูมิแพ้ ที่อาจเกิดจากมลพิษในอากาศ มาฝากกันค่ะ มลพิษภายในอาคาร อันตรายกว่า มลพิษนอกอาคาร จริงหรือ? หลายคนอาจคิดว่า การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันนั้นส่งผลต่อสุขภาพของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้โดยตรง แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่มองข้ามไป คือที่อยู่อาศัยอย่าง “บ้าน” ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ หรือมีโรคประจำตัว เพราะ ปัจจัยก่อภูมิแพ้ใกล้ตัวภายในบ้าน อาจมีมากกว่าที่คุณคิด ทำความรู้จักปัจจัยก่อภูมิแพ้ภายในบ้านที่คุณควรเฝ้าระวัง ไรฝุ่นจากโซฟา ผ้านวม และฟูกเตียงนอน ขนสัตว์เลี้ยง เชื้อรา ควันจากการประกอบอาหาร ควันบุหรี่ การจุดธูป เทียน ฝุ่นบ้าน แมลงสาบ การถ่ายเทอากาศในบ้านไม่ดีพอ สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ ในบางครั้งการใช้ชีวิตประจำวัน อาจต้องเผชิญปัจจัยก่อภูมิแพ้เหล่านี้ ที่เป็นตัวกระตุ้นให้อาการภูมิแพ้รุนแรงขึ้น ก่อให้เกิดเป็นอาการที่มักพบบ่อย เช่น จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล หายใจติดขัด และในบางรายโรคภูมิแพ้อาจกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ลองหันมาดูแลตัวเองด้วย วิธีการดูแลตัวเองจากโรคภูมิแพ้ เหล่านี้ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการโรคภูมิแพ้ การดูแลตัวเองถือเป็นปราการด่านแรกที่จะช่วยให้คุณมีภูมิคุ้มกันต่อปัจจัยกระตุ้นรอบด้าน […]

ภูมิแพ้แบบอื่น

อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่ช่วยให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ แต่นอกจากจะให้พลังงานและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายแล้ว ยังอาจเป็นภัยเงียบที่เราไม่คาดคิดมาก่อนนั่นก็คือ ภาวะภูมิแพ้อาหารแฝง ที่สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารแบบเดิมอย่างซ้ำๆนั่นเอง รู้จัก ภาวะภูมิแพ้อาหารแฝง (Food Intolerance) ภูมิแพ้อาหารแฝง หรือ Food Intolerance เป็นภาวะของร่างกายที่ไม่สามารถย่อยอาหารบางชนิดได้ตามปกติ ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุที่มักจะพบบ่อยที่สุดนั้นมี 2 ประการ คือ ร่างกายไวต่อสารบางชนิดในอาหาร ตัวอย่างเช่นสารปรุงแต่งในอาหารหรือแม้แต่สารตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นในอาหาร โดยจะมีอาการมากขึ้นก็ต่อเมื่อรับประทานอาหารชนิดนั้นมากเกินไป ร่างกายขาดเอนไซม์ย่อยอาหารชนิดนั้น ส่งผลให้อาหารที่รับประทานไม่สามารถย่อยแล้วดูดซึมนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้อาการของภูมิแพ้อาหารแฝงที่เกิดขึ้นกับระบบการย่อยอาหาร ส่วนใหญ่จะใช้เวลาค่อนข้างนานหลายชั่วโมงกว่าจะแสดงอาการหรืออาจจะนานเป็นวัน ๆ แต่ก็ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบอื่นๆ ของร่างกาย การแพ้อาหารทั่วไปกับภูมิแพ้อาหารแฝง ต่างกันอย่างไร สำหรับอาการแพ้อาหารทั่วไปเมื่อเรารับประทานอาหารที่แพ้ จะมีปฏิกิริยาอาการอย่างเฉียบพลันและค่อนข้างรุนแรง เช่น ริมฝีปากบวม ตาบวม หน้าบวม คันในลำคอ มีผื่นคันขึ้นตามตัว หายใจลำบาก หรืออาจเกิดอาการช็อกได้ ในขณะที่ภูมิแพ้อาหารแฝงจะไม่แสดงอาการแพ้โดยทันที แต่จะเริ่มมีอาการก็ต่อเมื่อรับประทานอาหารชนิดนั้นซ้ำๆ จนร่างกายไม่สามารถกำจัดสารภูมิต้านทานอิสระที่มีปริมาณมากเกินไปได้หมด ทำให้ไปกระตุ้นระบบกลไกที่ก่อให้เกิดการอักเสบตามอวัยวะต่างๆ อย่างต่อเนื่องกลายเป็นอาการเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว เช่น ท้องอืด ท้องเสีย บวมน้ำ ไอเรื้อรัง หรือมีผื่นขึ้นตามตัว เป็นต้น 4 อาการที่บ่งบอกว่าคุณเสี่ยงเป็นภูมิแพ้อาหารแฝง ภูมิแพ้อาหารแฝง มักจะไม่ค่อยแสดงอาการอย่างทันที แต่จะเกิดขึ้นในอีกหลายชั่วโมงหรือหลายวันต่อมา หลังจากที่เรารับประทานอาหารชนิดที่เป็นสาเหตุเข้าไปแล้ว โดยอาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้ ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย […]

ภูมิแพ้แบบอื่น

ภูมิแพ้ยา (Drug Allergy) หรือการแพ้ยา หมายถึง ปฏิกิริยาที่ไม่ปกติของระบบภูมิคุ้มกันต่อยา ยาใด ๆ รวมถึงยาที่ซื้อเองตามร้าน ยาตามคำสั่งแพทย์หรือสมุนไพรอาจจะทำให้แพ้ยาได้ คำจำกัดความภูมิแพ้ยา คืออะไร ภูมิแพ้ยา หรือการแพ้ยา (Drug allergy) หมายถึง ปฏิกิริยาที่ไม่ปกติของระบบภูมิคุ้มกันต่อยาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นยาที่ซื้อเองตามร้าน ยาตามคำสั่งแพทย์ หรือสมุนไพร ก็อาจทำให้แพ้ยาได้ อาการแพ้ยาอาจจะแตกต่างกันในแต่ละคน อาการทั่วไปของการแพ้ยา คือ ลมพิษ เป็นผื่นคัน หรือเป็นไข้ มีอาการรุนแรงรวมถึงปฎิกิริยาภูมิแพ้เฉียบพลันรุนแรง อาการช็อก และความดันโลหิตต่ำลงทันที และหลอดลมรัดตัวแน่น การแพ้ยาไมใช่ผลข้างเคียงของยาและไม่ใช่สถานะที่เกิดจากการรับประทานยาเกินขนาด ภูมิแพ้ยาพบได้บ่อยแค่ไหน ภูมิแพ้ยา หรืออาการแพ้ยาสามารถเกิดได้กับทุกคน แต่โชคร้ายที่ไม่มีวิธีการตรวจสอบว่าคุณแพ้ยาหรือไม่ ในหลายกรณี คนไข้ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการแพ้ยาหลังจากใช้ยานั้น ภูมิแพ้ยาสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อาการอาการของภูมิแพ้ยา อาการของการแพ้ยาโดยมากจะเกิดขึ้นภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากรับประทานยา อาการทั่วไปของการแพ้ยา คือ เป็นผื่นที่ผิวหนัง ลมพิษ คัน เป็นไข้ บวม หายใจไม่อิ่ม หายใจลำบากและมีเสียงฟืดฟาดหรือฮืดฮาด น้ำมูกไหล คันตา น้ำตาไหล ยาบางประเภทอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงในบางคน อาการที่รุนแรงมากขึ้นดังต่อไปนี้ จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ทันที หัวใจหรือชีพจรเต้นเร็ว หลอดลมรัดแน่นและลำคอจุก หายใจลำบาก มีความกังวลหรือวิงเวียนศีรษะ เสียสติ ลมพิษ หรือหายใจลำบาก อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาของการแพ้ยาอาจเกิดขึ้นหลายวันถึงหลายสัปดาห์หลังจากรับยา หรือเกิดขึ้นต่อเนื่องแม้จะหยุดใช้ยาแล้ว อาการจากภูมิแพ้ยาที่มักเกิดขึ้นในระยะยาว ได้แก่ เป็นไข้ ปวดข้อ เป็นผื่น บวม และคลื่นไส้ โลหิตจาง เมื่อเม็ดเลือดแดงลดลงจะทำให้เหนื่อยล้า […]

ภูมิแพ้แบบอื่น

อาการคัน หรืออาการคันที่ผิวหนัง โดยทั่วไปได้รับการระบุว่าเป็นอาการไม่สบาย ความรู้สึกระคายเคืองที่ทำให้คุณต้องเริ่มแกะเกา อาการคันอาจเกิดขึ้นจากเหตุผลหลายประการ ซึ่งเหตุผลที่พบได้บ่อยที่สุดก็คือผิวแห้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการคัน มันอาจเกิดขึ้นอย่าปกติธรรมดาหรืออาจเกิดอาการแดงหรือขรุขระหรือมีตุ่มหรือแผลเกิดขึ้น การแกะเกาซ้ำๆอาจจะก่อให้เกิด ผื่นหรือหนังหนาขึ้นบริเวณผิวหนังซึ่งมีแนวโน้มจะเลือดออกหรือติดเชื้อได้ วันนี้ Hello คุณหมอ มาพร้อมกับ ผลิตภัณฑ์สำหรับอาการคัน มาแนะนำกันค่ะ หลายสาเหตุของอาการคันตามผิวหนัง ผิวแห้ง หากไม่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบริเวณที่คัน ผิวหนังแห้งก็อาจเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดอาการคัน ผิวแห้งอาจเกิดขึ้นจากอายุที่เพิ่มขึ้น หรือสิ่งแวดล้อม อาทิ ใช้เครื่องปรับอากาศเป็นระยะเวลานาน หรือใช้ระบบทำความร้อน ล้างมือหรืออาบน้ำมากเกินไป โรคผิวหนัง โรคผิวหนังหลายชนิดอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการคัน ได้แก่ ผื่นผิวหนังอักเสบ กลาก สะเก็ดเงิน เหา อีสุกอีใสและลมพิษ โดยแต่ละโรคอาจแสดงอาการแตกต่างกันไปในแต่ละที่และมีสัญญาณของโรคแตกต่างกันไป ได้แก่ แดง ผิวหนังระคายเคือง หรือผื่นนูน และมีตุ่ม โรคจากภายในร่างกาย โรคจากภายในร่างกาย รวมไปถึงโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น โรคตับ ไตวาย โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ปัญหาไทรอยด์ และมะเร็ง อาจก่อให้เกิดอาการคันตามผิวหนัง อาการคันโดยส่วนใหญ่จะส่งผลกระทบทั่วทั้งร่างกาย ยกเว้นสำหรับการแกะเกาซ้ำๆในบริเวณที่คัน ผิวหนังอาจจะกลับมาเป็นปกติ โรคที่ส่งผลต่อระบบประสาท ขณะที่โรคที่ส่งผลต่อระบบประสาท อาทิ โรคปลอกประสาทเสื่อม เบาหวาน และงูสวัดที่อาจเป็นสาเหตุของอาการคัน ปฏิกิริยาจากอาการแพ้และระคายเคือง อาการระคายเคืองและปฏิกิริยาจากอาการแพ้นั้นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการคันผิวหนัง ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อาทิ ผ้าบางชนิด สารเคมี สบู่ หรือ สสารอื่นๆที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองบริเวณผิวหนังและเป็นสาเหตุของอาการคัน […]

ภูมิแพ้แบบอื่น

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคผิวหนังอักเสบอาจจะเกิดปัญหาทั้งทางร่างกายและทางด้านจิตใจได้มากกว่าที่เป็นอยู่ อาการแทรกซ้อนจากโรคผิวหนังอักเสบ ที่พบได้บ่อยมีดังต่อไปนี้ การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง การติดเชื้อแบคทีเรียนั้นเป็นอาการแทรกซ้อนของโรคผิวหนังอักเสบที่พบได้บ่อย โดยจะมีเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcal หรือ streptococcal เป็นเชื้อแบคทีเรีย 2 ชนิดที่พบได้มากที่สุด ผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบมักจะเกิดการติดเชื้อที่ผิวหนัง เนื่องจากโรคผิวหนังอักเสบนั้นทำให้เกิดรอยแตกบนผิวจากผิวที่แห้งมาก และจากการเกาในบริเวณที่มีอาการคัน นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบนั้นจะมีความสามารถในการต้านเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังที่พบได้บ่อยเหล่านี้น้อยกว่าคนปกติ ทำให้พวกเขามักจะเจอปัญหาฝี รูขุมขนอักเสบ และการติดเชื้อจากโรคผิวหนังอักเสบ แพทย์ผิวหนังมักจะแนะนำให้ใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาการติดเชื้อก่อนที่โรคผิวหนังอักเสบจะรุนแรงขึ้น หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่พบได้มากที่สุดของอาการแทรกซ้อนนี้คือการเกาผิวที่อักเสบ หรือการรักษาอย่างไม่ถูกวิธี สิ่งที่สำคัญคือคุณควรที่จะสังเกตเห็นสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรีย ดังต่อไปนี้ มีน้ำหนองไหลออกจากผิว ผิวแตกเป็นสะเก็ดสีเหลือง มีจุดมีขาวอมเหลืองในบริเวณที่ผิวหนังอักเสบ ผิวเริ่มบวมและมีอาการปวด ร่างกายมีอุณหภูมิสูง (เป็นไข้) รู้สึกไม่สบาย ในบางครั้ง การติดเชื้อแบคทีเรียนั้นอาจจะมีอาการรุนแรง และนำไปสู่การติดเชื้อในกระแสเลือด ทำให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของทารกที่มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อที่ผิวหนังอย่างรุนแรง หากคุณคิดว่าคุณหรือลูกของคุณอาจจะมีอาการแทรกซ้อนนี้ ควรจะปรึกษาแพทย์ในทันที การติดเชื้อไวรัสที่ผิวหนัง ผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบมักจะมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อไวรัสบนผิวหนังบางชนิด โดยเฉพาะ หากผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบติดเชื้อไวรัสเฮอร์พีส์ ซิมเพล็กซ์ (Herpes Simplex Virus) อาจทำให้เกิดสภาวะที่อันตรายอย่าง Eczema Herpeticum หรือการติดเชื้อเริมบนผิวหนัง อาการของปัญหานี้ได้แก่ ผิวหนังอักเสบที่มีอาการปวดจะมีอาการแย่ลงอย่างรวดเร็ว แผลพุพองมีหนองแตก ทิ้งรอยแผลตื้นๆ ไว้ ร่างกายมีอุณหภูมิสูงและมักจะรู้สึกไม่สบาย คุณควรจะติดต่อแพทย์หรือแพทย์ผิวหนังในทันทีหากคุณสงสัยว่าตนเองจะมีสภาวะ Eczema Herpeticum หมายเหตุ: ผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบไม่ควรจะรับวัคซีนโรคฝีดาษที่ได้รับใบอนุญาตในปัจจุบัน เนื่องจากอาจจะมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อที่รุนแรง เรียกว่า Eczema Vaccinatum เชื้อไวรัสที่มีชีวิตอยู่ในวัคซีนโรคฝีดาษนี้สามารถแพร่พันธุ์และลุกลามไปทั่วร่างกายได้ นอกจากนี้ ผู้ที่ใกล้ชิดกันผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบก็ไม่ควรรับวัคซีนโรคฝีดาษเช่นกัน เพราะมีความเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อไวรัสที่มีชีวิตอยู่ในวัคซีนไปสู่ผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบ ผลกระทบทางด้านจิตใจ นอกจากปัญหาทางกายแล้ว โรคผิวหนังอักเสบนั้นอาจจะทำให้เกิดความทุกข์ทางจิตใจได้ งานวิจัยล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเด็กก่อนวัยเรียนที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบ […]

ภูมิแพ้แบบอื่น

คำจำกัดความภูมิแพ้เชื้อรา (Mold allergy) เชื้อราเป็นเชื้อขนาดเล็กที่มีสปอร์แพร่กระจายไปตามอากาศ เชื้อราชอบสิ่งแวดล้อมที่ชื้นและต้องการสิ่งต่างๆ สี่ประการเพื่อเจริญเติบโต ได้แก่ อาหาร อากาศ อุณหภูมิที่เหมาะสม และน้ำ เชื้อราสามารถพบได้นอกบ้าน ในบ้าน และในสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ทุกคนมีการหายใจเอาสปอร์เชื้อราในอากาศเข้าไป แต่บางคนมีอาการแพ้หรืออาการหอบหืด (Asthma Symptoms) หากได้รับเชื้อรามากเกินไป ภาวะนี่้เรียกว่า แพ้เชื้อรา (Mold Allergy) หากมีภาวะแพ้เชื้อรา ระบบภูมิคุ้มกันมีปฏิกิริยามากเกินไป เมื่อหายใจสปอร์เชื้อราในอากาศเข้า ภาวะแพ้เชื้อราสามารถทำให้ไอ ทำให้คันดวงตา (Eyes Itch) และทำให้เกิดอาการอื่นๆ ที่ทำให้รู้สึกทรมาน ในผู้ป่วยบางรายนั้น ภาวะแพ้เชื้อราสัมพันธ์กับหอบหืด (Asthma) และการสัมผัสเชื้อราทำให้หายใจติดขัดและอาการอื่นๆ เกี่ยวกับทางเดินหายใจ พบได้บ่อยเพียงใด โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อาการอาการของ ภูมิแพ้เชื้อรา  ภูมิแพ้เชื้อรา ทำให้เกิดสัญญาณเตือนและอาการเช่นเดียวกันกับการเกิดขึ้นในภูมิแพ้เกี่ยวกับทางเดินหายใจส่วนบนประเภทอื่นๆ สัญญาณเตือนและอาการของเยื่อจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) ที่เกิดจากแพ้เชื้อรา ได้แก่ จาม (Sneezing) น้ำมูกไหลหรือคัดจมูก ไอและมีของเหลวหลังโพรงจมูก มีอาการคันที่ดวงตา จมูก และคอ น้ำตาไหล ผิวหนังแห้งและลอก อาการแพ้เชื้อรา มีความหลากหลายในแต่ละบุคคลและมีอาการตั้งแต่ไม่รุนแรงจนถึงรุนแรง คุณอาจมีอาการทั้งปีหรืออาการที่กำเริบเพียงในบางช่วงเวลาของปี คุณอาจสังเกตเห็นอาการต่างๆ เมื่ออากาศชื้นหรือเมื่ออยู่ในพื้นที่ภายในหรือภายนอกที่มีความหนาแน่นของเชื้อรามาก แพ้เชื้อราและหอบหืด หากคุณมีอาการแพ้เชื้อราและหอบหืด อาการหอบหืดอาจกระตุ้นโดยการสัมผัสสปอร์เชื้อรา ในผู้ป่วยบางรายนั้น การสัมผัสเชื้อราบางชนิดสามารถทำให้เกิดอาการหอบหืดที่รุนแรง สัญญาณเตือนและอาการของหอบหืด ได้แก่ ไอ หายใจมีเสียง หายใจลำบาก (Shortness Of […]

ภูมิแพ้แบบอื่น

คำจำกัดความโรคแองจีโออีดีมา คืออะไร โรคแองจีโออีดีมา (Angioedema) เป็นอาการบวมภายใต้ผิวหนังที่เกิดจากการแพ้ มีอาการคล้ายลมพิษ เพียงแต่ลมพิษมีจะมีอาการแค่ที่บริเวณพื้นผิวของผิวหนังและทำให้เกิดอาการคัน ในระหว่างการมีอาการแพ้ ร่างกายจะมีปฏิกริยากับสารก่อภูมิแพ้ (สารที่ทำให้ร่างกายเกิดปฏิกริยา) โดยการปล่อยสารฮีสทามีนในการสูบฉีดเลือด โรคแองจีโออีดีมาสามารถมีผลกระทบกับริมฝีปากและรอบดวงตา ในกรณีที่รุนแรง โรคแองจีโออีดีมาทำให้ลิ้นและคอบวมซึ่งทำให้หายใจลำบาก จึงจำเป็นต้องมีการบำบัดและใช้ยารักษา โรคแองจีโออีดีมาพบบ่อยแค่ไหน โรคแองจีโออีดีมาเป็นโรคที่พบได้ทั่วไป ประมาณ 15% ถึง 20% ของคนทั่วไปต้องเคยเป็นโรคลมพิษหรือโรคแองจีโออีดีมาสักครั้งหนึ่ง โรคนี้เกิดขึ้นได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อาการอาการของโรคแองจีโออีดีมาเป็นอย่างไร อาการหลักของโรคคืออาการบวมลึกลงไปที่ใต้ผิวหนัง บางครั้งอาจเป็นรอยแดง และมีอาการปวด อาการบวมที่จุดใดจุดหนึ่งมักยาวนานแค่เพียงหนึ่งหรือสองวัน แต่อาการบวมที่เปลี่ยนที่ไปมักยาวนานหลายวันหรือเป็นเรื้อรัง โรคแองจีโออีดีมาเรื้อรังแม้จะทำให้ไม่ค่อยสบายตัวและทำให้แสบคันแต่ไม่เกิดอาการรุนแรงนัก โรคแองจีโออีดีมาสามารถเกิดขึ้นบนส่วนใดของร่างกายก็ได้ แต่มักจะเกิดที่รอบดวงตา ริมฝีปาก ลิ้น และคอ หากเกิดอาการภายนอกร่างกายนั้นจะไม่เป็นอันตราย แต่โรคนี้อาจเกิดอาการภายในร่างกายได้เช่นกัน เช่น ในลำไส้ หรือปอด (ทางเดินลมหายใจ) ซึ่งทำให้หายลำบาก และอาจเกิดอาการรุนแรงและเป็นอันตราย อาจมีอาการอื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง หากมีอาการใดควรไปหาแพทย์ ควรพบหมอเมื่อใดอาการที่ไม่รุนแรงไม่จำเป็นต้องใช้การรักษา แต่ต้องรักษาอาการที่รุนแรงมาก โปรดปรึกษาแพทย์หากว่ามีอาการยาวนานหลายวัน หายใจลำบาก หรือมีอาการแย่ลง สาเหตุมักเกิดจากการแพ้ยา การรับประทานอาหารที่ไม่เคยรับประทาน หรือใช้น้ำหอมใหม่ แต่การใช้ยาหรืออาหารที่เคยใช้ก็อาจส่งผลในภายหลังเช่นกัน โรคแองจีโออีดีมาไม่สามารถตรวจจับและไม่ใช่อาการติดเชื้อ ถึงแม้ว่าการติดเชื้ออาจเป็นสาเหตุหนึ่ง แต่โรคนี้มักจะเกิดจากพันธุกรรมมากกว่า ปัจจัยเสี่ยงมีหลายปัจจัยที่เสี่ยงในการเป็นโรคแองจีโออีดีมา เช่น การแพ้อาหารและสารเคมี ระบบภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เช่น ลูปัส (Lupus) มะเร็งเม็ดเลือดขาว และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มีสมาชิกครอบครัวที่เป็นโรคแองจีโออีดีมา การวินิจฉัยและการรักษาโรคข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่คำแนะนำในการใช้ยา โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อข้อมูลเพิ่มเติม การวินิจฉัยโรคแองจีโออีดีมา แพทย์จะตรวจสอบอาการบวมของผิวและความอ่อนนุ่มของอาการบวมก่อนการวินิจฉัยเบื้องต้น […]