มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 07/05/2020 . 5 mins read
Share now

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer) เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่เกิดในกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นอวัยวะรูปทรงคล้ายบอลลูนที่อยู่บริเวณอุ้งเชิงกราน และเป็นที่กักเก็บน้ำปัสสาวะของคุณเอาไว้

คำจำกัดความ

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ คืออะไร

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะคือมะเร็งชนิดหนึ่ง ที่เกิดในกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นอวัยวะรูปทรงคล้ายบอลลูนที่อยู่บริเวณอุ้งเชิงกราน และเป็นที่กักเก็บน้ำปัสสาวะของคุณเอาไว้ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะมักเริ่มเกิดที่เซลล์ภายในกระเพาะปัสสาวะ

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะส่วนใหญ่จะได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรก ๆ ซึ่งยังเป็นระยะที่รักษาได้อยู่ แต่มะเร็งกระเพาะปัสสาวะระยะเริ่มแรกก็อาจกลับมาเป็นซ้ำได้อีก ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่รับการรักษามะเร็งกระเพาะปัสสาวะแล้วจึงต้องเข้ารับการตรวจและติดตามผลการรักษาเป็นระยะต่อเนื่องอีกหลายปีหลังการรักษา เพื่อตรวจสอบว่ากลับมาเป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะซ้ำหรือไม่

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ พบบ่อยแค่ไหน

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะพบได้บ่อยในผู้สูงวัย  แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย อย่างไรก็ตาม ภาวะนี้สามารถจัดการได้ด้วยการลดความเสี่ยงในการเกิดโรค โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

ผู้ที่เป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะจะมีเลือดปนออกมาในปัสสาวะ โดยมีอาการปวดแสบขณะปัสสาวะ มีหลายอาการที่บ่งบอกถึงโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้ เช่น อาการอ่อนเพลีย น้ำหนักลด และการสูญเสียความหนาแน่นของกระดูก แต่อาการเหล่านี้ก็บ่งบอกถึงโรคอื่น ๆ ได้ ดังนั้นคุณจึงควรใส่ใจกับอาการจำเพาะต่างๆ ของโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งได้แก่

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

การได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถยับยั้งไม่ให้อาการแย่ลงและสามารถป้องกันการเกิดอาการฉุกเฉินได้ คุณจึงควรแจ้งแพทย์ให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการที่ร้ายแรงขึ้น หากคุณมีสัญญาณหรืออาการตามที่ระบุไว้ข้างต้น หรือมีคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

ผู้เชี่ยวชาญยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ แต่โรคมะเร็งปัสสาวะจะเกิดขึ้นเมื่อมีเซลล์ที่ผิดปกติเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถควบคุมได้ และรุกรานไปยังเนื้อเยื่ออื่นๆ

นอกจากนี้ แพทย์จะแบ่งมะเร็งกระเพาะปัสสาวะเป็น 3 ชนิดหลักๆ ได้แก่

  • มะเร็งเยื่อบุกรวยไต เป็นมะเร็งบริเวณกระเพาะปัสสาวะที่พบมากที่สุด โดยจะเริ่มเกิดที่ transitional cell ในบริเวณเยื่อบุชั้นในของกระเพาะปัสสาวะ โดย transitional cell จะเปลี่ยนรูปร่างโดยไม่ได้เกิดความเสียหายเมื่อเนื้อเยื่อยืดตัวออก
  • มะเร็งที่เซลล์สความัส (Squamous cell carcinoma) มะเร็งชนิดนี้จะเกิดบริเวณเซลล์รูปสี่เหลี่ยมที่บางและแบนซึ่งอยู่ในกระเพาะปัสสาวะหลังจากมีการติดเชื้อเรื้อรังที่กระเพาะปัสสาวะหรือเกิดการระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะเป็นเวลานาน
  • มะเร็งชนิดต่อม มะเร็งชนิดนี้จะเกิดบริเวณเซลล์ต่อมต่างๆ ที่อยู่ในกระเพาะปัสสาวะ โดยจะเกิดขึ้นหลังจากที่มีการระคายเคืองและการอักเสบของกระเพาะปัสสาวะเป็นเวลานานซึ่งเซลล์ต่อมเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างและหลั่งเยื่อเมือกในร่างกาย

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะนั้นมีอยู่หลายประการ เช่น

  • การสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ ซิการ์ หรือไปป์ อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้ โดยทำให้สารเคมีที่เป็นอันตรายไปสะสมในน้ำปัสสาวะ
  • เพศชาย เพศชายมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะมากกว่าเพศหญิง
  • การสัมผัสกับสารเคมีบางชนิด ไตของคุณมีหน้าที่หลักในการกรองสารเคมีที่เป็นอันตรายต่างๆ จากกระแสเลือด และนำไปเก็บไว้ในกระเพาะปัสสาวะ เมื่อเซลล์ไตต้องสัมผัสกับสารเคมีมากเกินไป ก็จะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้
  • การรับประทานยาเบาหวานบางชนิด ผู้ที่รับประทานยาต้านเบาหวานไพโอกลิตาโซน (Pioglitazone) ติดต่อกันนานเกิน 1 ปี จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
  • กระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง การติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะเรื้อรัง หรือการติดเชื้อซ้ำ หรือการอักเสบต่างๆ เช่น ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้สายสวนปัสสาวะเป็นเวลานาน สามารถเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะชนิดสความัสได้
  • ประวัติความเจ็บป่วยตัวเองหรือคนในครอบครัว หากญาติของคุณคนใดคนหนึ่งมีประวัติเป็นโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะคุณก็อาจมีความเสี่ยงของการเกิดโรคเพิ่มขึ้นได้ ถึงแม้ว่าโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะจะไม่ค่อยถ่ายทอดกันในครอบครัวก็ตาม

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

วิธีตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะที่นิยมใช้มีดังต่อไปนี้

  • การตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะ เป็นการตรวจหาเซลล์แปลกปลอมและสารต่างๆ เช่น ผลึกหรือคาสท์ในปัสสาวะ
  • การตรวจภายใน แพทย์จะสวมถุงมือและสอดนิ้วเข้าไปในช่องคลอดหรือทวารหนักเพื่อคลำหาก้อนเนื้อที่อาจเติบโตเป็นมะเร็งได้
  • การส่องกล้องทางเดินปัสสาวะ โดยแพทย์จะสอดท่อเล็กๆ ที่มีกล้องขนาดจิ๋วเข้าไปทางท่อปัสสาวะเพื่อดูภายในกระเพาะปัสสาวะ
  • การตัดชิ้นเนื้อเยื่อ แพทย์จะสอดเครื่องมือตัดเล็กๆ เข้าไปทางท่อปัสสาวะและตัดชื้นเนื้อเยื่อบริเวณกระเพาะปัสสาวะมาตรวจว่าเป็นมะเร็งหรือไม่
  • การทำซีทีสแกน เพื่อดูกระเพาะปัสสาวะ
  • การตรวจไตและทางเดินปัสสาวะโดยการฉีดสี
  • การเอ็กซเรย์

แพทย์จะพิจารณาว่าเป็นมะเร็งระยะใดโดยเริ่มจากระยะที่ 0-4 เพื่อระบุว่ามะเร็งแพร่กระจายไปเพียงใดแล้ว มะเร็งระยะต่างๆ มีความหมายดังนี้

  • ระยะที่ 0 มะเร็งยังไม่ลุกลามไปนอกเยื่อบุกระเพาะปัสสาวะชั้นใน
  • ระยะที่ 1 มะเร็งลุกลามไปนอกเยื่อบุกระเพาะปัสสาวะชั้นใน แต่ยังไม่ถึงชั้นกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ
  • ระยะที่ 2 มะเร็งลุกลามไปสู่ชั้นกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ
  • ระยะที่ 3 มะเร็งลุกลามเข้าสู่เนื้อเยื่อต่างๆ รอบกระเพาะปัสสาวะ
  • ระยะที่ 4 มะเร็งลุกลามเข้าสู่อวัยวะอื่นๆ ข้างเคียงกระเพาะปัสสาวะ

การรักษามะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

การรักษาโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะขึ้นอยู่กับระยะของมะเร็ง โดยแพทย์จะแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับอาการของคุณ ซึ่งมีดังนี้

  • การรักษาสำหรับระยะที่ 0 และระยะที่ 1 อาจใช้วิธีการต่างๆ เช่น การผ่าตัดเพื่อตัดเนื้องอกในกระเพาะปัสสาวะ การใช้ยาเคมีบำบัดหรือภูมิคุ้มกันบำบัดโดยใช้ยาไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มให้ไปทำลายเซลล์มะเร็ง
  • การรักษาสำหรับระยะที่ 2 และระยะที่ 3 อาจใช้วิธีการดังต่อไปนี้
    • ตัดกระเพาะปัสสาวะบางส่วนประกอบกับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด
    • ตัดกระเพาะปัสสาวะทิ้งทั้งหมดโดยใช้กล้อง และตามด้วยการผ่าตัดเพื่อทำทางขับถ่ายปัสสาวะออกจากร่างกายใหม่
    • การใช้ยาเคมีบำบัด การใช้รังสีรักษาหรือภูมิคุ้มกันบำบัด ซึ่งจะช่วยลดขนาดก้อนเนื้องอกก่อนผ่าตัดได้ อาจใช้วิธีเหล่านี้ในกรณีที่ทำการผ่าตัดไม่ได้หรือใช้เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งที่ยังหลงเหลือหลังการผ่าตัดหรือใช้เพื่อป้องกันการเป็นซ้ำ
  • การรักษาสำหรับระยะที่ 4 อาจใช้วิธีการดังต่อไปนี้
    • การใช้ยาเคมีบำบัดโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยแพทย์จะใช้การรักษาวิธีนี้เพื่อบรรเทาอาการและยืดอายุของผู้ป่วยเท่านั้น
    • การตัดเอากระเพาะปัสสาวะทิ้งและผ่าตัดเอาต่อมน้ำเหลืองรอบๆ ออก ตามด้วยการผ่าตัดเพื่อทำทางขับถ่ายปัสสาวะออกจากร่างกายใหม่
    • การใช้ยาเคมีบำบัด การใช้รังสีรักษา และภูมิคุ้มกันบำบัดหลังทำการผ่าตัดแล้ว เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งที่ยังหลงเหลืออยู่ หรือเพื่อบรรเทาอาการและยืดอายุของผู้ป่วยเท่านั้น
    • การใช้ยาที่ยังอยู่ในขั้นการทดลองทางคลินิก

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยรับมือกับโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

ไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้คุณรับมือกับโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้

  • ไม่สูบบุหรี่
  • หลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง
  • หลีกเลี่ยงการรับสารก่อมะเร็งอื่นๆ
  • ดื่มน้ำมากๆ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ผลไม้ต้านมะเร็ง ลดความเสี่ยง เพิ่มความสุข

หนึ่งในแนวทางการ ป้องกันมะเร็ง คือการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ กินผักและ ผลไม้ต้านมะเร็ง ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ

Written by Khongrit Somchai

สัญญาณเตือนมะเร็งช่องปาก สังเกตเร็ว รับมือทัน

สัญญาณเตือนมะเร็งช่องปาก ที่สามารถสังเกตได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ คือลักษณะของรอยคราบหรือรอยฝ้าสีขาวหรือสีแดงที่บริเวณลิ้นและในช่องปาก

Written by Khongrit Somchai
โรคมะเร็ง 13/02/2021 . 2 mins read

เรื่องที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ มะเร็งช่องปาก (Oral Cancer)

มะเร็งช่องปาก (Oral cancer) เกิดจากเนื้องอกหรือเซลล์มะเร็งที่เกิดในช่องปาก โดยอาจพบเซลล์มะเร็งอยู่ที่ลิ้น เพดานปาก กระพุ้งแก้ม หรือเหงือก

Written by Khongrit Somchai
โรคมะเร็ง 13/02/2021 . 4 mins read

พฤติกรรมเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ ถ้าไม่ปรับรับรองว่าเสี่ยงแน่

รูปแบบวิถีการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ทั้งการไม่กินไฟเบอร์ การกินอาหารเนื้อแดงมาก การดื่มแอลกอฮอล์ เหล่านี้ล้วนเป็น พฤติกรรมเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่

Written by Khongrit Somchai