home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

มะเร็งลิ้น (Tongue cancer)

มะเร็งลิ้น (Tongue cancer)
คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษา|การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

หากคุณลองสังเกตตนเองว่าเริ่มรู้สึกมีอาการเจ็บคอ เจ็บลิ้น พร้อมมีเลือดออกบนลิ้นร่วมที่ไม่สามารถอธิบายสาเหตุได้ โปรดสำรวจอาการตนเองเบื้องต้น และรีบเร่งทำการรักษา หรืออาจเข้ารับคำปรึกษาจากคุณหมอโดยด่วน เพราะคุณอาจกำลังมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรค มะเร็งลิ้น (Tongue cancer) ได้

คำจำกัดความ

โรคมะเร็งลิ้น (Tongue cancer) คืออะไร

โรคมะเร็งลิ้น (Tongue cancer) สามารถเรียกอีกชื่อได้ว่า มะเร็งลิ้นในช่องปาก ซึ่งเป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่เกิดจากเซลล์ Squamous Cell Carcinoma (SCC) ที่มักปรากฏอยู่มากบนบริเวณลิ้น ที่สำคัญเซลล์มะเร็งชนิดนี้ยังอาจลุกลาม แพร่กระจายตัวก่อให้เกิดแผล หรือก้อนเนื้อเพิ่มเติมได้ทั่วทั้งศีรษะ ลำคอ ต่อมไทรอยด์ ระบบทางเดินใจ ลงไปยังสู่ปอดของคุณได้อีกด้วย

ทางการแพทย์ได้ทำการแบ่งประเภทของมะเร็งออกเป็น 3 แบบ เพื่อเป็นการวัดระยะในการประเมินการรักษาได้อย่างสะดวก ดังนี้

  1. ประเภท T เป็นประเภทที่บ่งบอกถึงขนาดของเนื้องอกซึ่งมีทั้งหมด 4 ระดับ ด้วยกัน เช่น T1 คือเนื้อขนาดเล็ก T4 คือขนาดของเนื้องอกที่ใหญ่ที่สุด
  2. ประเภท N เป็นประเภทที่บ่งบอกถึงการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือที่คอ โดยมีทั้งหมด 3 ระดับ เช่น N0 คือยังไม่พบการแพร่เชื้อไปยังต่อมน้ำเหลือง N3 คือพบเซลล์มะเร็งที่แพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองในจำนวนมาก
  3. ประเภท M เป็นประเภทที่บ่งบอกถึงว่าเซลล์มะเร็งนี้แร่กระจายไปยังบริเวณอื่นทั่วทั้งร่างกายแล้วหรือไม่

มะเร็งลิ้น สามารถพบบ่อยได้เพียงใด

โรคมะเร็งลิ้น ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยากกว่ามะเร็งชนิดอื่น ๆ แต่คนส่วนใหญ่ที่มักจะประสบนั้น มักอยู่ช่วงวัยผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุในเพศชายที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป มากกว่าช่วงวัยเด็ก

อาการ

อาการของ มะเร็งลิ้น

ในระยะแรกของ โรคมะเร็งลิ้น อาจทำให้คุณรู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้อ และรู้สึกเจ็บเล็กน้อยอยู่บริเวณโคนลิ้น จากนั้นก้อนมะเร็ง หรือเซลล์มะเร็ง อาจลุกลามส่งผลให้คุณเกิดอาการเหล่านี้ขึ้น ในระยะเวลาถัดมา

  • มีแผลปรากฏอยู่บนลิ้น
  • รู้สึกเจ็บปวดเมื่อกลืน หรือเคี้ยวอาหาร
  • อาการเจ็บคอ หรือรู้สึกมีอะไรบางอย่างติดภายในลำคอ
  • รู้สึกในช่องปากเริ่มชา
  • มีเลือดออกบนบนลิ้นของคุณโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ลิ้น และกรามรู้สึกแข็งตัว

หากอาการเหล่านี้หายไปในระยะเวลาไม่นาน คุณอาจรอดพ้นจากการเป็น โรคมะเร็งลิ้น ได้ แต่หากมีอาการที่ยาวนานกว่า 2-3 สัปดาห์ โปรดรีบเข้ารับการรักษา และการตรวจสอบอย่างละเอียดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยด่วน ก่อนเซลล์มะเร็งจะลุกลามไปทำลายอวัยวะทั่วทั้งร่างกาย

สาเหตุ

สาเหตุของการเกิดมะเร็งลิ้น

โรคมะเร็งลิ้นอาจมีเหตุที่แตกต่างกันออก ตามแต่ปัญหา และพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล แต่อาจเป็นไปได้ว่ามะเร็งลิ้นอาจมาจากเชื้อเอชพีวี (Human Papillomavirus ; HPV) ซึ่งเป็นเชื้อที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคมะเร็ง ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทางทวารหนัก เป็นต้น หรืออาจมีการได้รับเชื้อทางพันธุกรรมต่อกันมาตามประวัติทางสุขภาพของบุคคลในครอบครัวคุณ

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งลิ้น

ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดการพัฒนาของก้อนเนื้อมะเร็งที่ลุกลาม อาจมาจากพฤติกรรมบางอย่างของคุณที่ไม่ทันระมัดระวังร่วมด้วย ดังนี้

โดยเฉพาะผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่อย่างเป็นประจำนั้น ยิ่งมีความเสี่ยงที่ โรคมะเร็งลิ้น อาจถามหาคุณได้มากกว่าบุคคลอื่น ๆ ถึง 15 เท่าเลยทีเดียว

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัย โรคมะเร็งลิ้น

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจมีการซักถามปัญหาทางสุขภาพอย่างละเอียดก่อนเสมอ ดังนั้น คุณจึงจำเป็นที่ต้องให้ความร่วมมือกับทางแพทย์ในการตอบคำถามอย่างไม่มีการปิดบังข้อมูลใด ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการรักษาโรคมะเร็งลิ้นในช่องปากคุณ

เมื่อแพทย์ทำการระบุข้อมูลประวัติทางสุขภาพของคุณเรียบร้อยแล้ว อาจมีการตรวจชิ้นเนื้อด้วยการเอกซเรย์ หรือการทำซีทีสแกน (Computerized Tomography Scan ; CTS) ให้ทั่วทุกมุมในช่องปาก และลำคอคุณ พร้อมทั้งตรวจต่อมน้ำเหลืองเพิ่มเติมว่ามีการพบเซลล์มะเร็งหรือไม่ร่วมด้วย

การรักษา โรคมะเร็งลิ้น

เมื่อแพทย์ทำการวินิจฉัยเบื้องต้นแล้วว่าค้นพบเซลล์มะเร็งในช่องปากคุณ ขั้นตอนต่อไปแพทย์จะเริ่มทำการรักษา โดยการรักษานี้ขึ้นอยู่กับขนาดของก้อนเนื้อ และอาการข้างเคียงของแต่ละบุคคล บางกรณีสำหรับผู้ที่มีเนื้องอกออกมาเด่นชัดก็อาจใช้การผ่าตัดเพื่อกำจัดเนื้องอก

แต่สำหรับผู้ที่มีเนื้องอกอยู่บริเวณด้านหลังของลิ้นที่อาจทำให้มองเห็นได้ยาก แพทย์อาจปรับเปลี่ยนมาใช้การฉายรังสี ร่วมกับการใช้ยาเคมีมาบำบัดร่วมกัน เพื่อก่อให้เกิดผลลัพธ์ในการเคลื่อนไหวของลิ้น และเพิ่มความสะดวกในการกลืนอาหารได้มากขึ้น

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือการเยียวยาตนเองเพื่อป้องกันและรักษา โรคมะเร็งลิ้น

ถึงแม้จะเป็นโรคที่อาจเกิดขึ้นได้ยากในบางบุคคล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโรคนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้นคุณจึงควรเรียนรู้ และตระหนักในการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตไว้ เพื่อเพิ่มการป้องกันที่ดีที่ก่อนการเกิดโรคมะเร็งลิ้น ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
  • ลดหรืองดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • รับประทานผัก ผลไม้สด ที่ปลอดสารเคมี และงดอาหารที่ผ่านการแปรรูป
  • แปรงฟันเป็นประจำทุกวันหลังรับประทานอาหาร พร้อมกับนำไหมขัดซอกฟันมาขัดอย่างเป็นประจำเพื่อกำจัดเศษอาหารติดค้างออก
  • หมั่นพบทันตแพทย์อย่างเป็นประจำ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Everything You Need to Know About Tongue Cancer https://www.healthline.com/health/oral-cancer/tongue-cancer Accessed July 31, 2020

Tongue Cancer Facts https://www.webmd.com/cancer/tongue-cancer-facts#1 Accessed July 31, 2020

What are the early signs of tongue cancer? https://www.medicalnewstoday.com/articles/322519 Accessed July 31, 2020

What is tongue cancer? https://www.cancerresearchuk.org/about-cancer/mouth-cancer/stages-types-grades/tongue-cancer/about Accessed July 31, 2020

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย panyapat Aiemsin
แก้ไขล่าสุด 06/08/2020
x