การ พยาบาล ผู้ ป่วย เบาหวาน ต้องทำอะไรบ้าง

    การ พยาบาล ผู้ ป่วย เบาหวาน ต้องทำอะไรบ้าง

    เบาหวาน เป็นโรคที่ต้องการการดูแลหรือพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อประคับประคองไม่ให้อาการแย่ลง หรือต้องเผชิญกับภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้หากไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ทั้งนี้ ใน การ พยาบาล ผู้ ป่วย เบาหวาน ผู้ดูแลหรือคนในครอบครัว ควรจัดเตรียมอาหารที่เหมาะสมโดยมีไขมันต่ำและน้ำตาลน้อย รวมทั้งให้ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที สวมใส่ถุงเท้าและรองเท้าอยู่เสมอ และรับประทานยาตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด

    เบาหวาน คืออะไร

    เบาหวาน เป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง สาเหตุเกิดจากการที่ตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินซึ่งมีหน้าที่ควบคุมน้ำตาลในเลือดได้น้อยกว่าความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดบกพร่อง และทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนเกินกว่าหรือเท่ากับ 126 มิลลิกรัม/เลือด 1 เดซิลิตร ซึ่งถือว่าป่วยเป็นเบาหวาน

    ทั้งนี้ หากขาดการดูแลหรือพยาบาล ระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น โรคไต โรคหลอดเลือดสมอง โรคเส้นประสาทจากเบาหวาน ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

    การ พยาบาล ผู้ ป่วย เบาหวาน ต้องทำอะไรบ้าง

    ญาติหรือคนในครอบครัว ควรพยาบาลผู้ป่วยเบาหวานตามคำแนะนำต่อไปนี้ เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไป และป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

    • ให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่เหมาะสม เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชขัดสี ผลิตภัณฑ์จากนม ไข่ไก่ ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เครื่องดื่มไม่เติมน้ำตาล ซึ่งดีต่อสุขภาพและทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นไม่มากนักหลังมื้ออาหาร และเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
    • ให้ผู้ป่วยออกกำลังกาย ด้วยการวิ่งเหยาะ ๆ เต้นแอโรบิก ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน เป็นเวลาอย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ หรือวันละ 30 นาทีเป็นเวลา 5 วัน
    • ให้ผู้ป่วยทำกิจกรรมคลายเครียดต่าง ๆ เช่น เดินเล่น ออกกำลังกาย ทำสวน นั่งสมาธิ ฟังเพลง หรือทำงานอดิเรก เพราะเมื่อมีความเครียด ระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้นและอินซูลินจะลดลง นอกจากนี้ โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) และฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ที่หลั่งออกมาเมื่อมีความเครียด ยังมีฤทธิ์ทำให้เซลล์ในร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินแย่ลง ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นจนเกินระดับเหมาะสมได้
    • ให้ผู้ป่วยรับประทานยาต้านเบาหวานหรือฉีดอินซูลินตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด เพราะหากรับประทานยาหรือฉีดอินซูลินน้อยเกินไป ระดับน้ำตาลในเลือดอาจะเพิ่มสูงขึ้นจนอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ในขณะเดียวกัน หากรับประทานยาหรือฉีดอินซูลินมากเกินไป ระดับน้ำตาลในเลือดอาจลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ปลอดภัย จนส่งผลเสียต่อสุขภาพได้
    • ช่วยผู้ป่วยตรวจระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นไปแผนการรักษา ทั้งนี้ สมาคมโรคเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำว่า ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน ควรอยู่ระหว่าง 80-130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ก่อนมื้ออาหาร และไม่ควรสูงกว่า 180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หลังมื้ออาหาร
    • ให้ผู้ป่วยสวมรองเท้าที่เหมาะสม โดยทั่วไป แผลบริเวณเท้าของผู้ป่วยเบาหวานจะหายช้ากว่าคนปกติ และยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อและอาการแทรกซ้อนจากการติดเชื้อมากกว่า ดังนั้น เพื่อป้องกันเท้าผู้ป่วยเป็นแผล ผู้ดูแลจึงควรให้ผู้ป่วยสวมรองเท้าตลอดเวลา และรองเท้าที่เหมาะสมกับผู้ป่วย คือรองเท้าที่หัวไม่แหลม ใส่สบาย น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี ส้นไม่สูง และต้องไม่ใช่รองเท้าแตะ
    • คอยตรวจสภาพเท้าของผู้ป่วย เพื่อดูว่ามีแผลหรือรอยถลอกหรือไม่ และถ้ามี ควรล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเกลือหรือน้ำต้มสุกที่สะอาด รวมถึงใช้แอลกอฮอล์หรือยาฆ่าเชื้อเช็ดรอบเเผล เพื่อป้องกันการติดเชื้อบริเวณเท้า
    • ช่วยป้องกันผู้ป่วยผิวแห้ง ปกติแล้ว ผู้ป่วยเบาหวานจะมีแนวโน้มผิวแห้งมากกว่าคนทั่วไป และเมื่อผิวแห้งจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียสแตฟฟิโลคอกคัส (Staphylococcus) ทางผิวหนังด้วย อย่างไรก็ตาม การทามอยส์เจอไรเซอร์ รวมถึงการดื่มน้ำเยอะ ๆ และอาบน้ำโดยใช้สบู่ฤทธิ์อ่อน อาจช่วยป้องกันผิวแห้งได้

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

    Duangkamon Junnet


    เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น · แก้ไขล่าสุด 23/12/2022

    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา