คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

อาการเบาหวานเริ่มต้น มีอะไรบ้าง

อาการเบาหวานเริ่มต้น มีอะไรบ้าง

อาการเบาหวานเริ่มต้น เป็นอาการแรก ๆ ที่ปรากฏขึ้นเมื่อเริ่มเป็นโรคเบาหวาน โดยอาจสังเกตได้จากอาการกระหายน้ำมากขึ้น ปัสสาวะบ่อย เหนื่อยล้าง่าย บางคนอาจมีอาการตาพร่ามัว และติดเชื้อง่าย หากพบว่ามีอาการดังกล่าวควรเข้ารับการตรวจโรคเบาหวานและรับการรักษาจากคุณหมอ รวมถึงควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ลดการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง ออกกำลังกาย ใช้ยาตามที่กำหนด เพื่อช่วยบรรเทาอาการ และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ก่อนการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากโรคเบาหวาน

health-tool-icon

เครื่องคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณ และดูว่าคุณมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีหรือไม่ เครื่องมือนี้ยังสามารถใช้เพื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกายของลูกคุณได้อีกด้วย

เพศชาย

เพศหญิง

เบาหวานเกิดจากอะไร

เบาหวาน อาจเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์ที่มีหน้าที่ในการผลิตอินซูลินในตับอ่อน ซึ่งอาจส่งผลให้ร่างกายผลิตอินซูลินได้น้อยลง อินซูลินนั้นมีบทบาทสำคัญในการช่วยเผาผลาญและเปลี่ยนน้ำตาลที่อยู่ในกระแสเลือดให้เป็นพลังงาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงแต่เมื่อร่างกายมีอินซูลินไม่เพียงพอ จึงอาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างต่อเนื่องและอาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1

นอกจากนี้ เบาหวานยังอาจเกิดจากภาวะดื้ออินซูลิน ที่เซลล์ในร่างกายไม่สามารถใช้อินซูลินได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง และอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2

วิธีสังเกต อาการเบาหวานเริ่มต้น

อาการเบาหวานเริ่มต้น อาจสังเกตได้ดังนี้

  • กระหายน้ำมากและปัสสาวะบ่อย ปกติแล้วคนทั่วไปมักปัสสาวะ 4-7 ครั้ง ใน 24 ชั่วโมง แต่สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นเบาหวานอาจมีอาการปัสสาวะบ่อยมากกว่าปกติ เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงที่ส่งผลให้ไตไม่สามารถกรองน้ำตาลส่วนเกินกลับคืนเข้าสู่กระแสเลือดได้หมด จึงถูกขับออกมาในรูปแบบปัสสาวะ และเมื่อปัสสาวะบ่อยขึ้นร่างกายก็อาจขาดน้ำมาก ทำให้รู้สึกกระหายน้ำมากกว่าปกติ
  • คลื่นไส้ อาเจียน เมื่อร่างกายไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงานได้อย่างเพียงพอ ตับก็อาจผลิตสารเคมีที่มีชื่อว่าคีโตน (Ketones) มาช่วยเผาผลาญไขมัน เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานแทน หากร่างกายมีการสะสมของคีโตนมากเกินไป อาจส่งผลให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และรู้สึกไม่สบายท้อง บางคนอาจถึงขั้นเสียชีวิตจากการมีคีโตนสะสมในกระแสเลือดมากเกินไป
  • หิวบ่อย และมีอาการเหนื่อยล้า เมื่อร่างกายไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงานได้อย่างเพียงพอ อาจส่งผลให้มีอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย และหิวบ่อยกว่าปกติ
  • ปากแห้งและมีอาการคันผิวหนัง อาจเกิดจากการที่ร่างกายขาดน้ำเนื่องจากปัสสาวะบ่อยเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้มีอาการปากแห้ง ผิวแห้ง และคันที่ผิวหนัง
  • สายตาพร่ามัว อาจเกิดจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ที่ส่งผลให้จอตาบวมและส่งผลกระทบต่อการโฟกัสวัตถุ ทำให้มองเห็นเป็นภาพเบลอ
  • น้ำหนักลดลง เกิดจากการที่ร่างกายเผาผลาญกล้ามเนื้อและไขมัน เพื่อนำมาเป็นพลังงานแทนน้ำตาลในเลือด จึงส่งผลให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
  • แผลหายช้า ระดับน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มสูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนเลือด และทำให้เส้นประสาทเสียหาย จึงอาจส่งผลให้บาดแผลหายช้ากว่าปกติ
  • ปวดขาและอาการชาที่เท้า เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน ที่อาจทำให้ผนังหลอดเลือดและเส้นประสาทบริเวณเท้าเสียหาย ส่งผลให้เกิดอาการปวดขา ขาชา เท้าชา
  • การติดเชื้อ ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้น อาจกระตุ้นการเจริญเติบโตของยีสต์ที่อยู่ในชั้นผิวหนังและส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อ โดยอาจสังเกตได้จากอาการคัน และมีผื่นขึ้นในบริเวณใต้หน้าอก รอบอวัยวะเพศ หรือซอกนิ้วเท้า

การรักษาอาการเบาหวานเริ่มต้น

โรคเบาหวานไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่มีวิธีบรรเทาอาการไม่ให้แย่ลง และลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ดังนี้

  • รับประทานยา เมตฟอร์มิน (Metformin) ซึ่งเป็นยารักษาโรคเบาหวาน ที่ใช้เพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด บางครั้งคุณหมออาจแนะนำให้รับประทานร่วมกับอินซูลิน ยาลดความดันโลหิต และยาลดคอเลสเตอรอล เพื่อช่วยบรรเทาอาการเบาหวานที่รุนแรง
  • รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ผัก ผลไม้ ไขมันดี พืชตระกูลถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสี เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้เพิ่มขึ้นสูง และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงและ น้ำตาลสูง เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน ชีส น้ำอัดลม เค้ก โดนัท อาหารแปรรูป ของทอด
  • ออกกำลังกาย อาจช่วยในการควบคุมน้ำหนัก อีกทั้งยังอาจช่วยเพิ่มการผลิตอินซูลิน และลดภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้ร่างกายสามารถจัดการกับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น โดยควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ หากออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นระดับปานกลาง เช่น ยกน้ำหนัก โยคะ อาจออกเพียง 75 นาที/สัปดาห์
  • หยุดสูบบุหรี่ เพราะอาจส่งผลต่อการทำงานของอินซูลิน และอาจเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นได้


คุณกำลังเป็นเบาหวานอยู่ใช่หรือไม่?

คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เข้าร่วมชุมชนเบาหวานและแลกเปลี่ยนเรื่องราวและประสบการณ์ของคุณ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!


Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Early Signs and Symptoms of Diabetes. https://www.webmd.com/diabetes/guide/understanding-diabetes-symptoms.Accessed June 22, 2022

Diabetes. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/diabetes/symptoms-causes/syc-20371444.Accessed June 22, 2022

Prediabetes. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/prediabetes/symptoms-causes/syc-20355278.Accessed June 22, 2022

Prediabetes (Borderline Diabetes). https://www.webmd.com/diabetes/what-is-prediabetes.Accessed June 22, 2022

Diabetes Symptoms. https://www.cdc.gov/diabetes/basics/symptoms.html.Accessed June 22, 2022

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด เมื่อสัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย พลอย วงษ์วิไล