คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

เป็นเบาหวานตอนท้อง ควรทำอย่างไร

    เป็นเบาหวานตอนท้อง ควรทำอย่างไร

    เบาหวานตอนท้อง มักพบได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 ของการตั้งครรภ์ ซึ่งอาจไม่แสดงอาการใด ๆ หรืออาจมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น กระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย อีกทั้งหากปล่อยไว้โดยไม่ทำการรักษาอาจเพิ่มความเสี่ยงภาวะครรภ์เป็นพิษและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของทารกได้ ดังนั้นจึงควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเองและเข้ารับการตรวจครรภ์ตามที่คุณหมอกำหนดอย่างเคร่งครัด

    health-tool-icon

    เครื่องมือคำนวณน้ำหนักระหว่างตั้งครรภ์

    เครื่องมือคำนวณน้ำหนักระหว่างตั้งครรภ์ ใช้สำหรับการคำนวณน้ำหนักที่ควรเพิ่มขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ โดยขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวก่อนตั้งครรภ์

    28

    เบาหวานตอนท้อง เกิดจากอะไร

    เบาหวานตอนท้อง เกิดจากร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอ อาจเกิดขึ้นเนื่องจากในระหว่างการตั้งท้อง รกที่มีหน้าที่นำสารอาหารและน้ำไปยังทารกในครรภ์ จะผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) คอร์ติซอล (Cortisol) และแลคโตเจน (Lactogen) ทำให้ร่างกายไม่สามารถใช้อินซูลินได้เต็มประสิทธิภาพ หรือที่เรียกว่า ภาวะดื้ออินซูลิน จึงส่งผลให้น้ำตาลสะสมในกระแสเลือดมาก เสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่า 140 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ที่อาจนำไปสู่โรคเบาหวานได้ อย่างไรก็ตาม เบาหวานตอนท้องสามารถเกิดขึ้นได้ทุกระยะในระหว่างตั้งท้อง แต่ส่วนใหญ่มักพบได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3

    นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง ที่ส่งผลให้เกิดเบาหวานตอนท้อง ได้แก่

  • ผู้ที่มีประวัติเป็นภาวะก่อนเบาหวาน หรือเป็นโรคเบาหวานตอนท้องในการตั้งครรภ์ครั้งก่อน
  • คนในครอบครัวมีประวัติเป็นเบาหวาน
  • คุณแม่ที่เป็นโรคอ้วน และภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ
  • ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงและคอเลสเตอรอลสูง
  • การรับประทานอาหารประเภทแป้ง หรืออาหารที่มีน้ำตาลสูงและไขมันสูงมากเกินไป ร่วมกับการไม่ออกกำลังกาย
  • เบาหวานตอนท้อง อันตรายอย่างไร

    เบาหวานตอนท้อง อาจส่งผลอันตรายต่อสุขภาพของคุณแม่และทารก ดังนี้

    • ทารกในท้องอาจมีขนาดตัวใหญ่กว่าปกติ ส่งผลให้คลอดยาก และอาจจำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าคลอด
    • เสี่ยงเป็นภาวะน้ำคร่ำมาก (Polyhydramnios) ที่อาจส่งผลให้คลอดก่อนกำหนด
    • ภาวะครรภ์เป็นพิษ ที่ทำให้คุณแม่มีความดันโลหิตสูงในระหว่างตั้งท้อง อีกทั้งยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะไตวาย อาการชัก และอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต นอกจากนี้ ยังอาจเสี่ยงต่อปัญหาทารกในครรภ์เจริญเติบโตล่าช้า รกลอกตัวก่อนกำหนด และแท้งบุตร
    • ทารกอาจเสี่ยงเป็นดีซ่าน
    • ทารกอาจมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหลังคลอด ที่อาจทำให้เกิดอาการชัก
    • ทารกอาจเสี่ยงเป็นโรคอ้วนและโรคเบาหวานในอนาคต

    วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นเบาหวานตอนท้อง

    วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นเบาหวานตอนท้อง มีดังนี้

    • เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคเป็นประจำตามที่คุณหมอกำหนด เพื่อตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ ป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ โดยปกติแล้วควรเข้าพบคุณหมอทุก ๆ 4 สัปดาห์ จนถึงการตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 28 จากนั้นอาจปรับเป็นทุก ๆ 2 สัปดาห์ จนถึงการตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 36 และลดเป็นสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จนถึงช่วงการคลอดบุตร
    • รับประทานยาลดน้ำตาลในเลือด หรือยารักษาเบาหวาน เช่น ไกลเนส (Glynase) ยาไกลบูไรด์ (Glyburide) และเมทฟอร์มิน (Metformin) หรือฉีดอินซูลินตามที่คุณหมอกำหนด
    • ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเองสม่ำเสมอ เพื่อทำให้ทราบว่าร่างกายตอบสนองต่อยารักษาเบาหวานที่รับประทานหรือไม่ และระดับน้ำตาลในเลือดว่าเกินเกณฑ์หรือไม่ โดยปกติแล้วระดับน้ำตาลในเลือดระหว่างตั้งท้องควรอยู่ที่ 95 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หรือต่ำกว่า เมื่อตรวจแบบอดอาหาร หรือไม่ควรเกิน 120 มิลลิกรัม/เดซิลิตร เมื่อตรวจหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมง และไม่ควรเกิน 140 มิลลิกรัม/เดซิลิตร เมื่อตรวจหลังรับประทานอาหาร 1 ชั่วโมง หากสูงเกินกว่า 140 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ขึ้นไป ควรเขาพบคุณหมอทันที
    • รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยควรเน้นการรับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี รวมถึงอาหารที่มีโปรตีนสูงและไขมันต่ำ เช่น อัลมอนด์ ข้าวกล้อง ขนมปังธัญพืช แอปเปิ้ล ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน นมไขมันต่ำ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารแปรรูป อาหารไม่ผ่านการปรุงสุก ของทอด และอาหารที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์ฆ่าเชื้อ เช่น ชีส บลูชีส ไข่ดิบ ปลาดิบ เพราะอาจเพิ่มระดับคอเลสเตอรอล น้ำตาลในเลือด และส่งผลให้ทารกติดเชื้อ นำไปสู่การแท้งบุตรได้
    • ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เช่น การทำงานบ้าน เดิน ว่ายน้ำ เพราะการออกกำลังกายอาจช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตอินซูลินที่นำน้ำตาลในเลือดไปใช้เป็นพลังงาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการออกแรงมาก เช่น ยกน้ำหนัก วิ่งเร็ว หรือหากมีความกังวลเกี่ยวกับการออกกำลังกาย สามารถขอคำแนะนำจากคุณหมอ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงที่อาจนำไปสู่การแท้งบุตรได้


    คุณกำลังเป็นเบาหวานอยู่ใช่หรือไม่?

    คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เข้าร่วมชุมชนเบาหวานและแลกเปลี่ยนเรื่องราวและประสบการณ์ของคุณ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!


    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    Overview-Gestational diabetes. https://www.nhs.uk/conditions/gestational-diabetes/.Accessed August 03, 2022.

    Gestational diabetes. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/gestational-diabetes/symptoms-causes/syc-20355339.Accessed August 03, 2022.

    Gestational Diabetes. https://www.cdc.gov/diabetes/basics/gestational.html.Accessed August 03, 2022.

    Gestational Diabetes. https://www.webmd.com/diabetes/gestational-diabetes.Accessed August 03, 2022.

    Gestational Diabetes Mellitus (GDM). https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/diabetes/gestational-diabetes.Accessed August 03, 2022.

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 7 วันก่อน
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย พลอย วงษ์วิไล