เป็นเบาหวานไม่รู้ตัว เป็นไปได้หรือไม่

    เป็นเบาหวานไม่รู้ตัว เป็นไปได้หรือไม่

    เบาหวาน เป็นโรคเรื้อรังซึ่งผู้ป่วยจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ และหากปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเรื่อย ๆ จะยิ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพ ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ความดันสูง โรคหลอดเลือดสมอง อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายอาจ เป็นเบาหวานไม่รู้ตัว เพราะไม่มีอาการหรือสัญญาณเตือนของโรคเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี แม้ระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงกว่าคนปกติก็ตาม

    เบาหวาน คืออะไร

    เบาหวาน เป็นโรคเรื้อรังซึ่งผู้ป่วยจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ หรือตั้งแต่ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตรขึ้นไป และหากไม่ดูแลสุขภาพตามคำแนะนำของคุณหมอ ระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ภาวะเบาหวานขึ้นตา โรคไต โรคหัวใจ อาการปลายประสาทอักเสบ โรคหลอดเลือดสมอง

    เบาหวานแบ่งได้เป็น 3 ชนิดหลัก ๆ โดยมีสาเหตุและรายละเอียดดังนี้

  • เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย สร้างภูมิไปทำลายเบตา เซลล์ (Beta Cells) ของตับอ่อน ซึ่งมีหน้าที่ในการผลิตฮอร์โมนอินซูลิน จึงทำให้ไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอตามความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น โดยเบาหวานชนิดที่ 1 นี้มักตรวจวินิจฉัยได้ตั้งเเต่ช่วงเด็กและวัยรุ่น โดยเฉพาะในช่วงอายุ 4-7 ปี และ 10-14 ปี
  • เบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคเบาหวานชนิดที่พบมากที่สุด หรือประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่เป็นเบาหวานทั้งหมด เกิดจากการที่เซลล์ในร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินผิดปกติหรือมีภาวะดื้ออินซูลิน ผู้ที่เสี่ยงเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ได้แก่ ผู้ที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย ผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ผู้ที่เป็นโรคอ้วนหรือมีภาวะน้ำหนักเกิน
  • เบาหวานขณะตั้งครรภ์ เป็นโรคเบาหวานที่เกิดกับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ มีสาเหตุจากการที่รกผลิตฮอร์โมนฮิวแมน พลาเซนต้า แลกโตรเจน (Human Placental Lactogen หรือ HPL) ซึ่งส่งผลกระทบต่อเซลล์ในร่างกาย ทำให้เกิดความบกพร่องในการตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลินของเซลล์ในร่างกาย ซึ่งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสะสมจนสูงกว่าปกติ รวมถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์
  • อาการของโรคเบาหวาน

    อาการที่พบได้เมื่อเป็นโรคเบาหวาน มีดังต่อไปนี้

    • หิวบ่อย อยากอาหารเป็นพิเศษ
    • สายตาพร่ามัว
    • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย
    • เหนื่อยล้าง่าย
    • แผลหายช้า
    • ปัสสาวะบ่อย
    • ปากแห้ง กระหายน้ำ
    • มีคีโตน (Ketone) หรือสารเคมีที่เกิดจากการเผาผลาญไขมันให้กลายเป็นน้ำตาลของร่างกาย ในปัสสาวะมาก คันบริเวณอวัยวะเพศ
    • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
    • ติดเชื้อบ่อยครั้ง เช่น ติดเชื้อที่ผิวหนัง ติดเชื้อในช่องคลอด

    เป็นเบาหวานไม่รู้ตัว เป็นไปได้ไหม

    การ เป็นเบาหวานไม่รู้ตัว สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะบางครั้ง ทั้งผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 หรือ 2 อาจไม่มีอาการป่วยใด ๆ เป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี ทำให้ไม่ทราบว่าตนเองกำลังเป็นโรคเบาหวาน และไม่คิดไปสถานพยาบาลเพื่อตรวจระดับน้ำตาลในเลือด

    ทั้งนี้ อาการของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 อาจอยู่ในระดับรุนแรงภายในไม่กี่เดือนหรือไม่กี่สัปดาห์หลังเพิ่งตรวจวินิจฉัยเจอว่าเป็น และผู้ป่วยบางรายอาจทราบว่าตัวเองเป็นโรคเบาหวาน หลังจากมีภาวะแทรกซ้อนจนทำให้ต้องเข้ารับการรักษาแบบฉุกเฉิน เช่น ภาวะเลือดเป็นกรด

    ขณะเดียวกัน หญิงตั้งครรภ์ที่ป่วยเป็นเบาหวานส่วนใหญ่ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ทำให้ไม่ทราบว่าตนเองกำลังเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม คุณหมอมักขอตรวจเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ในสัปดาห์ที่ 24-28 ของการตั้งครรภ์

    เบาหวาน ป้องกันได้อย่างไร

    ในปัจจุบัน โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ไม่สามารถป้องกันได้ ในขณะที่โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และเบาหวานขณะตั้งครรภ์ อาจป้องกันได้ด้วยการดูเเลสุขภาพ และปฏิบัติตนตามคำแนะนำต่อไปนี้

    • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ เนื่องจากภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน
    • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรืออย่างน้อยวันละ 30 นาที โดยหญิงตั้งครรภ์ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อให้ให้เหมาะสมต่อสุขภาพครรภ์
    • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเน้นรับประทานผัก ผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำและมีเส้นใยสูง ในสัดส่วน 20-25 เปอร์เซ็นต์ของมื้ออาหาร และหลีกเลี่ยงการรับประทานของหวานและอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตขัดสี เช่น ข้าวขาว เส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมปังขาว

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

    Duangkamon Junnet


    เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น · แก้ไขล่าสุด 2 สัปดาห์ก่อน

    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา