คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ask-doctor-icon

ถามหมอฟรี

เป็นคนแรกที่ให้ Hello Khunmor รู้ความคิดของคุณ!

FBS ค่าปกติ คือเท่าไร สัมพันธ์อย่างไรกับโรคเบาหวาน

    FBS ค่าปกติ คือเท่าไร สัมพันธ์อย่างไรกับโรคเบาหวาน

    FBS ย่อมาจาก Fasting Blood Sugar หมายถึงการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารไปแล้ว 8-12 ชั่วโมง ซึ่ง FBS ค่าปกติ หรือระดับน้ำตาลในเลือดของคนปกติควรต่ำกว่าหรือเท่ากับ 99 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หากสูงกว่านั้น หมายถึง เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน หรือกำลังเป็นโรคเบาหวานอยู่

    health-tool-icon

    เครื่องคำนวณอัตราการเผาผลาญพลังงาน (BMR)

    ใช้เครื่องมือคำนวณปริมาณแคลอรี่ของเราเพื่อช่วยคำนวณปริมาณแคลอรี่ที่ที่ร่างกายของคุณต้องการในแต่ละวัน โดยพิจารณาจากส่วนสูง น้ำหนัก อายุ และระดับการทำกิจกรรม

    เพศชาย

    เพศหญิง

    น้ำตาลในเลือดกับโรคเบาหวาน

    ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าคนทั่วไป เพราะตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้น้อยกว่าความต้องการของร่างกายหรือเซลล์ในร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลินได้ตามปกติ ทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดบกพร่อง จนระดับน้ำตาลในเลือดสะสมสูงเกินเกณฑ์ปลอดภัยและกลายเป็นโรคเบาหวานในที่สุด

    โดยอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์ต่าง ๆ ดึงน้ำตาลในเลือดไปเผาผลาญเป็นพลังงาน และนำน้ำตาลส่วนเกินไปสะสมไว้ที่ตับในรูปแบบของพลังงานสำรอง เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลไม่ให้สูงเกินไป หรือเพื่อให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

    ทั้งนี้ น้ำตาลในเลือดเป็นพลังงานของร่างกายที่ได้จากการบริโภคอาหารประเภทต่าง ๆ โดยการบริโภคอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตอย่างแป้งและน้ำตาล จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นสูงได้มากกว่าการบริโภคอาหารกลุ่มอื่น ๆ ผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ปลายมือเท้าชา เบาหวานขึ้นตา โรคไต และควรตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ

    การตรวจ FBS คืออะไร

    การตรวจ FBS หมายถึง การเจาะตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร โดยมักทำตอนเช้าที่สถานพยาบาล หลังผู้ป่วยอดอาหารมาแล้วเป็นเวลาประมาณ 8-12 ชั่วโมง

    การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดแบบ FBS เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะสุขภาพต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

    • เป็นการตรวจปกติสำหรับผู้เข้ารับการตรวจสุขภาพโดยทั่วไป
    • ผู้ที่เสี่ยงโรคเบาหวาน โดยตรวจว่าเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ ในกรณีของผู้ที่มีอาการเข้าข่ายว่าอาจเป็นโรคเบาหวาน มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน หรือมีภาวะสุขภาพที่จัดเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน เช่น โรคอ้วน
    • หญิงตั้งครรภ์ เพื่อตรวจหาโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes)
    • ผู้ป่วยเบาหวาน เพื่อตรวจค่าน้ำตาลในเลือด ในกรณีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ

    FBS ค่าปกติ คือเท่าไร

    เมื่อตรวจหาค่าน้ำตาลในเลือดแบบ FBS คนปกติ จะไม่เกิน 99 มิลลิกรัม/เลือด 1 เดซิลิตร หากค่าน้ำตาลในเลือดสูงกว่านั้น จะมีความหมายดังนี้

    • 100-125 มิลลิกรัม/เดซิลิตร กำลังมีภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) หรือมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
    • 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หรือสูงกว่า กำลังเป็นโรคเบาหวาน

    ทั้งนี้ ผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป เพราะจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต ปัญหาเส้นประสาทเสื่อม ปัญหาจอประสาทตา

    สมาคมโรคเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำว่า ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน ควรอยู่ระหว่าง 80-130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ก่อนมื้ออาหาร และต่ำกว่า 180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หลังมื้ออาหาร จึงจะถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย

    การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดที่บ้าน

    ปัจจุบัน มีเครื่องตรวจเบาหวานและชุดตรวจเบาหวานขายตามท้องตลาด แต่อุปกรณ์ดังกล่าวอาจไม่แม่นยำเท่ากับการตรวจเลือดที่สถานพยาบาล เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น แผ่นตรวจหมดอายุหรือเสียหาย ปริมาณเลือดที่นำไปใช้ตรวจอาจไม่เพียงพอ หรือปริมาณเลือดไม่เหมาะสมสำหรับการตรวจ

    อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยเบาหวานสามารถใช้เครื่องตรวจเบาหวาน ตรวจค่าระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเองที่บ้านในเบื้องต้น เพื่อให้ทราบถึงระดับน้ำตาลในเลือดเป็นระยะ ๆ หากสูงหรือต่ำเกินไปจะได้ดูแลตนเองได้ทันท่วงที

    FBS ค่าปกติ สามารถดูแลตนเองอย่างไรได้บ้าง

    การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ไม่เกิน 99 มิลลิกรัม/เดซิลิตร เมื่อตรวจระดับน้ำตาลในเลือดแบบ FBS มีหลายวิธี ดังนี้

    • รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ เน้นเลือกอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง
    • เคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ๆ หรือเต้นแอโรบิก เป็นเวลาประมาณ 30 นาที/วัน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน เพื่อช่วยกระตุ้นการเผาผลาญน้ำตาลส่วนเกินของร่างกาย รวมถึงช่วยเพิ่มความแข็งแรงและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อ
    • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อให้ร่างกายช่วยขับน้ำตาลในเลือดออกมาในรูปแบบของปัสสาวะ


    คุณกำลังเป็นเบาหวานอยู่ใช่หรือไม่?

    คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เข้าร่วมชุมชนเบาหวานและแลกเปลี่ยนเรื่องราวและประสบการณ์ของคุณ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!


    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น แก้ไขล่าสุด 2 สัปดาห์ก่อน
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย Duangkamon Junnet
    Next article: