GCT คืออะไร เกี่ยวข้องอย่างไรกับโรคเบาหวาน

    GCT คืออะไร เกี่ยวข้องอย่างไรกับโรคเบาหวาน

    GCT หรือ Glucose Challenge Test หมายถึง การตรวจคัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ด้วยการให้หญิงตั้งครรภ์บริโภคน้ำตาลกลูโคส 50 กรัม รอประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วจึงเจาะเลือดเพื่อวัดระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด หากระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงกว่าหรือเท่ากับ 190 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หมายถึง กำลังเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

    GCT คืออะไร

    GCT หรือ Glucose Challenge Test เป็นการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์รูปแบบหนึ่ง โดยให้หญิงตั้งครรภ์บริโภคน้ำตาลกลูโคส 50 กรัม แล้วรอประมาณ 1 ชั่วโมงจึงตรวจระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดด้วยการเจาะเลือด

    ทั้งนี้ เบาหวานขณะตั้งครรภ์เป็นโรคเบาหวานชนิดหนึ่งที่พบได้เมื่อตั้งครรภ์ และจะหายไปเมื่อคลอดบุตร สาเหตุของโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์คือ ฮอร์โมนฮิวแมน พลาเซนต้า แลกโตรเจน (Human Placental Lactogen) ที่หลั่งออกมาจากรถ ออกฤทธิ์กระทบต่อฮอร์โมนอินซูลินที่หลั่งจากตับอ่อนเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดให้ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดของหญิงตั้งครรภ์สูงขึ้นเรื่อย ๆ และเสี่ยงเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ในที่สุด หากป่วยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพของทารกในครรภ์ เช่น ทารกในครรภ์ตัวใหญ่กว่าปกติ เสียชีวิตในครรภ์ เมื่อทารกโตขึ้นจะมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคเบาหวาน

    Glucose Challenge Test ตรวจตอนไหน

    ปกติแล้วหญิงตั้งครรภ์จะเข้ารับการตรวจ Glucose Challenge Test ในระหว่างการตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 24 และ 28

    อย่างไรก็ตาม คุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญอาจให้หญิงตั้งครรภ์รับการตรวจ Glucose Challenge Test ตั้งแต่การฝากครรภ์ครั้งแรก หากหญิงตั้งครรภ์มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือมีภาวะสุขภาพดังต่อไปนี้

    • มีค่าดัชนีมวลกายเกิน 30 หรือเป็นโรคอ้วน
    • ไม่ชอบเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกาย
    • เคยเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ระหว่างตั้งครรภ์ครั้งก่อน
    • มีภาวะสุขภาพที่สัมพันธ์กับการเป็นโรคเบาหวาน เช่น ภาวะเมแทบอลิกซินโดรม ภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ
    • มีคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน
    • เคยคลอดบุตรน้ำหนักเกินกว่า 4.1 กิโลกรัม

    Glucose Challenge Test เตรียมตัวอย่างไร

    ก่อนเข้ารับการตรวจแบบ Glucose Challenge Test หญิงตั้งครรภ์สามารถรับประทานอาหารและดื่มน้ำได้ตามปกติ โดยไม่ต้องอดอาหารหรือน้ำ อย่างไรก็ตาม ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

    GCT ตรวจอย่างไร

    เมื่อไปถึงสถานพยาบาล ผู้เชี่ยวชาญจะให้หญิงตั้งครรภ์บริโภคกลูโคสในรูปแบบของน้ำเชื่อมประมาณ 50 กรัม แล้วรอเป็นเวลา 1 ชั่วโมง โดยระหว่างนั้น งดการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มใด ๆ นอกจากน้ำเปล่า

    เมื่อครบ 1 ชั่วโมงแล้ว ผู้เชี่ยวชาญจะเจาะเลือดหญิงตั้งครรภ์ เพื่อตรวจระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด โดยการอ่านค่าของระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดมีความหมายดังนี้

    • ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดต่ำกว่า 140 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หมายถึง หญิงตั้งครรภ์มีสุขภาพปกติ ไม่เป็นเบาหวาน
    • ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดอยู่ระหว่าง 140-189 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หมายถึง หญิงตั้งครรภ์อาจกำลังเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์อยู่ หรือเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานขณะตัั้งครรภ์
    • ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงกว่าหรือเท่ากับ 190 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หมายถึง หญิงตั้งครรภ์กำลังเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

    ทั้งนี้ หากผลตรวจออกมาเป็นแบบที่ 2 หรือ ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดอยู่ระหว่าง 140-189 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ผู้เชี่ยวชาญจะขอตรวจซ้ำอีกครั้ง ด้วยวิธีการตรวจที่เรียกว่า 3-hour Glucose Tolerance Test หรือการตรวจความทนทานต่อกลูโคสแบบ 3 ชั่วโมง

    ก่อนเข้ารับการตรวจแบบนี้ หญิงตั้งครรภ์ต้องงดอาหารและน้ำเป็นเวลา 8-14 ชั่วโมง และเมื่อไปถึงสถานพยาบาล คุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญจะเจาะเลือดเพื่อตรวจระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด ตามด้วยการให้หญิงตั้งครรภ์บริโภคกลูโคสปริมาณ 100 กรัม แล้วให้รอเป็นเวลา 3 ชั่วโมง โดยงดการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มใด ๆ นอกจากน้ำเปล่า ในระหว่างนี้ หญิงตั้งครรภ์จะถูกเจาะเลือดทุก ๆ 1 ชั่วโมง

    สำหรับการอ่านค่าระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด มีความหมายดังนี้

    • ก่อนบริโภคกลูโคส 100 กรัม ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดมากกว่า 95 มิลลิกรัม/เดซิลิตร เสี่ยงเป็นเบาหวาน
    • หลังบริโภคกลูโคสไปแล้ว 1 ชั่วโมง ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดมากกว่า 180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร เสี่ยงเป็นเบาหวาน
    • หลังบริโภคกลูโคสไปแล้ว 2 ชั่วโมง ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดมากกว่า 155 มิลลิกรัม/เดซิลิตร เสี่ยงเป็นเบาหวาน
    • หลังบริโภคกลูโคสไปแล้ว 3 ชั่วโมง ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดมากกว่า 140 มิลลิกรัม/เดซิลิตร เสี่ยงเป็นเบาหวาน

    โดยทั่วไป คุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญจะวินิจฉัยว่าหญิงตั้งครรภ์เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หากมีระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในทุกครั้งที่เจาะเลือด แต่หากระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงเกินเกณฑ์เพียงหนึ่งครั้งจากการเจาะเลือดทั้งหมด คุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ปรับเมนูอาหาร อย่างการลดอาหารที่อุดมไปด้วยแป้งและไขมันทรานส์ เช่น เค้ก คุกกี้ พิซซ่า อาหารฟาสต์ฟู้ด ปาท่องโก๋ และปรับพฤติกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น เคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น แล้วจึงเข้ารับการตรวจคัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์อีกครั้งในภายหลัง

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา
    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น แก้ไขล่าสุด 4 สัปดาห์ก่อน
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย Duangkamon Junnet