ลูกเริ่มเรียนรู้และพัฒนาทักษะทางภาษากับการพูดตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งจะเริ่มเรียนรู้และเลียนแบบจากคุณพ่อคุณแม่และคนรอบข้าง โดย วิธีกระตุ้นให้ลูกพูด อาจทำได้หลายวิธี แต่ควรเป็นวิธีที่เหมาะสมในแต่ละช่วงอายุด้วย
ลูกเริ่มเรียนรู้และพัฒนาทักษะทางภาษากับการพูดตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งจะเริ่มเรียนรู้และเลียนแบบจากคุณพ่อคุณแม่และคนรอบข้าง โดย วิธีกระตุ้นให้ลูกพูด อาจทำได้หลายวิธี แต่ควรเป็นวิธีที่เหมาะสมในแต่ละช่วงอายุด้วย

ทารกเริ่มเรียนรู้ทักษะด้านการฟังและการพูดตั้งแต่แรกเกิด โดยจะเริ่มเรียนรู้จากการฟังเสียงคุณพ่อคุณแม่และคนรอบข้าง ทำความเข้าใจกับภาษา จากนั้นจะเริ่มสื่อสารด้วยการเปล่งเสียงแต่ไม่ใช้คำพูด ซึ่งการฝึกทักษะด้านภาษาและกระตุ้นให้ลูกพูดจึงมีความสำคัญอย่างมากในการดำเนินชีวิตของลูกในอนาคต ดังนี้
วิธีกระตุ้นให้ลูกพูดอาจแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ ดังนี้
ลูกสามารถเรียนรู้ทักษะทางภาษาและการพูดได้ดีที่สุดจากการสังเกตและเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่และคนรอบข้างจึงควรเป็นแบบอย่างที่ดีในการพูด เช่น
ช่วงอายุนี้เป็นวัยที่ลูกจะฟังเสียงคุณพ่อคุณแม่และคนรอบข้าง รวมถึงมีการเลียนแบบการออกเสียงที่ได้ยิน จึงอาจกระตุ้นการพูดได้ ดังนี้
เป็นช่วงอายุที่ลูกกำลังเรียนรู้ว่าผู้คนพูดคุยกันอย่างไร และแสดงพฤติกรรมโต้ตอบการพูด จึงอาจกระตุ้นการพูด เช่น
ช่วงอายุนี้ลูกจะเล่นกับเสียงในบางคำพูด เช่น ดาดา บาบา และลูกจะแสดงอาการมีความสุข ร้องไห้หรือโกรธเมื่อได้ยินเสียงที่กระตุ้นให้เกิดอารมณ์นั้น จึงอาจกระตุ้นการพูด เช่น
ลูกจะเริ่มเข้าใจคำศัพท์สั้น ๆ ง่าย ๆ ได้มากขึ้น เช่น ได้ ไม่ หยุด และจะเข้าใจคำถามสั้น ๆ เช่น แม่อยู่ไหน พ่อทำอะไร ลูกจะตอบสนองสิ่งที่ถามด้วยการชี้ให้เห็น ทำเสียง หรือใช้ร่างกายเพื่อสื่อสารเป็นคำตอบ
นอกจากนี้ ลูกอาจแสดงความต้องการบางสิ่งบางอย่างด้วยการเปล่งเสียง โบกมือ หรือจ้องมอง เพื่อแสดงความต้องการสิ่งนั้นด้วย
ลูกจะเริ่มใช้คำพูดและใช้เสียงเพื่อระบุสิ่งของ ซึ่งการเปล่งเสียงหรือพูดเป็นคำขึ้นอยู่กับการเรียนรู้คำ เช่น บาบา อาจหมายถึง พี่หมี, ดาม อาจหมายถึง น้ำ
นอกจากนี้ ลูกจะสามารถมอบสิ่งของให้เมื่อร้องขอ และจะแสดงความต้องการสิ่งของนั้นด้วยการชี้ เอื้อมมือไปที่สิ่งนั้น มองดูหรือพูดพล่ามเพื่อให้คนรอบข้างหยิบสิ่งของให้ จึงอาจกระตุ้นการพูดของลูกได้ ดังนี้
ลูกจะสามารถทำตามคำสั่งและเริ่มรวมคำได้ เช่น รถไป กินน้ำ จะนอน กินนม จึงอาจกระตุ้นการพูดของลูก เช่น
ทักษะทางภาษาของลูกจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยลูกจะสร้างประโยคง่าย ๆ ได้เอง เช่น ลาก่อน แม่ไปแล้ว แม่นอนแล้ว และจะสามารถเริ่มตอบคำถามที่ซับซ้อนมากขึ้นได้ เช่น เวลาหิวจะทำอะไร นอกจากนี้ ลูกจะเล่นแสดงบทบาทสมมติมากขึ้น เช่น ทำอาหาร ไปทำงาน แข่งรถ จึงอาจกระตุ้นการพูดของลูกได้ ดังนี้
หมายเหตุ
Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด
Activities to Encourage Speech and Language Development. https://www.asha.org/public/speech/development/activities-to-encourage-speech-and-language-development/. Accessed March 28, 2023
Tips on Learning to Talk. https://www.zerotothree.org/resource/tips-on-learning-to-talk/. Accessed March 28, 2023
Help your baby learn to talk. https://www.nhs.uk/conditions/baby/babys-development/play-and-learning/help-your-baby-learn-to-talk/. Accessed March 28, 2023
Talking and play: toddlers. https://raisingchildren.net.au/toddlers/play-learning/play-toddler-development/talking-play-toddlers#:~:text=Recite%20nursery%20rhymes%20and%20sing,it’s%20a%20big%20red%20train. Accessed March 28, 2023
Activities to Encourage Speech and Language Development. https://www.readingrockets.org/article/activities-encourage-speech-and-language-development. Accessed March 28, 2023
เวอร์ชันปัจจุบัน
08/05/2023
เขียนโดย ทัตพร อิสสรโชติ
ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย แพทย์หญิงสุสิตา หวังจิรนิรันดร์
อัปเดตโดย: Duangkamon Junnet
ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย
แพทย์หญิงสุสิตา หวังจิรนิรันดร์
พ่อแม่เลี้ยงลูก · โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร