อาหารบำรุงสมอง คืออาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของประสาทและสมอง ซึ่งจะทำให้เด็ก ๆ ในวัยเรียนสามารถเรียนรู้ได้ดีขึ้น ความจำดีขึ้น แถมมีสมาธิดีขึ้นอีกด้วย คุณพ่อคุณแม่ควรเลือก อาหารบำรุงสมองสำหรับเด็ก ให้เหมาะสม เพื่อให้ส่งผลดีต่อโภชนาการและสุขภาพของเด็ก
อาหารบำรุงสมองสำหรับเด็ก ที่ควรจัดให้ลูกอย่าได้ขาด
ไข่เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี และในไข่แดงมีโคลีน (choline) ซึ่งเป็นสารอาหารที่จะช่วยพัฒนาความจำและการทำงานของสมอง นอกจากนี้สารอาหารในไข่ยังช่วยทำให้เด็กมีสมาธิด้วย
ปลามีวิตามินดีและกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่จะช่วยป้องกันสมองจากการสูญเสียความจำ และความจำที่ลดลงตามอายุ ปลาที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน โดยปลาทูน่าถือเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยม แต่ในปลาทูน่าจะมีกรดไขมันโอเมก้า 3 น้อยกว่าในปลาแซลมอน เนื่องจากปลาแซลมอนอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่มีทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 ชนิดดีเอชเอ (DHA) และอีพีเอ (EPA) ซึ่งกรดไขมันโอเมก้า 3 ทั้ง 2 ชนิดจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการทำงานของสมอง นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ให้ข้อมูลว่า ผู้ที่ได้รับกรดไขมันโอเมก้า 3 มีสติปัญญาที่เฉียบแหลม และสามารถทำแบบทดสอบทักษะทางด้านจิตใจได้ดีขึ้น
ผักที่เต็มไปด้วยสีสัน เช่น มะเขือเทศ มันเทศ ฟักทอง แครอท ผักโขม เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะทำให้เซลล์สมองแข็งแรงและสุขภาพดี นอกจากนี้ผักใบเขียว เช่น ผักคะน้า ผักโขม ก็อุดมไปด้วยโฟเลตและวิตามินมากมาย โดยผักคะน้าจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีสารอาหารอื่นๆ ที่มีส่วนช่วยในการสร้างเซลล์สมองใหม่
ผลิตภัณฑ์ทำมาจากนมวัว อย่างนมหรือโยเกิร์ต ต่างก็อุดมไปด้วยโปรตีนและวิตามินบี ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อสมอง สารสื่อประสาท และเอนไซม์ นอกจากนี้นมกับโยเกิร์ตยังมีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานของสมอง อีกทั้ง โยเกิร์ตยังช่วยให้การส่งและรับข้อมูลของเซลล์สมองทำงานได้ดีขึ้น
เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว และเนื้อไก่ มีธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่จำเป็น เนื่องจากช่วยให้เด็กๆ มีพลังงานและมีสมาธิดีขึ้น
ถั่วอุดมไปด้วยโปรตีน ไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ทั้งยังมีวิตามินและแร่ธาตุ ซึ่งถั่วและเมล็ดพืช เช่น เมล็ดฟักทอง จะช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้นและช่วยในการทำงานของระบบประสาท การกินถั่วลิสงหรือเนยถั่วจะทำให้ได้รับวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยป้องกันเยื่อหุ้มเซลล์ประสาท นอกจากถั่วลิสงหรือเนยถั่วแล้ว ถั่วชนิดอื่น เช่น ถั่วแดง ที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ชนิดเอแอลเอ (ALA) ที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตและการทำงานของสมอง หรือวอลนัท และอัลมอนด์ ที่อุดมไปด้วยโปรตีนและกรดไขมันจำเป็น ที่จะช่วยพัฒนาทางด้านอารมณ์ และช่วยทำให้การทำงานของระบบประสาทดีขึ้นด้วย
งานวิจัยพบว่าเด็กๆ ที่กินข้าวโอ๊ตสามารถจดจำภาระงานต่างๆ ที่โรงเรียนได้ดีกว่า เมื่อเทียบกับเด็กๆ ที่กินซีเรียลแบบมีน้ำตาลเป็นอาหารเช้า การกินข้าวโอ๊ตจึงมีประโยชน์ เนื่องจากข้าวโอ๊ตมีโปรตีนและไฟเบอร์ รวมถึงสารอาหารอื่นๆ ได้แก่ วิตามินอี วิตามินบี โพแทสเซียม และสังกะสี ซึ่งทำให้ร่างกายและสมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น บลูเบอร์รี่ เชอร์รี่ แบล็คเบอร์รี่ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สามารถช่วยป้องกันความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระต่อสมอง และช่วยรักษาความจำของเด็กๆ ได้ นอกจากนี้ ในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ยังมีวิตามินซี ที่ดีต่อระบบภูมิคุ้มกันด้วย หากลูกๆ ชอบกินของหวาน คุณพ่อคุณแม่อาจเพิ่มผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ในเมนูของหวาน เพื่อให้เขาได้ประโยชน์สุขภาพเพิ่มขึ้น