brand logo
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน

แบ่งปัน

ระวัง! ‘กินหวาน กินแป้ง’ มากไป เสี่ยงหน้าแก่ก่อนวัยไม่รู้ตัว

‘น้ำตาล’ จัดว่าเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย เพราะร่างกายของคนเรานั้นจำเป็นต้องใช้พลังงานในการทำกิจกรรมต่าง ๆ แต่หากบริโภคมากเกินไปนอกจากจะเสี่ยงทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอย่างโรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด และอื่น ๆ อีกมากมายแล้ว รู้หรือไม่? ว่าการกินน้ำตาลหรือของหวานที่มีน้ำตาลสูงอย่าง ชาไข่มุก ไอศกรีม เค้ก รวมถึงอาหารประเภทแป้ง เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว และขนมปังในปริมาณมากเป็นประจำ อาจทำให้คุณหน้าแก่ก่อนวัยโดยไม่ทันได้ตั้งตัว!

ระวัง! ‘กินหวาน กินแป้ง’ มากไป เสี่ยงหน้าแก่ก่อนวัยไม่รู้ตัว

น้ำตาลและแป้งทำให้ ‘หน้าแก่เร็ว’ ได้อย่างไร? 

ใครที่ชอบกินของหวานและแป้งบ่อยๆ ต้องระวังไว้ให้ดี เพราะอาหารประเภทแป้งอย่างข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง ผักที่มีแป้งสูง เช่น เผือก มันสำปะหลัง และข้าวโพด เมื่อกินเข้าไปแล้วจะถูกย่อยและเปลี่ยนเป็นน้ำตาลก่อนจะนำส่งไปยังเซลล์ต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นพลังงาน ซึ่งการกินของหวานและแป้งปริมาณมากเป็นประจํานั้นส่งผลให้ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ก่อให้เกิดปฏิกิริยาไกลเคชั่น (Glycation) ที่เป็นสาเหตุของความชราก่อนวัยอันควร หรือ Premature Aging 

กินอะไร ไม่แก่เร็ว

โดยปฏิกิริยายาดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อโมเลกุลของน้ำตาลที่เรากินเข้าไปเกาะติดกับโปรตีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของอวัยวะรวมถึงเซลล์ต่างๆ ภายในร่างกาย ก่อให้เกิดสารตัวหนึ่งที่เรียกว่า AGEs (Advanced Glycation End-Products) หรือสารเร่งแก่ ซึ่งสารดังกล่าวจะส่งผลให้อีลาสตินและคอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนังเสื่อมสภาพลงและเกิดการสะสมที่บริเวณผิวหนัง ทำให้ผิวของเรามีความยืดหยุ่นน้อยลง เกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อย และยังยับยั้งกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ด้วย แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วการสะสมของ AGEs บริเวณผิวหนังจะเพิ่มมากขึ้นตามอายุ แต่การกินอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงจะกระตุ้นให้เกิดกระบวนการไกลเคชั่นเร็วขึ้น 

นอกจากผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผิวหนังแล้ว AGEs ยังทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาอีกมากมาย เนื่องจากเมื่อ AGEs ผ่านเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ จะส่งผลให้เซลล์บริเวณนั้นตายหรือเสื่อมสมรรถภาพในการทํางานลง อีกทั้งยังทำให้เกิดภาวะเครียดทางออกซิเดชัน (Oxidative Stress) และการอักเสบ ซึ่งนำไปสู่โรคต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคอัลไซเมอร์ 

กินหวาน หน้าแก่

เคล็ดลับชะลอวัย ต้านผิวแก่เร็วจาก AGEs 

หน้าแก่ก่อนวัย ริ้วรอย และปัญหาผิวหย่อนคล้อยจากการบริโภคน้ำตาลหรือ แป้งมากเกินไปสามารถป้องกันได้ด้วยเคล็ดลับการดูแลตัวเองด้วยวิธีต่อไปนี้

  • ลดการบริโภคน้ำตาล โดยควรหลีกเลี่ยงการเติมน้ำตาลลงในอาหารหรือเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลทราย น้ำตาลทรายแดง น้ำผึ้ง น้ำเชื่อม ไซรัป และน้ำตาลที่สกัดจากข้าวโพด นอกจากนี้ ควรจำกัดปริมาณการกินขนมหวานในปริมาณที่พอดี 
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านการแปรรูปอย่างหนัก รวมถึงอาหารที่ปรุงสุกด้วยการทอดเนื่องจากมีปริมาณของสารเร่งแก่หรือ AGEs ค่อนข้างสูง และควรหันมากินอาหารประเภทโฮลฟู้ดส์ (Whole Foods) ซึ่งเป็นอาหารผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุดแทน 
  • เลือกกินอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ จากการศึกษาในห้องทดลองพบว่าสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ เช่น วิตามินซี และเควอเซทิน ที่สามารถขัดขวางการสร้าง AGEs ได้ 
  • รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารสกัดจากดอกซากุระ มีงานวิจัยที่ค้นพบว่าสารสกัดจากดอกซากุระสามารถยับยั้งการผลิต AGEs และอาจเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพในการต่อต้านความชราของผิวหนัง เนื่องจากสามารถช่วยป้องกันการเกิดความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันได้ นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาพบว่าส่วนประกอบสำคัญในสารสกัดจากดอกซากุระอย่าง CQ คาเฟโออิล กลูโคส ( Cafeoyl Glucose ) และ QG เควอเซทิน กลูโคไซด์ ( Qurecetin Glucoside ) มีประสิทธิภาพช่วยลดอนุมูลอิสระที่มีออกซิเจนเป็นองค์ประกอบสําคัญ (Reactive Oxygen Species, ROS) ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาไกลเคชั่นได้

แม้ว่าการกินแป้งและน้ำตาลในปริมาณมาก ๆ จะส่งผลเสียต่อร่างกายและทำให้เกิดปัญหาหน้าแก่ก่อนวัย อย่างไรก็ตาม พลังงานจากแป้งและน้ำตาลก็ยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะร่างกายจำเป็นต้องใช้พลังงานในการทำกิจกรรมต่าง ๆ และการทำงานของสมอง ดังนั้น เราจึงควรเลือกรับประทานแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เหมาะสม โดยปริมาณคาร์โบไฮเดรต (รวมน้ำตาล) ที่ควรรับประทานในแต่ละวันคือ 225-325 กรัม และควรบริโภคน้ำตาลไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา หรือประมาณ 24 กรัมต่อวัน 

Pattarapa Thiangwong
Pattarapa Thiangwong
ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดยทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย Pattarapa Thiangwong · แก้ไขล่าสุด 11/07/2023