backup og meta

อาการเบาหวานขึ้น หรือภาวะน้ำตาลในเลือดสูง มีสัญญาณเตือนอย่างไร

อาการเบาหวานขึ้น หรือภาวะน้ำตาลในเลือดสูง มีสัญญาณเตือนอย่างไร

การรักษาภาวะน้ำตาลในเลือดถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะหากระดับน้ำตาลสูงเกินกว่า 180-200 มิลลกรัม/เดซิลิตร อาจทำให้เกิด อาการเบาหวานขึ้น หรือภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น อาการโคม่าจากเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด ไตวาย เส้นประสาทถูกทำลาย ดังนั้น ผู้ป่วยเบาหวานควรสังเกตสัญญาณเตือนของอาการเบาหวานขึ้น หรือภาวะน้ำตาลในเลือดสูง หากสังเกตเห็นว่าตนเองมีอาการ ควรเข้าพบคุณหมอ เพื่อขอคำปรึกษาและคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีบรรเทาอาการ

วิธีสังเกต อาการเบาหวานขึ้น หรือภาวะน้ำตาลในเลือดสูง 

อาการเบาหวานขึ้น หรือภาวะน้ำตาลในเลือดสูง อาจสังเกตได้จากอาการต่อไปนี้

  • ปัสสาวะบ่อยและกระหายน้ำมากขึ้น โดยปกติผู้คนทั่วไปอาจปัสสาวะประมาณ 4-7 ครั้ง/วัน แต่ผู้ที่มีปัสสาวะบ่อยครั้งมากกว่าปกติ อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายเริ่มมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น หรือมีอาการเบาหวานขึ้นแล้ว เนื่องจากร่างกายจะทำการขับน้ำตาลส่วนเกินออกทำให้ปัสสาวะบ่อยและอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำ ทำให้รู้สึกกระหายน้ำมากกว่าปกติ
  • คันผิวหนัง ปากแห้ง เพราะร่างกายที่ขาดน้ำจากการปัสสาวะบ่อยอาจทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น ส่งผลให้ผิวแห้ง ปากแห้ง มีอาการคันบริเวณผิวหนัง
  • หิวมากกว่าปกติและรู้สึกเหนื่อยล้า เนื่องจากตับอ่อนผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายไม่อาจเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำตาลเพื่อให้ดึงไปใช้เป็นพลังงานได้ จึงส่งผลให้รู้สึกหิวมากกว่าปกติและร่างกายอ่อนแรง เหนื่อยล้า 
  • ระดับน้ำตาลในเลือดสูง หากตรวจพบว่าน้ำตาลในเลือดสูงหลังอาหารสูงกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ตามหลักเกณฑ์วินิจฉัยเบาหวาน สามารถวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานได้ 
  • คลื่นไส้ อาเจียน ร่างกายอาจหลั่งกรดที่เรียกว่า คีโตน (Ketone) ออกมากปริมาณมากขณะที่เผาผลาญไขมัน ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดเป็นกรด (Diabetic Ketoacidosis) จนส่งผลให้รู้สึกคลื่นไส้
  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลง เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอาจทำให้เส้นเลือดและเนื้อเยื่อบริเวณดวงตาได้รับผลกระทบ ส่งผลทำให้เลนส์ตาไม่โฟกัสวัตถุ มองเห็นเป็นภาพซ้อน ตาพร่ามัว
  • การติดเชื้อ เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายอ่อนแอลง จึงเสี่ยงต่อภาวะติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่าย เช่น มีการเจริญเติบโตของเชื้อราอย่างรวดเร็ว จนนำไปสู่อาการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณมือ หน้าอก เท้า ช่องคลอด อวัยวะเพศ เป็นต้น
  • ระบบประสาทเสื่อม เนื่องจากในเส้นประสาทมีเส้นเลือดเล็ก ๆ ไปหล่อเลี้ยง เมื่อใดที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอาจขัดขวางการไหลเวียนของเลือด รวมถึงการไหลเวียนเลือดในเส้นประสาท ทำให้ระบบประสาทเสื่อมถอย จนมีอาการมือชา เท้าชา และเสี่ยงต่อโรคอัมพฤกษ์

สาเหตุที่ทำให้มีอาการเบาหวานขึ้น หรือภาวะน้ำตาลในเลือดสูง 

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเบาหวานขึ้น หรือภาวะน้ำตาลในเลือดสูง แบ่งออกตามประเภทของโรคเบาหวานได้ ดังนี้

  • โรคเบาหวานชนิดที่ 1 อาจเกิดจากปัจจัยทางด้านพันธุกรรมและปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ปัจจัยเหล่านี้จะยังไม่แน่ชัด แต่คาดว่าอาจเกิดจากความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันที่ทำลายเซลล์ในตับอ่อน เนื่องจากตับอ่อนมีบทบาทสำคัญที่คอยผลิตอินซูลินช่วยในการเผาผลาญน้ำตาลให้เปลี่ยนเป็นพลังงาน ส่งผลให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงจนนำไปสู่โรคเบาหวาน
  • ภาวะก่อนเบาหวาน และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจเกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้เพียงพอ หรือร่างกายมีอินซูลินแต่ไม่สามารถนำไปใช้ได้ หรือที่เรียกอีกอย่างว่า ภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งนำไปสู่การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง นอกจากนี้ พฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหารไม่ดีต่อสุขภาพ ขาดการออกกำลังกาย โรคอ้วน ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะก่อนเบาหวาน หรือโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้เช่นกัน
  • โรคเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นเมื่อตั้งครรภ์ เนื่องจากเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงตั้งครรภ์ที่ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ยาก ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เสี่ยงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษ คลอดบุตรยาก หรือทารกคลอดก่อนกำหนด

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง จนนำไปสู่อาการเบาหวานขึ้น หรือภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เช่น

  • การรับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น ขนมปังขาว พาสต้า
  • การรับประทานยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์
  • ขาดการออกกำลังกายในการกระตุ้นการผลิตอินซูลิน
  • ลืมการรับประทานยาหรือการใช้อินซูลินบรรเทาอาการ
  • มีภาวะติดเชื้อ และอาการเจ็บป่วย
  • มีความเครียดทางอารมณ์ และขาดการพักผ่อนที่เหมาะสม

การปรับพฤติกรรมและการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันอาการเบาหวานขึ้น หรือภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างอาจช่วยป้องกันอาการเบาหวานขึ้น หรือภาวะน้ำตาลในเลือดสูง รวมถึงหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน โดยอาจทำได้ดังนี้

  1. ตรวจน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ ด้วยเครื่องตรวจน้ำตาลในเลือดและจดบันทึกค่าน้ำตาลในเลือดที่ได้แต่ละครั้ง เพื่อแจ้งให้คุณหมอทราบในการตรวจสุขภาพครั้งถัดไป เพราะการตรวจน้ำตาลในเลือดอาจทำให้เห็นถึงผลลัพธ์ของยา และแผนการรักษาว่ามีประสิทธิภาพในการควบคุมอาการเบาหวานมากน้อยเพียงใด
  2. ใช้ยาตามที่คุณหมอแนะนำ หากกังวลในการลืมรับประทานยาหรือฉีดอินซูลิน อาจตั้งเวลาแจ้งเตือนไว้ในแต่ละวัน หรือจดบันทึกเอาไว้
  3. ควรจำกัดปริมาณการรับประทานเนื้อสัตว์ รวมถึงอาหารแปรรูป และเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ มีไขมันดี แคลอรี่ต่ำ ใยอาหารสูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า อัลมอนด์ ถั่วลิสง มะเขือเทศ ผักใบเขียว ขนมปังโฮลวีต เพื่อช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล ไขมัน คอเลสเตอรอล และลดระดับน้ำตาลในเลือด หากกังวลเรื่องการเลือกรับประทานอาหาร อาจขอคำแนะนำจากคุณหมอหรือ นักโภชนาการ เพื่อวางแผนการรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม
  4. ออกกำลังกาย อย่างน้อย 30 นาที เป็นเวลา 5 วัน/สัปดาห์ เช่น การวิ่ง เดิน ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน โยคะ เพื่อช่วยให้ร่างกายกระตุ้นการผลิตอินซูลิน ลดระดับน้ำตาลในเลือด 
  5. ลดน้ำหนักส่วนเกิน อย่างน้อย 7%-10% ของน้ำหนักตัว เพื่อให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้น โดยเลือกควบคุมการรับประทานอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอ สำหรับสตรีตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักและปรึกษาคุณหมอถึงเกณฑ์น้ำหนักระหว่างตั้งครรภ์ที่เหมาะสม เพื่อรับคำแนะนำอย่างถูกวิธี
  6. หยุดสูบบุหรี่ เนื่องจากมีข้อมูลเชิงประจักษ์ว่าภาวะดื้อต่ออินซูลินสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่

[embed-health-tool-bmi]

หมายเหตุ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Diabetes. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/diabetes/symptoms-causes/syc-20371444  . Accessed January 13, 2022

Hyperglycaemia (high blood sugar). https://www.nhs.uk/conditions/high-blood-sugar-hyperglycaemia/ . Accessed January 13, 2022

Hyperglycemia in diabetes. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/hyperglycemia/symptoms-causes/syc-20373631 . Accessed January 13, 2022

Early Signs and Symptoms of Diabetes. https://www.webmd.com/diabetes/guide/understanding-diabetes-symptoms . Accessed January 13, 2022

Diabetes prevention: 5 tips for taking control. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/type-2-diabetes/in-depth/diabetes-prevention/art-20047639 . Accessed January 13, 2022

How to Prevent Diabetes. https://medlineplus.gov/howtopreventdiabetes.html . Accessed January 13, 2022

เวอร์ชันปัจจุบัน

24/03/2022

เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน

ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย นายแพทย์กมล โฆษิตรังสิกุล

อัปเดตโดย: เนตรนภา ปะวะคัง


บทความที่เกี่ยวข้อง

เบาหวานชนิดที่2 อาการ สาเหตุ การรักษา

การป้องกันโรคเบาหวาน ทำได้อย่างไรบ้าง


ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย

นายแพทย์กมล โฆษิตรังสิกุล

โรคเบาหวาน · โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช


เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน · แก้ไขล่าสุด 24/03/2022

ad iconโฆษณา

คุณได้รับประโยชน์จากบทความนี้หรือไม่?

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา