ไม่มีหมวดหมู่

เรื่องเด่นประจำหมวด

ไม่มีหมวดหมู่

คันในช่องคลอด สาเหตุ อาการ และการรักษา

คันในช่องคลอด เป็นอาการที่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ไม่สะดวก ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ช่องคลอดอักเสบ อยู่ในวัยหมดประจำเดือน ติดเชื้อในช่องคลอด ดังนั้น หากสังเกตว่ามีอาการระคายเคือง รู้สึกคันรอบช่องคลอดหรือในช่องคลอด รวมถึงมีตกขาวผิดปกติ ควรเข้าพบคุณหมอทันที [embed-health-tool-ovulation] คันในช่องคลอด มีสาเหตุมาจากอะไร สาเหตุที่ทำให้คันในช่องคลอด อาจมีดังนี้ วัยหมดประจำเดือนอาจส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ทำให้สารหล่อลื่นที่ช่วยทำให้ช่องคลอดชุ่มชื้นลดลง ส่งผลให้เยื่อบุผนังช่องคลอดแห้ง และทำให้มีอาการคันและระคายเคืองช่องคลอด ภาวะช่องคลอดอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เกิดจากความไม่สมดุลของแบคทีเรียในช่องคลอด โดยอาจมีปัจจัยอื่นเป็นตัวกระตุ้น เช่น การมีคู่นอนหลายคน การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ทำให้ช่องคลอดเกิดการอักเสบและมีอาการคันในช่องคลอด รู้สึกแสบเวลาปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์ ช่องคลอดมีกลิ่นเหม็น และตกขาวผิดปกติ การติดเชื้อราในช่องคลอด เกิดขึ้นจากเชื้อราแคนดิดา (Candida) ภายในช่องคลอดเจริญเติบโตมากเกินไป โดยอาจมีปัจจัยอื่นเป็นตัวกระตุ้น เช่น การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การใช้ยาปฏิชีวนะ การตั้งครรภ์ ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ทำให้เกิดอาการคันในช่องคลอด ผื่นรอบช่องคลอด ตกขาวมีสีขุ่นและเหนียวข้น สารระคายเคืองเช่น ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม สบู่ สารหล่อลื่นบนถุงยางอนามัย ผ้าอนามัย กระดาษชำระที่มีน้ำหอม อาจส่งผลให้เนื้อเยื่อในช่องคลอดเกิดการระคายเคืองและทำให้มีอาการคันในช่องคลอดได้ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เกิดจากการติดเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อปรสิต เช่น […]

หัวข้อ ไม่มีหมวดหมู่ เพิ่มเติม

ไม่มีหมวดหมู่

คนเป็น ความดันต่ำ ดื่มเบียร์ แล้วจะช่วยได้จริง ๆ เหรอ

หนึ่งในความเชื่อเรื่องการรักษาอาการของความดันโลหิตต่ำที่ได้ยินบ่อยที่สุด คงจะหนีไม่พ้นการ ดื่มเบียร์ บ่อยครั้งที่ผู้ที่มีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เนื่องจากมีความดันโลหิตต่ำนั้น มักจะได้รับคำแนะนำว่า ให้ดื่มเบียร์เย็น ๆ สักแก้ว แล้วอาการของ ความดันต่ำ จะดีขึ้น แต่การดื่มเบียร์นั้น สามารถช่วยรักษาอาการของภาวะความดันโลหิตต่ำได้จริงหรือไม่ วันนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้คุณค่ะ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลอย่างไรกับความดันโลหิต เป็นที่ทราบกันดีว่า ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงนั้น จะได้รับคำแนะนำไม่ให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น สามารถเพิ่มระดับความดันโลหิตได้ โดยการกระตุ้นให้หัวใจสูบฉีดเลือดเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีแรงดันในระบบไหลเวียนโลหิตเพิ่มมากขึ้น เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ จะส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นใกว่าเดิม และหากผู้ที่มีความดันโลหิตเพิ่มขึ้นระยะยาวนั้นกลับมาเลิกดื่มแอลกอฮอล์ ก็จะสามารถลดระดับของความดันโลหิตลงได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิต หรือมีระดับความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูง หรือสูงมากกว่า 140/90 มม.ปรอท ขึ้นไป ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และหากเป็นผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำอยู่แล้ว ก็ควรค่อย ๆ ลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ลงมา เพื่อป้องกันไม่ให้ระดับความดันโลหิตเพิ่มขึ้นสูงอย่างรุนแรงเป็นเวลาหลายวัน สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตในเกณฑ์ปานกลางหรือปกติ ควรดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่ไม่เกินดังต่อไปนี้ ผู้ชายอายุต่ำกว่า 65 ปี ไม่ควรดื่มเกิน 2 ดริงก์ ผู้ชายอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ไม่ควรดื่มเกิน 1 ดริงก์ ผู้หญิง ทุกช่วงวัย ไม่ควรดื่มเกิน 1 […]

ไม่มีหมวดหมู่

คาเฟอีน ส่งผลต่อโรคความดันโลหิตสูงได้อย่างไรบ้าง

กาแฟ เป็นเครื่องดื่มสุดโปรดของใครหลายคน และความจริงแล้วคนทั่วโลกบริโภคกาแฟเกือบจะ 8.6 พันล้านกิโลกรัมต่อปี อย่างไรก็ตามมีการตั้งคำถามว่า การบริโภคกาแฟเป็นประจำดีต่อสุขภาพหรือไม่ และกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มี คาเฟอีน ส่งผลต่อความดันโลหิต และโรคหัวใจหรือเปล่า คาเฟอีนส่งผลต่อความดันโลหิต อย่างไรบ้าง อาจเพิ่มความดันโลหิตชั่วคราว งานวิจัยชี้ว่า กาแฟอาจเพิ่มความดันโลหิตในเวลาสั้น ๆ หลังจากดื่มกาแฟ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่า กาแฟอาจเพิ่มความดันโลหิต เป็นเวลามากกว่า 3 ชั่วโมงหลังจากดื่มกาแฟ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณดื่มกาแฟเป็นประจำ ผลกระทบจากกาแฟก็อาจลดลง คาเฟอีนส่งผลต่อความดันโลหิต ในระยะยาว สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง งานวิจัยได้แนะนำว่า การบริโภคกาแฟทุกวัน ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อความดันโลหิต หรือความเสี่ยงโดยรวมของโรคหัวใจ อย่างมีนัยสำคัญ และความจริงกาแฟอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เนื่องจากสำหรับผู้ที่มีสุขภาพดี มีงานวิจัยที่ชี้ว่า การดื่มกาแฟ 3-5 แก้วต่อวัน เชื่อมโยงกับความเสี่ยงของโรคหัวใจที่ลดลง 15% รวมถึงลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วย สำหรับความเชื่อมโยงระหว่าง การดื่มกาแฟและความดันโลหิตสูง ในระยะยาว ปัจจุบันยังมีงานวิจัยที่จำกัด โดยบางข้อมูลชี้ว่าการดื่มกาแฟเป็นประจำ ไม่เกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูงที่เพิ่มขึ้น หรือการเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ นอกจากนี้กาแฟยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่อาจช่วยให้หัวใจแข็งแรงขึ้นด้วย ดังนั้นสำหรับผู้ที่ความดันโลหิตสูง การดื่มกาแฟในปริมาณที่พอดี ในแต่ละวัน จึงอาจไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เพิ่มเติมไปกว่านั้น การกินอาหารที่มีประโยชน์ และการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี ยังมีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบต่อความดันโลหิตสูง มากกว่าการดื่มกาแฟ สาเหตุที่ทำให้ คาเฟอีนส่งผลต่อความดันโลหิต คาเฟอีน […]

ไม่มีหมวดหมู่

ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง มียาอะไรบ้าง?

บทความนี้ Hello คุณหมอ จะพาผู้ป่วยความดันโลหิตสูงมาทำความรู้จักกับ ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง ให้มากขึ้นกันค่ะ  เนื่องจากแต่ละตัวยาจะมีประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันไป โดยผู้ป่วยจะต้องรับประทานยาเพื่อรักษาตามสาเหตุที่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูงเท่านั้น แต่จะมียาอะไรบ้าง ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลยค่ะ ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง มียาอะไรบ้าง? ในเบื้องต้นแพทยืมักจะแนะนำให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงปรัยเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการใช้ยาเพื่อช่วยลดระดับความดันโลหิต โดยแต่ละตัวยาจะมีประสิทธิภาพที่แตกต่างกันไป ดังต่อไปนี้ ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ (Thiazide diuretics) นอกจากที่รู้จักกันในชื่อของยาขับน้ำแล้ว ยาขับปัสสาวะนั้นยังสามารถลดความดันโลหิตของคุณได้ด้วยการช่วยให้ไตกำจัดน้ำและเกลือ ยาขับปัสสาวะมักจะเพิ่มปริมาณของปัสสาวะ ยาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (Beta blockers) ยาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ทำงานโดยการขยายหลอดเลือด ลดอัตราการเต้นของหัวใจ และทำให้ลดการทำงานของหัวใจ ยาอะซีบูโทลอล (Acebutolol) อย่าง เซคทรัล (Sectral) และยาอะทีโนลอล (atenolol) อย่าง เทนอร์มิน (Tenormin) เป็นยาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ที่พบได้มากที่สุด ควรสั่งยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ร่วมกับยาอื่น เพื่อให้ได้รับประสิทธิภาพสูงสุด ยาในกลุ่มยับยั้งเอนไซม์แองจิโอเทนซินคอนเวอร์ติง (Angiotensin-converting enzyme inhibitors) ยานี้จะช่วยป้องกันการอุดตันภายในหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดขยาย ผู้ที่เป็นโรคไตเรื้อรัง จำเป็นต้องใช้ยายับยั้งเอนไซม์แองจิโอเทนซินคอนเวอร์ติง ยาในกลุ่มแองจิโอเทนซินทูรีเซฟเตอร์บล็อกเกอร์ (Angiotensin II receptor blockers) ยาในกลุ่มแองจิโอเทนซินทูรีเซฟเตอร์บล็อกเกอร์นั้น ทำหน้าที่เช่นเดียวกันกับยายับยั้งเอนไซม์แองจิโอเทนซินคอนเวอร์ติง หากผู้ป่วยไม่มีการตอบสนองต่อยายับยั้งเอนไซม์แองจิโอเทนซินคอนเวอร์ติง ก็มักจะใช้ยาในกลุ่มแองจิโอเทนซินทูรีเซฟเตอร์บล็อกเกอร์มาทดแทน ยาในกลุ่มแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ (Calcium channel blockers) ยาในกลุ่มแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์นั้น จะขยายหลอดเลือด […]

ไม่มีหมวดหมู่

เบต้า บล็อกเกอร์ (Beta Blockers) อีกหนึ่ง ยาลดความดัน ที่คุณควรรู้จัก

เบต้าบล็อกเกอร์ (Beta Blockers) คือ ยาลดความดัน ที่ใช้ในการรักษาโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งถ้าคุณเป็นโรคนี้อยู่ก็อาจจะคุ้นกับชื่อยานี้ก็ได้ แต่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าทำไมคุณถึงต้องรับประทาน แล้วยานี้จะช่วยลดความดันลงได้อย่างไร หาคำตอบได้ในบทความเรื่องนี้ จาก Hello คุณหมอ ค่ะ ตัวอย่างของ ยาลดความดัน เบต้าบล็อกเกอร์ มี ยาเบต้าบล็อกเกอร์ หลายประเภท ที่สามารถรับประทานได้ บางชนิดก็จะมีผลทั้งกับหัวใจของคุณ และหลอดเลือดของคุณ ขณะที่บางชนิดจะมีผลแค่เฉพาะหัวใจ อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วคุณจะไม่ใช้ยาเบต้าบล็อกเกอร์ทั้งหมด แพทย์ของคุณจะเป็นคนจ่ายยาที่เหมาะสมที่สุดให้กับคุณ ตัวอย่างของ ยาเบต้าบล็อกเกอร์ ยาอะซีบูโทลอล (Acebutolol) อย่างเช่น เซคทราล (Sectral) ยาอะทีโนลอล (Atenolol) อย่างเช่น เทนอร์มิน (Tenormin) ยาเบตาโซลอล (Betaxolol) อย่างเช่น เคอร์โลน (Kerlone) ยาบิโซโพรลอล(Bisoprolol) อย่างเช่น ซีเบต้า (Zebeta) หรือ ซีแอค (Ziac) ยาคาร์ทีโอลอล ไฮโดรคลอไรด์ (Carteolol hydrochloride) อย่างเช่น คาร์ทรอล (Cartrol) ยาคาร์วีดิลอล (Carvedilol) อย่างเช่น คอเร็ก (Coreg) ยาเมโทโพรลอล ทาร์เทรต (Metoprolol tartrate) […]

ไม่มีหมวดหมู่

เคล็ดลับการ ออกกำลังกาย สำหรับคนเป็น โรคความดันโลหิตสูง

ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง อาจมีคำถามว่า เป็นความดันโลหิตสูงออกกำลังกาย อย่างไรดี เพราะนอกเหนือจากการคุมอาหารแล้ว การเลือกออกกำลังกายที่เหมาะสมก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้ความดันโลหิตอยู่ในระดับดี บทความนี้ Hello คุณหมอ มีเคล็ดลับการ ออกกำลังกาย สำหรับผู้ที่เป็น โรคความดันโลหิตสูง มาฝากกันค่ะ การ ออกกำลังกาย สำหรับผู้เป็น โรคความดันโลหิตสูง การ ออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้มีรูปร่างดี มีน้ำหนักตัวที่อยู่ในเกณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงได้ แถมการออกกำลังกายยังเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพจิต เพราะช่วยทำให้ฮอร์โมนแห่งความสุขเพิ่มขึ้น ช่วยลดความเครียด ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมาก ในการควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ อย่างไรก็ตาม หากต้องการให้ความดันโลหิตลดลง คุณจำเป็นต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ  1 – 3 เดือนจึงจะเห็นผล และออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ค่าความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติ เป็นความดันโลหิตสูงออกกำลังกาย อย่างไรดี? คุณควรขอคำแนะนำจากแพทย์เพื่อหาวิธีออกกำลังที่เหมาะสมกับตัวคุณเอง และไม่จำเป็นที่จะต้องไปออกกำลังในยิมก็ได้ แค่เลือกทำกิจกรรมที่ชอบ และกิจกรรมนั้นทำให้ใช้พลังงานมากขึ้นก็เพียงพอแล้ว อย่างเช่น การเดิน การวิ่งเหยาะ ๆ การเดินไปมาเพื่อทำงานบ้าน จนถึงการว่ายน้ำ เล่นโยคะ และเต้นแอโรบิค เป็นต้น โดยการออกกำลังกายที่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้ การออกกำลังกายที่ทำให้หัวใจแข็งแรง หรือการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ : การออกกำลังกายแบบนี้จะช่วยให้ความดันโลหิตของคุณลดลงได้ […]