home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

กรดไหลย้อน (Gastroesophageal reflux disease: GERD)

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง
กรดไหลย้อน (Gastroesophageal reflux disease: GERD)

กรดไหลย้อน เป็นโรคเรื้อรังเกี่ยวกับการย่อยอาหารที่ส่งผลต่อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก หรืออาหารไม่ย่อยจากกรดเกิน สามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแม้แต่หญิงตั้งครรภ์

คำจำกัดความ

กรดไหลย้อน คืออะไร

กรดไหลย้อน (Gastroesophageal reflux disease: GERD) คือ โรคเรื้อรังเกี่ยวกับการย่อยอาหารที่ส่งผลต่อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก หรืออาหารไม่ย่อยจากกรดเกิน

กรดไหลย้อนเกิดขึ้นเนื่องจากหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างที่อยู่ระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารเสียหาย โดยปกติแล้ว หูรูดหลอดอาหารส่วนล่างจะคลายตัวให้อาหารผ่านลงไปยังกระเพาะอาหาร และปิดไม่ได้อาหารและน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปบนหลอดอาหารได้ แต่เมื่อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างรั่วหรือปิดไม่สนิท สิ่งที่อยู่ในกระเพาะอาหารจึงรั่วซึมเข้าไปในหลอดอาหาร จนทำให้เกิดการระคายเคือง หรือเกิดบาดแผลขึ้น

กรดไหลย้อนพบบ่อยเพียงใด

โรคกรดไหลย้อนพบได้บ่อยมาก และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของกรดไหลย้อน

อาการของกรดไหลย้อนมีดังนี้

  • รู้สึกแสบร้อนกลางอก ซึ่งในบางครั้งลุกลามไปยังลำคอ โดยอาจมีรสชาติเปรี้ยวในปากร่วมด้วย
  • เจ็บหน้าอก
  • กลืนลำบาก
  • ไอแห้ง
  • เสียงแหบหรือเจ็บคอ
  • อาหารหรือของเหลวรสเปรี้ยวไหลย้อนขึ้นมา
  • รู้สึกมีก้อนในคอ

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการบางประการนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

ควรไปพบคุณหมอหรือเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อน เมื่อมีสิ่งบ่งชี้และอาการเกิดขึ้นอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือหากกรดไหลย้อนนั้นส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โรคกรดไหลย้อนสามารถรักษาได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการใช้ยาที่หาซื้อได้ทั่วไป แต่ในบางครั้ง อาจจำเป็นต้องใช้ยาที่มีฤทธิ์รุนแรง หรือต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อบรรเทาอาการต่างๆ

สาเหตุ

สาเหตุของ กรดไหลย้อน

กรดในกระเพาะอาหารหรือน้ำดีที่ไหลสู่หลอดอาหารจัดว่าเป็นสาเหตุหลักของกรดไหลย้อน

ตามธรรมชาติแล้ว อาหารและของเหลวที่รับประทานเข้าไปจะไหลลงไปยังกระเพาะอาหาร หูรูดหลอดอาหารส่วนล่างที่อยู่โดยรอบหลอดอาหารส่วนล่างจะคลายตัวเพื่อให้อาหารเข้าสู่กระเพาะอาหาร และจะปิดอีกครั้งเพื่อป้องกันน้ำย่อยและอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมา

แต่หากหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างนี้มีความดันต่ำหรือผิดปกติ สิ่งที่อยู่ในกระเพาะอาหารก็จะไหลกลับขึ้นไปยังหลอดอาหาร ซึ่งเป็นภาวะของกรดไหลย้อน เมื่อเกิดขึ้นซ้ำๆ ก็จะทำให้เกิดอาการอื่นๆ เกี่ยวกับการย่อยอาหารผิดปกติได้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคกรดไหลย้อน

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคกรดไหลย้อนมีหลายประการ เช่น

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อน

แพทย์จะดูอาการต่างๆ เพื่อวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อน และอาจต้องมีการทดสอบบางประการเพื่อยืนยันการวินิจฉัย เช่น

  • การตรวจวัดค่าความเป็นกรดด่างในหลอดอาหารและคอหอยส่วนล่าง เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
  • การใช้กล้องส่องตรวจ โดยใช้กล้องส่องเข้าไปในหลอดอาหารและเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อมาทำการทดสอบต่อไป
  • การทดสอบอื่นๆ ที่วัดการเคลื่อนไหวของหลอดอาหารเพื่อตรวจวัดความดันในหลอดอาหาร
  • การตรวจเอ็กซเรย์ระบบย่อยอาหารส่วนบนโดยใช้แบเรียมและสารผสมจากน้ำเพื่อเคลือบระบบย่อยอาหารภายใน ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นหลอดอาหารได้ชัดเจนขึ้น

การรักษาโรคกรดไหลย้อน

สามารถรักษาโรคกรดไหลย้อนด้วยตนเอง โดยการใช้ยาที่วางจำหน่ายทั่วไป ได้แก่

  • ยาลดกรด ที่ทำให้กรดในกระเพาะอาหารสมดุล เช่น ยามาล็อกซ์ (Maalox) ยาไมแลนตา (Mylanta) ยาเกลูซิล (Gelusil) ยากาวิสคอน (Gaviscon) ยาโรเลดส์ (Rolaids) และยาทัมส์ (Tums) ซึ่งสามารถบรรเทาอาการได้อย่างรวดเร็ว
  • ยาในกลุ่มยับยั้งตัวรับเอช ทู (H-2-receptor blocker) ได้แก่ ยาไซเมทิดีน (Cimetidine) เช่น ทาทาเมต เอชบี (Tagamet HB) ยาฟาโมทิดีน (Famotidine) เช่น เป๊ปซิด เอซี (Pepcid AC) ยาไนซาทิดีน (Nizatidine) อย่างเอซิด เออาร์ (Axid AR) หรือยารานิทิดีน (Ranitidine) เช่น แซนแทค (Zantac)
  • ยาที่ยับยั้งการสร้างกรดและรักษาหลอดอาหาร ได้แก่ ยาแลนโซปราโซล (Lansoprazole) เช่น พรีวาซิด 24 เอชอาร์ (Prevacid 24 HR) และยาโอมีพราโซล (omeprazole) เช่น พริโลเซ็ค (Prilosec) เซเจอริด (Zegerid)

ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาด้วยวิธีการอื่น หากอาการแย่ลงและรักษาด้วยยาไม่ได้ผล

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อจัดการกับกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อนสามารถควบคุมได้โดยการเปลี่ยนพฤติกรรมบางประการที่ส่งผลต่อสุขภาพของผู้ป่วย โดยมีข้อคำแนะนำดังนี้

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่คับเกินไป
  • หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่กระตุ้นอาการแสบร้อนกลางอก เช่น อาหารทอด ซอสมะเขือเทศ ช็อกโกแลต อาหารรสจัด หัวหอม
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อใหญ่
  • หลีกเลี่ยงการนอนทันทีหลังรับประทานอาหาร
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Gastroesophageal Reflux Disease (GERD)

http://www.webmd.com/heartburn-gerd/guide/reflux-disease-gerd-1. Assessed July 23, 2016.

Gastroesophageal Reflux Disease

http://emedicine.medscape.com/article/176595-overview. Assessed July 23, 2016.

Gastroesophageal reflux disease

https://www.nlm.nih.gov/medlineplus/ency/article/000265.htm. Assessed July 23, 2016.

Difference Between GERD and Heartburn

http://theydiffer.com/difference-between-gerd-and-heartburn/. Assessed July 23, 2016.

Acid Reflux/GERD

http://morethanheartburn.com/beyondheartburn/gerd-acid-reflux. Assessed July 23, 2016.

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
แก้ไขล่าสุด 23/12/2018
x