พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 19 ของการตั้งครรภ์

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 18, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ หรือครอบครัวที่เตรียมมีลูก เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องอยากรู้แน่นอนก็คือ พัฒนาการของทารกในครรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 19

พัฒนาการทารกในการตั้งครรภ์ สัปดาห์ที่ 19

ลูกจะเติบโตอย่างไร

สำหรับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 19 สัปดาห์นี้ทารกในครรภ์จะมีน้ำหนักตัวประมาณ 240 กรัม และสูงประมาณ 15 เซนติเมตร โดยวัดจากศีรษะถึงปลายเท้า

ผิวหนังของทารกน้อยเริ่มพัฒนาเม็ดสี พร้อมมีไขมันในทารกแรกเกิด (Vernix caseosa) ซึ่งมีลักษณะคล้ายแว็กซ์สีขาว ๆ เคลือบผิวเอาไว้ เพื่อช่วยปกป้องผิวของทารกจากน้ำคร่ำ โดยไขมันทารกแรกเกิดนี้จะหายไปในช่วงท้าย ๆ ของการตั้งครรภ์ นั่นจึงทำให้เด็กที่คลอดก่อนกำหนดมีไขมันทารกแรกเกิดนี้ติดผิวหนังออกมาตอนคลอดด้วย ในสัปดาห์นี้ชั้นไขมันสีน้ำตาลจะมีการพัฒนาขึ้น เพื่อช่วยสร้างความอบอุ่นให้แก่ลูกน้อยของคุณหลังคลอด และชั้นไขมันนี้จะยังพัฒนาต่อไปในช่วงไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์ เพื่อช่วยปกป้องลูกน้อยของคุณให้ปลอดภัย

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต

ร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

ในช่วงเวลานี้คุณจะเริ่มรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของลูกน้อยในครรภ์ การเคลื่อนไหวแรกนั้นจะเป็นการเคลื่อนไหวแบบเบาๆ เป็นช่วงสั้นๆ จึงอาจทำให้คุณเข้าใจผิดคิดว่าเป็นอาการท้องอืดหรือมีแก๊สในกระเพาะได้ แต่หลังจากนั้นคุณจะรู้สึกได้ถึงแรงถีบ แรงต่อย และอาการสะอึกของลูกน้อยได้ เด็กแต่ละคนจะมีการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันไป แต่หากคุณสังเกตได้ว่าอาการเคลื่อนไหวของลูกน้อยในครรภ์ลดลง ควรรีบไปพบคุณหมอทันที

ควรระมัดระวังอะไรบ้าง

การเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและจิตใจถือเป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคน คุณจึงไม่ควรกังวลมากเกินไป ควรพยายามลองปรับตัวและทำความคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เช่น ถ้าคุณรู้สึกร้อนหรืออึดอัด ก็ลองอาบน้ำให้สบายตัว ลองคิดถึงแต่ด้านบวกของการตั้งครรภ์ เช่น ช่วงเวลาของการเป็นแม่คือช่วงเวลาแห่งความสุขสันต์ เพราะหากคุณคิดแต่ด้านลบ นอกจากจะส่งผลกระทบกับสุขภาพของคุณเองแล้ว ยังอาจส่งผลกระทบไปยังลูกในครรภ์ด้วย

การพบคุณหมอ

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไรบ้าง

วันหนึ่งคุณอาจรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวของลูกน้อยในครรภ์อย่างต่อเนื่อง แต่พอวันถัดไปนักกีฬาตัวน้อยของคุณกลับหยุดนิ่งไปซะเฉยๆ แต่ไม่ต้องตกใจไป เพราะนี่ถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากการเคลื่อนไหวของทารกในครรภ์เป็นสิ่งที่ไม่มีแบบแผนแน่นอน แต่เมื่ออายุครรภ์ถึง 28 สัปดาห์ ทารกน้อยในครรภ์ก็จะเริ่มเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งหากถึงเวลานั้นแล้วคุณพบว่าลูกน้อยในครรภ์เคลื่อนไหวผิดแปลกไป ควรรีบปรึกษาคุณหมอทันที

หากลูกในครรภ์ของคุณไม่เคลื่อนไหวตลอดทั้งวัน ก่อนนอนลองกระตุ้นลูกน้อยด้วยการดื่มนมหนึ่งแก้ว หรือน้ำส้มสักถ้วย หรืออาหารว่างที่มีประโยชน์ รอประมาณ 1-2 ชั่วโมงแล้วเอนกายนอน วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นให้ลูกน้อยเคลื่อนไหวร่างกายในไม่ช้า หากครั้งแรกยังไม่ได้ผล ให้รอสัก 2-3 ชั่วโมงแล้วลองทำวิธีนี้ใหม่อีกครั้ง คุณแม่ตั้งครรภ์บางคนอาจไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของทารกในครรภ์เป็นเวลา 1-2 วัน หรือบางคนอาจนานถึง 3-4 วัน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ถือว่าเป็นอันตรายอะไร แต่หากคุณกังวล หรือไม่สบายใจ ก็สามารถปรึกษาคุณหมอได้

การทดสอบที่ควรรู้

คุณหมออาจแนะนำให้คุณทำการทดสอบน้ำคร่ำ ซึ่งเป็นการทดสอบในกรณีพิเศษ ไม่ใช่การทดสอบตามอายุครรภ์ สำหรับการทดสอบน้ำคร่ำ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จะนำตัวอย่างน้ำคร่ำจากถุงน้ำคร่ำที่อยู่รอบตัวทารกในครรภ์ออกมาตรวจ เพื่อหาความผิดปกติทางด้านพันธุกรรม เช่น โรคดาวน์ซินโดรม (Down Syndrome) อย่างไรก็ตาม การทดสอบน้ำคร่ำถือเป็นการทดสอบที่มีความเสี่ยง คุณจึงควรปรึกษาคุณหมอ เพื่อประเมินประโยชน์ที่ได้รับ ความเสี่ยง และข้อจำกัดต่างๆ ของการทดสอบชนิดนี้ให้ดี

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรทำอย่างไรเพื่อให้สุขภาพดีและปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์

คุณอาจเป็นกังวลว่าจะต้องงดมีเพศสัมพันธ์ในช่วงตั้งครรภ์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การมีเพศสัมพันธ์นั้นมีความปลอดภัยในทุกอายุครรภ์ ตราบใดที่การต้องครรภ์ของคุณไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลเป็นพิเศษ แต่ถึงแม้จะมีความปลอดภัย คู่รักหลายคู่ก็อาจต้องงดเรื่องนี้ไปโดยปริยาย เนื่องจากฝ่ายหญิงหรือคุณแม่ตั้งครรภ์มักประสบปัญหาไม่มีอารมณ์ทางเพศ ซึ่งอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน สภาพร่างกาย สภาพจิตใจที่มาพร้อมกับการตั้งครรภ์ รวมไปถึงขนาดของลูกน้อยในครรภ์ด้วย 

  • นมวัวที่มีฮอร์โมน bST

ผู้หญิงตั้งครรภ์หลายคนนิยมดื่มนมวัว เพราะเชื่อว่าเป็นแหล่งสารอาหารที่ดีสำหรับทารกในครรภ์ แต่อาจไม่ทราบว่า นมวัวอาจมีการฉีดฮอร์โมนที่เรียกว่า Bovine growth hormone (bGH) หรือ Bovine Somatotropin (bST) ซึ่งเป็นโปรตีนฮอร์โมน ที่มีคุณสมบัติในการกระตุ้นเต้านมแม่วัว ทำให้แม่วัวสามารถผลิตน้ำนมได้มากขึ้น ซึ่งว่ากันว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ แต่คุณแม่ตั้งครรภ์ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะการพาสเจอไรส์สามารถทำลายฮอร์โมนดังกล่าวได้กว่า 90% ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัย คุณแม่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำนมวัวดิบ ควรดื่มนมวัวที่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์แล้วเท่านั้น

แล้วมาดูกันว่า ในสัปดาห์ต่อไป คุณแม่ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร และทารกในครรภ์จะมีพัฒนาการอย่างไรบ้าง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

อาหารและเครื่องดื่มที่ หญิงตั้งครรภ์ควรเลี่ยง มีอะไรบ้าง

อาหารและเครื่องดื่มสำหรับหญิงตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่ต้องระวัง เพราะอาจส่งผลถึงทารก แต่อาหารและเครื่องดื่มที่ หญิงตั้งครรภ์ควรเลี่ยง มีอะไรบ้าง ลองมาดูกันค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
คุณแม่ตั้งครรภ์, โภชนาการ, การตั้งครรภ์ มีนาคม 20, 2020 . เวลาในการอ่าน

คนท้องไตรมาสที่ 3 ช่วงเวลาสำคัญที่ยิ่งต้องใส่ใจให้ดี

ช่วงตั้งครรภ์ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญคุณแม่และทุกคนในครอบครัวต้องใส่ใจ ยิ่งหากเป็น คนท้องไตรมาสที่ 3 หรือไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ก็ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี

หัดเยอรมัน ภัยร้ายอันตราย ที่อาจทำร้ายทารกในครรภ์

โรคหัดเยอรมัน อาจจะไม่ถือว่าเป็นโรคร้ายแรง เพราะมีอาการของโรคอยู่ในระดับเบา แต่โรคนี้อาจเป็นอันตรายอย่างรุนแรงหากเกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
คุณแม่ตั้งครรภ์, การตั้งครรภ์ มกราคม 21, 2020 . เวลาในการอ่าน

โรคท็อกโซพลาสโมซิส ภัยอันตรายจากแมว สู่คุณแม่ตั้งครรภ์

บทความนี้จะมานำเสนอเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ โรคท็อกโซพลาสโมซิส ให้หลายคนได้ตระหนักและรับรู้ถึงอันตรายที่อาจมาพร้อมกับแมวเหมียวแสนน่ารัก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
รู้หรือไม่, คุณแม่ตั้งครรภ์, การตั้งครรภ์ ธันวาคม 25, 2019 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

สารในครีมและเครื่องสำอาง-ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยง

สารในครีมและเครื่องสำอาง ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยง มาดูสิมีอะไรบ้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 30, 2020 . เวลาในการอ่าน
วิธี-เตรียมตัวคลอด

ท้องแก่ใกล้คลอด ควร เตรียมตัวคลอด อย่างไร มาดูกันเลย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 26, 2020 . เวลาในการอ่าน
น้ำอ้อย-ประโยชน์-สุขภาพคนท้อง

น้ำอ้อย อร่อยชื่นใจ พร้อมประโยชน์สุขภาพมากมายต่อ สตรีมีครรภ์

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
ตั้งครรภ์-วัย-40-ประโยชน์-ความเสี่ยง

ตั้งครรภ์อย่างไร ให้แข็งแรง เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 40

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ เมษายน 7, 2020 . เวลาในการอ่าน