ถ้าคุณกำลังตั้งครรภ์…แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของทารกในครรรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 27

พัฒนาการทารกในครรภ์

ลูกจะเติบโตอย่างไร

ตอนนี้ลูกน้อยในครรภ์ของคุณมีขนาดเท่ากับหัวกระหล่ำดอก ซึ่งถ้ามีสุขภาพดีก็จะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 900 กรรม และความสูงอยู่ที่ประมาณ 36.8 เซ็นติเมตร

ภายในสัปดาห์แรกของไตรมาสที่ 3 นี้ ลูกน้อยของคุณจะมีรูปลักษณ์แบบเดียวกับตอนที่คลอดออกมา ถึงแม้ว่าปอด ตับ และระบบภูมิคุ้มกันจะยังต้องการเวลาในการพัฒนา แต่ถ้าทารกคลอดในตอนนี้ เขาก็มีโอกาสจะรอดชีวิต

ถึงแม้การได้ยินจะยังคงพัฒนาต่อไป แต่ลูกน้อยในครรภ์ของคุณอาจเริ่มจำเสียงของพ่อแม่ได้แล้ว หูของเขายังมีแว๊กซ์ปกคลุมอยู่อย่างหนา ซึ่งนั่นจะช่วยปกป้องผิวจากอาการแห้งแตก เมื่อโดนของเหลวอะไรที่มีลักษณะเป็นกรด ฉะนั้นเสียงที่ลูกของคุณได้ยินจึงเป็นเสียงอู้อี้

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต

ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

ร่างกายของคุณจะทำหน้าที่ทะนุบำรุงและปกป้องลูกน้อยในระหว่างตั้งครรภ์โดยใช้สัญชาตญาน แต่การดูแลเด็กแรกเกิดนั้น เป็นทักษะที่คุณจะต้องเรียนรู้ ฉะนั้น ก็ควรสมัครเข้าคลาสการดูแลเด็กได้แล้ว ไม่ว่าจะตามสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ๆ บ้าน ซึ่งคุณน่าจะได้เรียนรู้กระบวนการในการคลอดบุตร ทางเลือกในการเยียวยาอาการปวด นอกจากนี้ยังอาจได้เรียนรู้เกี่ยวปัญหาที่พบได้บ่อยของเด็กแรกเกิด การให้นมบุตร การป้อนอาหาร และการกู้ชีวิตเด็กทารก

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 27

ควรระมัดระวังอะไรบ้าง

จากช่วงกลางถึงช่วงสุดท้ายของการตั้งครรภ์นั้น ทารกจะอยู่ในตำแหน่งพร้อมคลอด  ศรีษะของทารกและน้ำหนักครรภ์ที่มากขึ้น จะกดทับอยู่บนเส้นประสาทบริเวณกระดูกสันหลังส่วนล่าง ดั้งนั้นอาการปวดจากการกดทับเส้นประสาท จะนำไปสู่อาการปวดบริเวณสะโพก และทำให้เป็นตะคริวบริเวณหลัง และลามไปยังขาทั้งสองข้าง ซึ่งเคล็ดลับในการเคลื่อนทารกในครรภ์ออกจากเส้นประสาทก็คือ

  • การนั่ง การพักขาจะช่วยลดอาการปวดขา หลัง และอาการปวดจากการกดทับเส้นประสาท นอกจากนี้การนอนยังช่วยลดอาการกดทับ ตราบใดที่คุณค้นหาท่าที่เหมาะกับคุณได้
  • ความร้อน การแปะแผ่นเพิ่มความร้อนจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ ซึ่งการนอนแช่ในน้ำอุ่นก็ช่วยได้เช่นเดียวกัน
  • การออกกำลังกาย การยืดกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหรือการยืดแขนยึดขา สามารถช่วยลดอาการการกดทับได้
  • การว่ายน้ำ การว่ายน้ำและการออกกำลังกายในน้ำนั้น ถือเป็นทางเลือกที่ดีถ้าคุณมีอาการปวดสะโพก การว่ายน้ำช่วยยืดกล้ามเนี้อหลัง และยังช่วยบรรเทาอาการปวดด้วย
  • วิธีการอื่นๆ การบำบัดโรค เช่น การฝังเข็ม ศาสตร์วิชาการแพทย์ไคโรแพรคติก หรือการนวด อาจช่วยลดอาการปวดจากการกดทับเส้นประสาทได้ แต่ควรทำกับผู้เชี่ยวชาญจริงๆ เท่านั้น

การพบหมอ

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไรบ้าง

เมื่อมาถึงตอนนี้ ความเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนดนั้นค่อนข้างต่ำแล้ว คุณหมอจะเป็นคนเดียวที่เข้าใจเรื่องนี้ได้มากที่สุด ฉะนั้นจึงควรโทร.หาคุณหมอเมื่อมีอาการต่อไปนี้

  • มีอาการปวดท้องคลายปวดประจำเดือนร่วมกับอาการท้องเสีย คลื่นไส้ และท้องอืด
  • มีการบีบรัดตัวของมดลูกทุกๆ 10 นาที (หรือเร็วกว่านั้น) และอาการไม่ลดลงเลยเมื่อเปลี่ยนอริยบท
  • มีอาการปวดหลังต่อเนื่อง หรืออาการปวดหลังช่วงล่าง
  • มีของเหลวไหลออกมา เช่นน้ำหรือเลือด
  • มีอาการปวดหรือกดทับกระดูกเชิงกราน ต้นขา และขาหนีบ
  • มีของเหลวไหลออกมาจากช่องคลอด

จริงๆ แล้ว ผู้หญิงที่มีอาการดังกล่าวมักจะไม่คลอดก่อนกำหนดเสมอไป ซึ่งแพทย์คือผู้ที่เข้าใจปัญหาเหล่านี้ดีที่สุด ดังนั้น ควรติดต่อแพทย์เพื่อความปลอดภัย

การทดสอบใดที่ควรรู้

ในเดือนนี้จะมีการตรวจสอบใหม่ๆ เกิดขึ้นหลายอย่าง เวลาที่อยู่ในช่วยไตรมาสนี้ คุณหมออาจแนะนำให้คุณทำการตรวจสองโน่นนี้หลายอย่าง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความต้องการและสไตล์การทำงานของคุณหมอด้วย การตรวจสอบพวกนั้นก็ได้แก่

  • ชั่งน้ำหนักและวัดความดันโลหิต
  • ตรวจปัสสาวะเพื่อหาค่าน้ำตาลและโปรตีน
  • วัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • วัดขนาดมดลูกโดยการคลำจากภายนอก เพื่อดูว่าใกล้ถึงกำหนดคลอดหรือยัง
  • วัดความสูงของยอดมดลูก
  • การตรวจสอบอาการบวมของมือและเท้า และอาการเส้นเลือดขอด
  • การตรวจระดับน้ำตาล
  • การตรวจเลือดเพื่อภาวะหาโลหิตจาง
  • การฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ
  • สภาพที่เป็นอยู่ก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะอาการผิดปกติต่างๆ
  • จัดเตรียมรายการข้อสงสัยและปัญหาที่คุณอยากซักถามคุณหมอไปให้พร้อม

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรทำอย่างไรเพื่อให้สุขภาพดีและปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์

  • เครื่องกำจัดขนไฟฟ้า

ยังไม่มีงานวิจัยที่มากพอจะชี้ชัดได้ว่าเครื่องกำจัดขนไฟฟ้านั้นมีความปลอดภัยในระหว่างตั้งครรภ์หรือเปล่า เครื่องกำจัดขนไฟฟ้านั้นถือกำเนิดมาร้อยกว่าปีแล้ว แต่ยังไม่มีรายงานใดๆ ที่ระบุว่าก่อให้เกิดอันตรายกับการตั้งครรภ์ ความเสี่ยงจึงอาจจะมีอยู่น้อย ถ้าคุณอยากกำจัดขนบนใบหน้าด้วยอุปกรณ์ชนิดนี้

  • การทำเล็บ

ถึงแม้คุณจะอยากทำเล็บอะครีลิคใจจะขาด แต่ก็ควรยับยั้งใจเอาไว้ก่อน เนื่องจากการทำเล็บชนิดนี้จะก่อให้เกิดอาการแพ้ รวมทั้งการติดเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียในเล็บหรือบริเวณรอบๆ เล็บ ปัญหาพวกนี้อาจซ่อนอยู่ และจะแสดงอาการออกมาถ้าคุณทำเล็บอะครีลิคในระหว่างตั้งครรภ์ ถึงแม้ว่าอาการนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อลูกของคุณโดยตรง แต่คุณก็ควรรอให้คลอดก่อน แล้วค่อยคำนึงถึงเรื่องความสวยความงาม

แล้วในสัปดาห์ต่อไปลูกน้อยจะมีพัฒนาการอย่างไรต่อไปนะ

Hello Health Groupไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 1, 2019 | Last Modified: มกราคม 1, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน